โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองนายกฯ พิชัย แถลง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 วาระที่ 2-3

VoiceTV

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 09.17 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (13 สิงหาคม 2568) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 11 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 โดยนายพิชัยได้แถลงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 2-3 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอและได้มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว สรุปสาระสำคัญของผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อที่ประชุมดังนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 จนแล้วเสร็จในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 โดยได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณรวม 2,985 หน่วยรับงบประมาณ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง โดยพิจารณาตามความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ และแผนพัฒนาพื้นที่ตามความต้องการของประชาชน ตลอดจนคำนึงถึงฐานะการคลัง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหน่วยรับงบประมาณ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน โดยมีข้อสังเกตในภาพรวมที่สำคัญเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลกระทบต่องบประมาณทั้งด้านรายได้และรายจ่าย การเตรียมงบประมาณเพื่อรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก และการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อให้มีพื้นที่การคลังไว้ใช้ในยามที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาแต่ละจังหวัดที่มีความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างกันไปตามบริบทในพื้นที่ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยรับงบประมาณควรมีการแสดงข้อมูลการใช้เงินนอกงบประมาณที่แสดงให้เห็นถึงแผนการดำเนินงานประจำปี เพื่อให้การพิจารณางบประมาณมีความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 8 คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับลดงบประมาณจำนวน 8,920,781,300 บาทถ้วน โดยได้พิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า และความพร้อมในการดำเนินงาน และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บของหน่วยรับงบประมาณเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา อาทิ

1. รายการที่มีผลการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้และคาดว่าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณ หรือรายการผูกพันงบประมาณเดิมที่มีผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่เสนอไว้

2. รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ

3. รายการที่สามารถชะลอได้ โดยไม่กระทบภารกิจให้บริการประชาชน หรือทบทวนโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย

4. รายการที่ยกเลิกโครงการหรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณได้ เช่น เงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเองหรือเงินสะสมคงเหลือ

สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณตามความเหมาะสม จำเป็น ให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ดังนี้

1. งบกลาง เป็นค่าใช้จ่ายรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจำเป็น

2. สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล องค์การมหาชน เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร เงินเดือนของพนักงานและค่าใช้จ่ายส่วนควบ

3. กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569

4. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ

5. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

6. กระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับการติดตามผลระหว่างถูกคุมความประพฤติของผู้ถูกคุมความประพฤติ คดียาเสพติด

7. กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม เป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ในการชำระเงินสมทบของรัฐบาลสำหรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนที่รัฐค้างชำระ

8. รัฐวิสาหกิจ การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร

9. หน่วยงานของศาล และหน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ได้แก่ สำนักงานศาลปกครองสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานให้เพียงพอ

รวมจำนวนทั้งสิ้น 8,920,781,300 บาทถ้วน วงเงินตามจำนวนที่ปรับลดลดงบประมาณได้

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาอนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย

1. การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทร์ราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยขอลดงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงสาธารณสุขในส่วนที่เกี่ยวกับการถ่ายโอนบุคลากรของ สอน. รพ.สต. และจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 70,717,500 บาทถ้วน เพื่อเสนอขอเพิ่มงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนการถ่ายโอนบุคลากรสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทร์ราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 13 แห่ง

2. การยุบรวมองค์การบริหารส่วนตำบล ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยรวมกับเทศบาล โดยขอลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 114,539,500 บาทถ้วน เพื่อเสนองบประมาณให้กับเทศบาลเมืองจำนวน 3 แห่ง และเทศบาลตำบลจำนวน 1 แห่ง

นายพิชัยกล่าวว่า การพิจารณารายละเอียดงบประมาณ ทั้งการปรับลด การเพิ่ม และการเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อม และศักยภาพของหน่วยงาน ความซ้ำซ้อน เป้าหมายการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจเพื่อสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน และประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญ รวมทั้งสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต และมีความเข้มแข็ง รองรับผลกระทบทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศได้อย่างมีเสถียรภาพ ตลอดจนการดำเนินการนั้นต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถดำเนินการภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย จำนวน 3,780,600 ล้านบาทถ้วน

สำหรับรายละเอียดผลการพิจารณา รวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญปรากฎตามเอกสารรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้แล้ว 4 เล่มคือ เล่มที่ 1 เป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เล่มที่ 2 เป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เล่มที่ 3 เป็นรายงานผลการพิจารณารายงานรายการปรับลดงบประมาณ และเล่มที่ 4 เป็นรายงานผลการพิจารณารายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

โอกาสนี้ รองนายกฯ กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ให้ความสำคัญ เสียสละเวลาและร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างเต็มที่ ไปด้วยดี พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยรับงบประมาณที่ได้ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียด และจัดเตรียมเอกสารให้คณะกรรมาธิการเป็นอย่างดี ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกในแต่ละมาตราต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...