รมว.คลังญี่ปุ่น ส่งสัญญาณเตือนแรง หลัง “เงินเยน” อ่อนค่าหนัก ตลาดจับตาใกล้จุดแทรกแซงค่าเงิน
รมว.คลังญี่ปุ่น ส่งสัญญาณเตือนแรง หลัง "เงินเยน" อ่อนค่ามากสุดในรอบ 8 เดือน ตลาดจับตาใกล้จุดแทรกแซงค่าเงิน หากค่าเงินแตะ 160 เยนต่อดอลลาร์
วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 10.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายคัตสึโนบุ คาโต้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ออกมาเพิ่มน้ำหนักคำเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน หลังจากค่าเงินญี่ปุ่นร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนเมื่อวันศุกร์ แม้ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คนใหม่จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นในตลาดก็ตาม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น กล่าวว่า “ขณะนี้เราเห็นการเคลื่อนไหวในตลาดที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและเอนเอียงไปด้านเดียว …รัฐบาลจะติดตามและประเมินอย่างรอบคอบ หากพบว่ามีความเคลื่อนไหวที่รุนแรงหรือไร้ระเบียบในตลาด”
เช้าวันศุกร์ ค่าเงินเยนซื้อขายอยู่ที่ราว 152.94 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากแตะระดับต่ำสุดที่ 153.27 เยนก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ถ้อยแถลงของคาโต้มีน้ำเสียงเข้มข้นขึ้นในช่วงที่เงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้ “ซาเอะ ทาคาอิชิ” ผู้นำพรรค LDP คนใหม่ ซึ่งเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น พยายามย้ำว่าเธอไม่ได้สนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อนเกินไปก็ตาม
เมื่อวันพฤหัสบดี ทาคาอิชิกล่าวว่า ไม่มีความตั้งใจจะส่งเสริมให้เงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป และไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยคำกล่าวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจต่อตลาดว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเธอจะไม่ขัดแย้งกับแนวทางการคุมเข้มนโยบายการเงินของ BOJ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนเริ่มอ่อนค่าหลังจากทาคาอิชิพลิกชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเธอมีจุดยืนสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ในระยะสั้น และยิ่งเร่งแรงขายเงินเยนมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว ทาคาอิชิเคยให้สัมภาษณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นเรื่องโง่ ซึ่งเธอพยายามลดน้ำหนักคำพูดดังกล่าวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่าถ้อยคำที่เข้มขึ้นของคาโต้อาจเพิ่มแรงคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นกำลังเข้าใกล้การแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง แม้โอกาสจะยังไม่สูงจนกว่าค่าเงินเยนจะอ่อนแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ก็ตาม โดยตั้งแต่ปี 2565 กระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ใช้เงินรวมกว่า 24.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพยุงค่าเงินเยน
“สิ่งสำคัญที่สุดคืออัตราแลกเปลี่ยนควรสะท้อนพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ” คาโต้กล่าว พร้อมระบุว่า ค่าเงินเยนที่อ่อนลงนั้นมีทั้งผลดีและผลเสียต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
นอกจากแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจแล้ว สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนก็เพิ่มแรงขายเงินเยนเช่นกัน โดยทาคาอิชิกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาความร่วมมือกับพรรคโคเมโตะ (Komeito) ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมรัฐบาล ทั้งสองพรรคมีกำหนดหารือกันในวันศุกร์นี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่
นักวิเคราะห์ ระบุว่า การอ่อนค่าของเยนอาจผลักดันให้ BOJ ต้องขยับนโยบายเร็วกว่าคาด เพราะค่าเงินที่อ่อนลงจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้า ดันแรงกดดันเงินเฟ้อ และอาจกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ปัจจุบันตลาดประเมินว่ามีความเป็นไปได้ราว 22% ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30 ตุลาคม
อ้างอิง : www.bloomberg.com