“เงินเยน” อ่อนค่ามากสุดในรอบปี วิตก BOJ ชะลอขึ้นดอกเบี้ย “ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่าสุดในรอบ 12 เดือน
"เงินเยน" อ่อนค่ามากสุดในรอบปี แตะ 153.12 เยนต่อดอลลาร์ วิตก BOJ ชะลอขึ้นดอกเบี้ย ส่วนยูโรอ่อนต่อเนื่องจากวิกฤติการเมืองในฝรั่งเศส "ดอลลาร์สหรัฐ" แข็งค่าสุดในรอบ 12 เดือน
วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 08.46 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าหนักสุดในรอบหนึ่งปีในวันศุกร์ (10 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ภายในปีนี้กำลังลดน้อยลง ขณะที่ถ้อยแถลงของ “ซาเอะ ทาคาอิชิ” ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ก็ไม่สามารถคลายความวิตกในตลาดได้
*ณ เวลาซื้อขายช่วงเช้าในเอเชีย เงินเยนอยู่ที่ระดับ 153.12 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวใกล้ระดับอ่อนค่าสุดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตลอดสัปดาห์นี้ เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าราว 4% ซึ่งเป็นการร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว*
การอ่อนค่าของเยนเป็นผลจากความกังวลว่า BOJ อาจไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากทาคาอิชิ ซึ่งมีจุดยืนด้านการคลังแบบ “สายผ่อนคลาย” (fiscal dove) ชนะการเลือกตั้งภายในพรรคโดยไม่คาดคิด ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าอาจต้องมีการแทรกแซงค่าเงินจากทางการญี่ปุ่น
ทาคาอิชิกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีอิสระในการกำหนดนโยบายการเงิน แต่การตัดสินใจใด ๆ ควรสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล พร้อมระบุว่าไม่ต้องการเห็นเงินเยนอ่อนค่าเกินไป อย่างไรก็ดี คำกล่าวดังกล่าวแทบไม่ช่วยพยุงค่าเงินเยนในตลาด
แครอล คอง นักกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า “ตลาดยังคงมองว่าการขึ้นดำรงตำแหน่งของทาคาอิชิจะทำให้ BOJ เผชิญแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น และยากที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้” พร้อมเสริมว่า “ถ้อยแถลงล่าสุดของรัฐมนตรีคลังคาโต้เกี่ยวกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนบ่งชี้ว่า ยังไม่มีแนวโน้มจะเข้าแทรกแซงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนขายเยนต่อไป”
นักเทรดประเมินในขณะนี้ว่ามีเพียง 45% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม และคาดว่าจะขึ้นเพียง 0.25% ในเดือนมีนาคมปีหน้าเท่านั้น
ขณะที่ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.15635 ดอลลาร์ ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่แตะเมื่อวันพฤหัสบดี และมีแนวโน้มอ่อนค่าราว 1.5% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 11 เดือน เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศสกดดันตลาด
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กำลังพยายามแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี เพื่อให้รัฐบาลสามารถผลักดันร่างงบประมาณผ่านสภาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งได้สำเร็จ สถานการณ์การเมืองที่เป็นอัมพาตทำให้การผ่านงบประมาณรัดเข็มขัดเป็นไปได้ยาก ซึ่งเพิ่มความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะขาดดุลการคลังของฝรั่งเศส
เคียร์แรน วิลเลียมส์ หัวหน้าฝ่ายอัตราแลกเปลี่ยนเอเชียของ InTouch Capital Markets กล่าวว่า “ความวุ่นวายทางการเมืองหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรีเลอโคนูร์ ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อยูโร ขณะที่ความผันผวนในตลาดเงินทั่วโลกยังคงสูง เนื่องจากนักลงทุนต้องปรับพอร์ตตามการคาดการณ์นโยบายการเงินและความเสี่ยงทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
สถานการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลหลัก 6 สกุล อยู่ที่ระดับ 99.4 ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1.7% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในรอบหนึ่งปี
คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone กล่าวว่า “แรงซื้อดอลลาร์รอบนี้สวนทางกับการถือสถานะของตลาด ทำให้นักลงทุนบางส่วนต้องรีบปิดสถานะขายดอลลาร์ (short covering) แต่ตลาดยังคงไม่มั่นใจว่าดอลลาร์จะทะลุระดับ 100 ได้อย่างยั่งยืน หลังจากเคยดีดขึ้นแล้วร่วงกลับในเดือนพฤษภาคม”
ในภาวะที่รัฐบาลสหรัฐยังคงชัตดาวน์และขาดข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ ๆ นักลงทุนจึงจับตาคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อหาทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต ปัจจุบันตลาดคาดว่าเฟดมีโอกาส 95% ที่จะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม และ 80% ที่จะลดอีกครั้งในเดือนธันวาคม (ลดลงจาก 90% ในสัปดาห์ก่อน) ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไม่ขัดข้อง หากจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง แม้เจ้าหน้าที่บางส่วนยังแสดงความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจทำให้การตัดสินใจดังกล่าวไม่ง่ายนัก
อ้างอิง : www.reuters.com