โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิสราเอล–ฮามาส” หยุดยิงแล้วภายใต้แผนสันติภาพ “ทรัมป์” เริ่มถอนกำลังจากกาซา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 17.08 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 10.08 น.

"อิสราเอล–ฮามาส" หยุดยิงแล้ว มีผลตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์ ตามเฟสแรกของแผนสันติภาพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้ผลักดัน เริ่มถอนกำลังจากกาซา

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 16.49 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (Israel Defense Forces – IDF) ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 05.00 น. ตามเวลาสหรัฐ) โดยกองทัพอิสราเอลเริ่มถอนกำลังออกจากบางพื้นที่ของกาซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระยะที่หนึ่งของแผนสันติภาพโดนัลด์ ทรัมป์

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากรัฐบาลอิสราเอลอนุมัติข้อตกลงกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส (Hamas) ซึ่งเปิดทางสู่การหยุดยิงเฟสแรกและการปล่อยตัวเชลยศึกที่เหลือทั้งหมด

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ X ว่า “รัฐบาลได้อนุมัติกกรอบข้อตกลงสำหรับการปล่อยตัวเชลยศึกทั้งหมดแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไปแล้ว”

ตามกรอบของแผนสันติภาพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันเพื่อยุติสงครามกาซา อิสราเอลจะต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากกาซาภายใน 24 ชั่วโมงหลังข้อตกลงเริ่มมีผล

ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสงครามที่ดำเนินมายาวนานกว่า 2 ปี ซึ่งสร้างเสียงประณามจากทั่วโลก เขย่าความมั่นคงของตะวันออกกลาง และทำให้อิสราเอลตกอยู่ในสภาพโดดเดี่ยวมากขึ้นบนเวทีระหว่างประเทศ

ประชาชนทั้งชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ต่างแสดงความโล่งใจต่อการยุติความรุนแรงครั้งนี้ แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับกลไกสันติภาพระยะยาวยังไม่ชัดเจนก็ตาม

หน่วยป้องกันพลเรือนของกาซา (Gaza Civil Defense) ออกประกาศเตือนให้ประชาชนยังอย่ารีบกลับเข้าไปในพื้นที่ชายแดนของเมืองกาซา จนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่ากองกำลังอิสราเอลถอนกำลังออกครบแล้ว โดยระบุว่าการฝ่าฝืนคำเตือนนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า“เราขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง และเพื่อให้ทีมกู้ภัยและหน่วยงานภาคสนามสามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น”

ซานัม วากิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือแห่งสถาบัน Chatham House ให้สัมภาษณ์กับรายการ Squawk Box Europe ของ CNBC ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังอ้างความสำเร็จของข้อตกลงนี้ในฐานะชัยชนะทางการทูต และถือเป็นการส่งมอบตามคำมั่นในการหาเสียงของเขา ที่จะนำความสงบมาสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

“สิ่งที่แตกต่างจากอดีตคือ ทรัมป์ได้กดดันเบนจามิน เนทันยาฮู อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่เคยทำได้หรือไม่กล้าทำมาก่อน และแรงกดดันลักษณะนี้เองจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาการเจรจาให้ดำเนินต่อไปทั้งกับฮามาสและอิสราเอล เพื่อให้เดินหน้าสู่ระยะที่สองของข้อตกลง จุดที่อิสราเอลมีความมั่นคง ขณะที่ชาวปาเลสไตน์มีอธิปไตยและสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง หวังว่าจะนำไปสู่การก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ในที่สุด” วากิลกล่าว

ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งระบุว่าเขาภูมิใจอย่างยิ่งที่สามารถผลักดันให้อิสราเอลและฮามาสลงนามในระยะที่หนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ ได้ประกาศแผนเดินทางเยือนตะวันออกกลางในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อพบปะผู้นำทั้งสองฝ่ายและติดตามความคืบหน้าของกระบวนการหยุดยิงอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...