โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นิกเคอิเผย “ไทย” รับแรงงานศรีลังกา 1 หมื่นคน แทนกัมพูชา หลังเหตุปะทะชายแดน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 03.44 น.

นิกเคอิเผย "ไทย" รับแรงงานศรีลังกา 1 หมื่นคน ท่ามกลางแรงงานกัมพูชาหลั่งไหลกลับประเทศ ด้านผู้เชี่ยวชาญห่วงยังไม่มีแผนชัดเจน และไทยอาจเสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐบาลไทยตัดสินใจรับแรงงานจากศรีลังกาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อันเป็นผลมาจากการอพยพกลับประเทศครั้งใหญ่ของแรงงานกัมพูชาหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดน ซึ่งสะท้อนถึงการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวอย่างมากของไทยและความเร่งด่วนในการเติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่างลง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแนวทางที่กระทรวงแรงงานเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยมาตรการดังกล่าว รวมถึง “โครงการนำร่อง” ที่ไทยจะรับแรงงานจากศรีลังกา 10,000 คน เพื่อทดแทนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับบ้าน

สรุปการประชุมคณะรัฐมนตรียังระบุด้วยว่า “แผนดังกล่าวรวมถึงการนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่น เช่น เนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์”

ทั้งนี้อุตสาหกรรมไทย เช่น ก่อสร้าง เกษตรกรรม และประมง พึ่งพาแรงงานต่างด้าวอย่างมาก ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา กัมพูชา และลาว

ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีแรงงานกัมพูชาที่ขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตทำงานแล้ว 500,606 คน ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน แต่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ประเมินว่าอาจมีแรงงานกัมพูชาอีก 500,000 คนที่พำนักอยู่ในไทยโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทำให้กัมพูชาเป็นแหล่งแรงงานต่างด้าวใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของไทยรองจากเมียนมา

อย่างไรก็ดีเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาหลั่งไหลออกจากไทยจำนวนมหาศาล โดยมีการประเมินว่าอย่างน้อยหลายหมื่นคน หรืออาจมากถึงหลักแสน ได้เดินทางกลับประเทศ

พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงต่อผู้สื่อข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าศรีลังกาพร้อมส่งแรงงาน 10,000 คนมาทำงานในไทยทันที และมีแรงงานกว่า 30,000 คนลงทะเบียนแสดงความประสงค์ที่จะทำงานในไทยแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคม มีแรงงานศรีลังกาที่ถือใบอนุญาตทำงานอยู่ในไทยเพียง 500 คน

อัตราการว่างงานของไทยในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 0.81% ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ยังดำเนินต่อเนื่อง

อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า“อุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น สามารถแข่งขันได้เพราะมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน” พร้อมชี้ว่าปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เนื่องจากไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่า ประชากรไทยถึงจุดสูงสุดในปี 2565 และนับแต่นั้นเข้าสู่ภาวะลดลง

แม้ก่อนหน้าการอพยพของแรงงานกัมพูชา ไทยก็เผชิญความท้าทายด้านแรงงานจากเมียนมาเช่นกัน

ผู้จัดการบริษัทจัดหาแรงงานเมียนมาในไทยให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า“หลังแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับ นายหน้าหลายแห่งเสนองานใหม่ให้เรา แต่เรายังไม่รับไว้ เพราะยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลเมียนมาจะอนุมัติหรือไม่”

IOM ระบุว่าการอพยพของแรงงานเมียนมาเข้าสู่ไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2566 โดยประเมินว่ามีแรงงานเมียนมาพำนักอยู่ในไทยแล้วราว 4.7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1.7 ล้านคน เป็นแรงงานผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามการเดินทางออกจากเมียนมาผ่านช่องทางทางการกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้หางานต้องเผชิญอุปสรรคหลายขั้น ตั้งแต่การทำพาสปอร์ตไปจนถึงการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยข้อจำกัดเข้มงวดโดยเฉพาะกับชายอายุ 18–35 ปี หลังรัฐบาลเมียนมาเริ่มบังคับเกณฑ์ทหารตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเสริมกำลังรบในการสู้กับกลุ่มกบฏเรียกร้องประชาธิปไตย

ผู้จัดการบริษัทจัดหาแรงงานกล่าวว่า ขณะนี้เอเจนซี่ของตนรับสมัครเฉพาะผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 35 ปีเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังไม่ชัดเจนว่า ความพยายามของไทยในการหาตลาดแรงงานใหม่จะประสบความสำเร็จหรือไม่

อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่าย Migrant Working Group ระบุว่า “เรายังไม่เห็นแผนที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ยังไม่ชัดเจนว่าต้องการแรงงานจากประเทศเหล่านี้ไปทำงานประเภทใด และค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางทางอากาศจากประเทศที่ห่างไกลก็จะเป็นอุปสรรค”

เขายังกล่าวว่านายจ้างไทยต้องแข่งขันกับประเทศอย่างมาเลเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ที่เสนอค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ดีกว่า

แม้รัฐบาลยอมรับถึงความจำเป็นในการพึ่งแรงงานต่างด้าว แต่เครือข่าย Migrant Working Group เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการนิรโทษกรรมเพื่อให้แรงงานที่ไม่มีเอกสารสามารถขอใบอนุญาตทำงานและพำนักในไทยอย่างถูกกฎหมายได้ รวมถึงควรจัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงาน

ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยกำหนดกระบวนการให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกัมพูชาและเมียนมา สามารถเข้ามาขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ดีอดิศรมองว่าเกณฑ์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด เช่น เส้นตายให้นายจ้างยื่นเรื่องภายใน 15 วัน การตรวจสุขภาพ และข้อกำหนดด้านหนังสือเดินทางกับวีซ่า อาจเป็นอุปสรรคในภาวะที่ยังมีความตึงเครียดด้านการทูตและความมั่นคงอยู่

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...