โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก “On” รองเท้าใส่สบายเหมือนวิ่งบนปุยเมฆ ทำไมคนแห่รับหิ้วจากญี่ปุ่น?

PPTV HD 36

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 11.00 น.
เปิดประวัติ “On” แบรนด์รองเท้าดาวรุ่งสัญชาติสวิส ที่คนไทยนิยมรับหิ้วจากญี่ปุ่น แต่วันนี้เปิดสาขาอย่างเป็นทางการในไทยแล้ว

หนึ่งในไอเทมที่หลายคนมักฝากเพื่อนหิ้วมาจากญี่ปุ่น หรือถูกไหว้วานฝากซื้อถ้ามีคนรู้ว่าเรากำลังจะไปญี่ปุ่น เชื่อว่าในลิสต์นั้นจะต้องมีรองเท้าของ On” (ออน) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “On Cloud” (ออนคลาวด์) รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

นั่นจึงไม่แปลกที่หลายคนอาจคิดว่า On เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น ทั้งที่ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากสวิตเซอร์แลนด์ แถมดีกรีไม่ธรรมดา เพราะหนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นถึงนักกีฬาระดับแชมป์โลก

On มีอายุยังไม่ถึง 20 ปีดี ไม่ใช่แบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ แต่กลับกลายเป็นกระแสและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ความลับของพวกเขาคืออะไร?

ไอเดียที่ถูกปฏิเสธ

ผู้ก่อตั้ง On มี 3 คน ได้แก่ โอลิวิเยร์ แบร์นฮาร์ด, เดวิด อัลเลมันน์ และแคสปาร์ คอปเปตติ

แบร์นฮาร์ดเป็นอดีตแชมป์โลก 3 สมัยการแข่งขันทวิกีฬา (Duathlon) และเป็นผู้ชนะไตรกีฬาคนเหล็ก (Ironman) หลายรายการ

แบร์นฮาร์ดเคยได้รับการสนับสนุนจาก Adidas และ Nike ในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 โดยเดินทางไปแข่งขันไอรอนแมนทั่วโลก ตั้งแต่ฮาวายไปจนถึงนิวซีแลนด์ เขายังเป็นนักประดิษฐ์อีกด้วย บางครั้งเขาก็ไปแข่งขันพร้อมกับดัดแปลงจักรยานของเขา

ในปี 2005 หลังจากเป็นนักกีฬาอาชีพมา 12 ปีและมีอาการบาดเจ็บสะสมมากมาย แบร์นฮาร์ดก็เลิกเล่นอาชีพ เขาหันมาสนใจในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการพยายามสร้างรองเท้าวิ่งแบบใหม่

แบร์นฮาร์ดมีเป้าหมายที่จะค้นหารองเท้าวิ่งที่มอบความรู้สึกในการวิ่งที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกีฬาและประสบการณ์ในฐานะนักกีฬา แบร์นฮาร์ดจึงเริ่มทดลองออกแบบและใช้วัสดุที่หลากหลาย เพื่อสร้างรองเท้าที่ “ให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งบนก้อนเมฆ” หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “CloudTec”

เขาได้ร่วมมือกับวิศวกรในเมืองซูริก ทดสอบรองเท้า Nike คู่หนึ่งโดยตัดส่วนพื้นรองเท้าออก แล้วแทนที่ด้วยเศษสายยาง เขาลองวิ่งดูและรู้สึกดีใจมาก ได้สัมผัสประสบการณ์รองเท้าที่ผสมผสานการลงพื้นอย่างนุ่มนวลเข้ากับการออกตัวที่เร็วและทรงพลัง

เขานำเสนอไอเดียนี้ให้กับ Adidas และ Nike สปอนเซอร์เก่าของเขา แต่ถูกปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจพัฒนารองเท้าขึ้นมาเอง

เหมือนวิ่งบนปุยเมฆ

แบร์นฮาร์ดจึงทำการทดลองต่อ สร้างต้นแบบรองเท้าหลายสิบแบบ และเริ่มมองหาผู้ที่จะมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขากำลังพยายามสร้างสรรค์

แบร์นฮาร์ดโทรหา แคสปาร์ คอปเปตติ หุ้นส่วนผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัทเอเจนซีการตลาดและโฆษณาแห่งหนึ่ง อดีตนักสโนว์บอร์ดผู้หลงใหลที่เคยเป็นเอเจนต์ไตรกีฬาให้กับเขา

คอปเปตติบอกกับแบร์นฮาร์ดว่า เป็นเรื่องโง่เขลาที่จะพยายามแข่งขันในตลาดที่เติบโตเต็มที่และมีการแข่งขันสูงอย่างรองเท้าวิ่ง แต่เมื่อคอปเปตติเห็นรองเท้าต้นแบบ เขาก็รู้สึกทึ่ง

คอปเปตติเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาสามารถมองเห็นเทคโนโลยีในรองเท้าต้นแบบได้อย่างชัดเจน นั่นคือพื้นรองเท้าแบบท่อ ซึ่งไม่ได้ฝังอยู่ใต้โฟมและยางเหมือนรองเท้าทั่วไป

จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่เขาสวมรองเท้าคู่นี้แล้วเดินไปรอบ ๆ โต๊ะประชุม “ผมไม่เคยเดินแบบนี้มาก่อน คุณไม่เพียงแต่เห็นเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คุณยังรู้สึกได้ถึงมันด้วย”

คอปเปตติโทรหา เดวิด อัลเลมันน์ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์บูติก

จากนั้นทั้งสามร่วมกันทำในสิ่งที่ชาวสวิสหลายคนทำเมื่อต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือ “การไปเดินป่า”

บนเส้นทางเดินป่าบนภูเขาสูงเหนือรีสอร์ทหรูหราเซนต์มอริตซ์ พวกเขาได้ข้อสรุปร่วมกันว่า มาตั้งบริษัทกันเถอะ โดยมีผลิตภัณฑ์ในฝันคือ รองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกและมีการตอบสนองที่ดี โดยไม่ลดทอนน้ำหนักหรือความยืดหยุ่น

พวกเขาพัฒนาโครงสร้างที่ “คล้ายก้อนเมฆ” ใต้รองเท้า ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้กับรองเท้าทุกรุ่นของ On ซึ่งช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเท้าลงพื้น ก่อนที่จะล็อกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับการวิ่งก้าวต่อไป และจดสิทธิบัตรการออกแบบนี้ของพวกเขาในชื่อ “CloudTec”

หลังจากนั้น พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัท “On Holding AG” ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้แบรนด์ “On” ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ

สำหรับชื่อแบรนด์ On มีเป้าหมายเพื่อสื่อถึงการวิ่งบนก้อนเมฆ (Running On Cloud) ส่วนโลโก้อาศัยความเรียบง่าย มีเพียงตัวอักษร “O” และ “N” เรียงกันในแนวตั้ง โดยตัว O มีขีดเพิ่มขึ้นมาจนคล้ายตัว Q ให้คล้ายกับ “สวิตช์ไฟ” เพื่อให้ผู้สวมเมื่อใส่แล้วรู้สึกเหมือนได้เปิดสวิตช์แรงบันดาลใจในการวิ่งของตัวเอง

บริษัทนิยามว่า “CloudTec คือ ระบบรองรับแรงกระแทกที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะจากสวิตเซอร์แลนด์ มอบความสบายและการรองรับที่เหนือชั้น เพื่อการวิ่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดูดซับพลังงานเมื่อลงเท้า ลดแรงกระแทก และปรับให้เข้ากับสไตล์การวิ่งของคุณ ขณะเดียวกัน คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกที่นักวิ่งทั่วโลกต่างหลงรัก เราเรียกสิ่งนี้ว่า การวิ่งบนก้อนเมฆ”

และนั่นเป็นที่มาที่ทำให้ผู้คนพากันเรียกรองเท้าของ On ว่า On Cloud นั่นเอง ซึ่งทางบริษัทเองก็ยินดีให้ลูกค้าเรียกรองเท้าทุกรุ่นที่ใช้ CloudTec ว่า On Cloud ได้

หลังตั้งบริษัทและมีสินค้าต้นแบบ แบร์นฮาร์ดเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีรองเท้าและชักชวนนักกีฬามืออาชีพให้ลองใส่ อัลเลมันน์เดินทางไปเอเชียเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการผลิต ส่วนคอปเปตติเริ่มออกตระเวนไปทั่วยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ขอร้องเจ้าของร้านขายอุปกรณ์วิ่งให้ไปวิ่งจ็อกกิ้งกับเขาในรองเท้าผ้าใบ

คอปเปตติให้เหตุผลว่า เจ้าของร้านเหล่านี้คือผู้ทรงอิทธิพลสูงสุด หากคุณสามารถโน้มน้าวให้พวกเขาเชื่อว่ารองเท้าของคุณเหนือกว่าคู่แข่งได้ บางทีพวกเขาอาจโน้มน้าวใจนักวิ่งคนอื่น ๆ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณในฐานะแบรนด์รองเท้าที่เน้นประสิทธิภาพ

จะนักกีฬาหรือคนทั่วไปก็ใส่ได้

รองเท้าต้นแบบในฝันของพวกเขาได้รับรางวัล ISPO Brandnew Award อันทรงเกียรติในเดือน ก.ค. ของปีเดียวกันนั้น หรือเพียง 1 เดือนหลังจากเปิดตัวแบรนด์

และเพียง 5 เดือนต่อมา รองเท้าวิ่ง On ก็เริ่มวางจำหน่ายบนชั้นวางในร้านค้าปลีกของสวิตเซอร์แลนด์

แม้จะมีก้าวแรกที่แลดูสวยงาม แต่ในช่วงแรกเริ่ม On ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย หนึ่งในอุปสรรคแรกที่พวกเขาเผชิญคือการหาเงินทุนและการสนับสนุนสำหรับโครงการอันทะเยอทะยานนี้

ความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อบริษัทสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเซ็นสัญญากับนักกีฬาอาชีพคนแรกอย่าง เฟรเดริก ฟาน ลีเออร์เด นักกีฬาไตรกีฬามืออาชีพว่าที่แชมป์โลกปี 2013 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปสำหรับแบรนด์

ลีเออร์เดคือผู้สนับสนุนแบรนด์และเป็นตัวอย่างอันทรงพลังที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของแบรนด์ต่อนักกีฬาคนอื่น ๆ รวมถึง นิโคลา สปิริก นักกีฬาผู้คว้าเหรียญทองไตรกีฬาโอลิมปิกลอนดอน 2012

เมื่อ On ได้รับการยอมรับและยกย่องในแวดวงนักวิ่ง บริษัทก็มีความก้าวหน้าและเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ตัวแรกอย่าง “Cloudracer” และได้รับชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว

On ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมรองเท้าวิ่งหลากหลายประเภท ตั้งแต่การวิ่งบนถนน รองเท้าวิ่งเทรล รองเท้าสไปก์ รองเท้าไลฟ์สไตล์ รองเท้าเดินป่า รองเท้าเล่นเทนนิส และรองเท้าซูเปอร์ชูที่มาพร้อมแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์

อิทธิพลของ On ที่มีต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬานั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเท่านั้น แบรนด์ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความสบาย และสไตล์ ซึ่งสะท้อนถึงนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ที่ชื่นชอบรองเท้าที่ใส่สบาย ไปจนถึงนักกีฬาชั้นนำ

พวกเขาได้สร้างสรรค์รองเท้ายอดนิยมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กิจกรรมและรูปแบบการวิ่งที่หลากหลาย เช่น “On Cloudnova 2” รองเท้าสไตล์สนีกเกอร์สำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน, “On Cloudswift 3 AD” สำหรับการวิ่งในเมืองระยะสั้นถึงระยะกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทั้งความสบายและประสิทธิภาพ, “Cloudmonster 2” สำหรับนักวิ่งระยะไกล หรือ “On Cloud 5” เหมาะสำหรับการสวมใส่ตลอดทั้งวัน เป็นที่ชื่นชอบในด้านความอเนกประสงค์และความสบาย

ความสำเร็จสุดเหลือเชื่อของน้องใหม่ ที่ยังมีอนาคตอีกไกลรออยู่

การเติบโตของ On เป็นไปในทิศทางบวกต่อเนื่อง ในปี 2019 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรองเท้าวิ่งในสวิตเซอร์แลนด์ถึง 40% และมีสัดส่วนในเยอรมนี 10%

คอลเลกชันไลฟ์สไตล์ของ On เป็นที่ยอมรับและรู้จักในกว้างไม่แพ้รองเท้าสำหรับนักกีฬา โดยเฉพาะภายหลังการร่วมมือกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชื่อดัง หรือแบรนด์หรูอย่าง LOEWE และแบรนด์สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก Highsnobiety

ข้อตกลงกับเฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชาวสวิส ทำให้รองเท้าผ้าใบ On เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยหลังจากข้อตกลงระหว่างเขากับ Nike สิ้นสุดลงในปี 2019 นักเทนนิสชื่อดังก็ได้มาร่วมมือกับ On ในการพัฒนารองเท้าผ้าใบลำลองและรองเท้าผ้าใบสำหรับเล่นเทนนิส

ไม่เพียงเท่านั้น พร้อมกับการเปิดตัวรองเท้าไลฟ์สไตล์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันชื่อ “The Roger” เฟเดอเรอร์ยังได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท On Holding AG ในเดือน พ.ย. 2019 ด้วย!

จากการเติบโตของยอดขาย ทำให้ในปี 2021 บริษัทตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และเสนอขายหุ้น IPO ระดมทุนได้ประมาณ 746 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท)

ภายใน 2 ปีหลังจากการจดทะเบียน IPO บริษัท On มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 6.4 หมื่นล้านบาท)

ในปี 2019 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรองเท้าวิ่งในสวิตเซอร์แลนด์ 40% และเยอรมนี 10% ส่วนปัจจุบัน On มีวางจำหน่ายอยู่ในมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2025 เพิ่งเปิดร้านค้าอย่างเป็นทางการที่ไอคอนสยาม หลังจากที่ผ่านมาวางจำหน่ายผ่านตัวแทนต่าง ๆ

คาดการณ์ว่า ปัจจุบัน On มีส่วนแบ่งตลาดรองเท้ากีฬาทั่วโลกราว 2.3% โตขึ้นมา 8 เท่าจากปี 2019

การเติบโตนี้เกิดจากโอกาสเมื่อ Nike และ Adidas ประสบปัญหาหลังจากให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากกว่าประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ Nike ที่ถอดรองเท้าผ้าใบจำนวนมากออกจากร้านค้าปลีก จึงเป็นการเปิดช่องให้แบรนด์น้องใหม่อย่าง On เข้ามาแทนที่ในขณะที่วัฒนธรรมการวิ่งกำลังเฟื่องฟู และผู้ที่ไม่ได้วิ่งต่างก็กระหายที่จะใส่รองเท้าที่ไม่ทำให้เท้าเสียหาย

ในปี 2024 บริษัท On รายงานยอดขาย 2,318 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 9.3 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 29.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 204.5% เป็น 242.3 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 9.8 พันล้านบาท)

ความท้าทายของบริษัท On ในช่วงเวลาต่อจากนี้ คือการรักษาโมเมนตัมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สูญเสียความน่าเชื่อถือในหมู่นักกีฬา

On ซึ่งประกาศความทะเยอทะยานที่จะเป็น “แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาระดับพรีเมียมระดับโลก” กำลังพยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ มากขึ้น การสร้างช่องทางการขายของตนเอง การขยายธุรกิจนอกเหนือจากการวิ่ง รวมถึงการดึงแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังอย่าง “เซนดายา” (Zendaya) และ FKA twigs เข้ามาร่วมทีม

และแน่นอนว่า อาวุธสำคัญของ On คือ การคิดค้นวิธีการนำเทคโนโลยีรองเท้าผ้าใบมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกสู่ตลาด เพื่อสร้างประสบการณ์มหัศจรรย์ให้กับผู้คน เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยี CloudTec ประสบความสำเร็จมาแล้ว

เรื่องราวของ On เพิ่งผ่านมาเพียงไม่กี่สิบปี และยังไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ เรียกได้ว่านี่อาจเป็นแค่ปฐมบทของตำนานเท่านั้น!

เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“Miss Universe” เวทีนางงามระดับตำนาน เกิดจากไฟแค้นของแบรนด์ชุดว่ายน้ำ?

“Versace” แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี ทำไมใช้ “หัวเมดูซา” เป็นโลโก้?

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “On” รองเท้าใส่สบายเหมือนวิ่งบนปุยเมฆ ทำไมคนแห่รับหิ้วจากญี่ปุ่น?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...