โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อาเซียนวุ่นวาย เจอวิกฤตการเมืองทั้งไทย อินโดนีเซีย และเมียนมา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 11.16 น.
ชาติสมาชิกอาเซียนหลายชาติเจอวิกฤตการเมือง สถานการณ์ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ไม่ทิ้งกัน สมดังเพลงอาเซียนร่วมใจ

ประท้วงเดือดในอินโดนีเซีย

จุดเริ่มต้น

การประท้วงในอินโดนีเซียเริ่มต้นจากความไม่พอใจที่มีการเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่สมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซีย ในรูปของเงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้านรายเดือน 50 ล้านรูเปียห์ คิดเป็นเงินไทยเกือบ 1 แสนบาท สูงกว่าเกือบ 10 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำในกรุงจาการ์ตา

การประท้วงรุนแรงขึ้นหลังจากความไม่พอใจของผู้ประท้วงยังได้ขยายไปอีกหลายประเด็น ในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพ ผู้ประท้วงยังเรียกร้องขอขึ้นค่าแรง ขอให้รัฐบาลลดภาษี และปราบทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาล ท่ามกลางปัญหาอัตราการว่างงานที่ยังสูง

ในเวลาต่อมา ช่วงก่อนวันชาติอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้ประกาศให้ประชาชนร่วมกันฉลองวันชาติด้วยการประดับธงชาติอินโดนีเซีย แต่คาดว่า ด้วยความไม่พอใจในตัวรัฐบาลเท่าไหร่อยู่แล้ว ประชาชนจึงตอบโต้ด้วยการติดธงวันพีซแทนเสียเลย

สถานการณ์ล่าสุด

ขณะนี้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงจาการ์ตา เริ่มตั้งแต่ช่วงวันที่ 28 สิงหาคม ก่อนจะลามกระจายไปหลายเมืองทั่วประเทศ เช่น สุราบายา ยอร์กยาการ์ตา และบันดุง ซึ่งมีการปะทะกับตำรวจ และใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมในหลายพื้นที่ และสถานการณ์ก็เลวร้ายลง เมื่อมีไรเดอร์วัย 21 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกรถหุ้มเกราะของตำรวจชน ขณะกำลังพยายามสลายการชุมนุม ที่จาการ์ตา

ล่าสุดสำนักข่าวอันทาราของอินโดนีเซียรายงานวันนี้ (30 สิงหาคม) ว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน และบาดเจ็บเพิ่มอีก 5 คน ระหว่างการประท้วงรุนแรงในเมืองมาคัสซาร์ เมืองเอกของจังหวัดสุลาเวสีใต้

ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมด ติดอยู่ภายในกองไฟที่ไหม้อาคารสภาเมืองมาคัสซาร์ ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย จากการวางเพลิงของผู้ประท้วง ด้านสำนักบริหารจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซียระบุว่า ในจำนวนนี้ มี 2 คนที่บาดเจ็บเนื่องจากกระโดดลงจากอาคารขณะเกิดเพลิงไหม้

เมียนมา ประเทศที่เจอสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุด

เมียนมาเผชิญกับความขัดแย้งและการปกครองโดยทหารมานานหลายทศวรรษนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948

วันเวลาผ่านไปประเทศก็ค่อย ๆ มีหวังที่จะมีประชาธิปไตย ก่อนจะเกิดชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลพลเรือนในปี 2015 พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งถูกจองจำมาหลายปีในช่วงการปกครองของทหาร ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม กองทัพยังคงมีอำนาจทางการเมืองอย่างมาก และในปี 2021 ความหวังก็พังทลาย เมื่อเกิดการรัฐประหาร นำพาประเทศเข้าสู่วังวนของการสู้รบอีกครั้ง

ต่อมาประชาชนลงถนนประท้วงทั่วประเทศ กองทัพตอบโต้ด้วยการใช้กำลังทหารอย่างรุนแรง และเริ่มจับกุมผู้วิพากษ์วิจารณ์ทหาร พลเรือนจำนวนมากจึงเข้าร่วมกองกำลังที่เรียกว่ากองกำลังป้องกันประชาชน เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์บางกลุ่ม ซึ่งต่อสู้เพื่อเอกราชมายาวนาน ก็เริ่มต่อสู้กับกองทัพเช่นกัน การสู้รบได้แผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ รวมถึงบางส่วนของภาคกลาง ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดความขัดแย้งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความขัดแย้งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ และยังไม่มีทีท่าที่จะสิ้นสุดลง

ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานว่า นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 มีพลเรือนในเมียนมาเสียชีวิตเกือบ 6,800 คน และอีก 22,000 คนยังคงถูกควบคุมตัว ส่วนความต้องการด้านมนุษยธรรมก็เพิ่มสูงขึ้น มีผู้คนเกือบ 22 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือ และมากกว่า 3.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากความขัดแย้ง

ประเทศไทย กับอนาคตทางการเมืองที่ไม่แน่นอน

สถานการณ์การเมืองของไทยเข้าสู่ภาวะที่ไม่แน่นอนอีกครั้ง เมื่อนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินัจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรมและขาดคุณสมบัติ ส่วนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็หลุดจากตำแหน่งตามนายกรัฐมนตรีไปด้วย

ส่วนต้นเหตุของเรื่องราวต้องย้อนไป เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงสนทนากับแพทองธาร ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ถึงเรื่องความเหมาะสม ทั้งจากการใช้คำพูดเรียกฮุนเซนว่าอังเคิล แทนตัวเองว่า หลาน และอื่น ๆ

อนาคตประเทศไทยจะได้ใครเป็นผู้นำคนใหม่ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างละสายตาไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...