เช็กก่อนใช้!! ประกาศใหม่ ‘Ride Sharing’ แอปฯเรียกรถ ใครได้ประโยชน์บ้าง
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 04.28 น. • The Bangkok Insightทำความเข้าใจ ประกาศใหม่ "Ride Sharing" แพลตฟอร์ม-ไรเดอร์-ผู้โดยสาร ใครมีหน้าที่เพิ่ม-ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ (Ride Sharing) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวกและราคา
บริษัทวิจัย Statista คาดการณ์ว่ารายได้ตลาดบริการเรียกรถโดยสารของไทยจะสูงถึงราว 4.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2568 มีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 2.14% และคาดว่าจะมีผู้ใช้ถึง 15.16 ล้านคน ภายในปี 2572
แต่ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม ตั้งแต่ความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์, ความเป็นธรรมในการคิดค่าโดยสาร ไปจนถึง ความไม่ชัดเจนของช่องทางสำหรับร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา สิ่งเหล่านี้ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร และสะท้อนว่าการเติบโตของตลาด Ride Sharing เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากปราศจากมาตรการดูแลที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ETDA, กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานอื่น ๆ ได้เข้ามาร่วมกันวางกรอบกติกาเพื่อให้เกิดการให้บริการที่เป็นธรรม โดยล่าสุดได้มีการออก ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้กฎหมาย DPS ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มดิิจิทัลประเภท Ride Sharing ต้องมี หน้าที่เพิ่มเติม นอกเหนือจากหน้าที่ทั่วไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น
Ride Sharing มากกว่าตัวกลางบริการเรียกรถ
ก่อนหน้านี้ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภท Ride Sharing อาจถูกมองว่าเป็น ตัวกลาง ที่คอยให้บริการในการเชื่อมต่อระหว่าง ไรเดอร์ และ ผู้โดยสาร ให้มาเจอ แต่เมื่อประกาศฯ ฉบับใหม่เกิดขึ้น และกำลังจะมีผลบังคับใช้ ในเดือน ตุลาคม 2568 นี้ แพลตฟอร์มนี้ จะไม่ได้เป็นเพียงตัวกลาง อีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่ ในการ กำกับดูแลและควบคุมดูการให้บริการ เพิ่มเติมจากหน้าที่ทั่วไปตามที่กฎหมาย DPS กำหนด
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ อาทิ ต้องให้บริการโดยรถที่จดทะเบียนและคนขับต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ไรเดอร์ที่ลงทะเบียนเป็นคนขับในแพลตฟอร์มจะต้องใช้รถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ และต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก พร้อมจัดเก็บค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ฃ
ขณะที่แพลตฟอร์มต้องมีการตรวจสอบพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทั้งไรเดอร์-ผู้โดยสาร เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ใบอนุญาตขับรถ เลขทะเบียนรถ หากสมัครแบบไม่เจอหน้า ต้องใช้ระบบ Digital ID ที่่น่าเชื่อถือ เช่น ThaID มาช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน และมีการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เข้าใช้บริการ
นอกจากนี้ ข้อมูลที่แสดงต่อผู้โดยสารเมื่อให้บริการต้องแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อและรูปถ่ายของไรเดอร์ เลขใบอนุญาต ข้อมูลรถ ตำแหน่ง GPS รวมถึงรายละเอียดจุดรับ-ส่ง ระยะทาง เส้นทาง เวลาเดินทางและค่าโดยสารอย่างโปร่งใส ต้องให้สิทธิและความยืดหยุ่นแก่ไรเดอร์ ที่ไรเดอร์ต้องสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงาน หรือยอมรับการเปลี่ยนจุดหมายระหว่างทางได้ตามเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด มีช่องทางช่วยเหลือและการระงับข้อพิพาท ต้องมีระบบให้ไรเดอร์และผู้โดยสารแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ หรือร้องเรียนได้ทันที พร้อมกลไกแก้ไขปัญหาและการระงับข้อพิพาทที่เป็นธรรม
ขณะเดียวกัน ต้องมีมาตรการกำกับดูแลและความปลอดภัย ที่แพลตฟอร์มต้องควบคุมให้ไรเดอร์ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถสาธารณะ เช่น ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด ห้ามใช้บัญชีแทนกัน และต้องมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษผู้กระทำผิดและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และมีหน้าที่การรายงานต่อหน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มต้องส่งรายงานการดำเนินงานตามมาตรา 22 ต่อกรมการขนส่งทางบกและ ETDA รวมถึงจัดทำรายงานประจำปีอย่างต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
ไรเดอร์ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ-ห้ามใช้บัญชีขับรถแทนกัน
แม้ประกาศฯ ฉบับใหม่จะไม่ได้เจาะจงบังคับใช้กับ ไรเดอร์ โดยตรง แต่เมื่อแพลตฟอร์มมีการปรับรูปแบบการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ไรเดอร์ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวให้พร้อม เพื่อให้การขับรถเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
สิ่งที่ไรเดอร์ต้องทำให้พร้อมและต้องทำความเข้าใจก่อนที่ประกาศฯ จะมีผลบังคับใช้ มีประเด็นหลัก ๆ เช่น รถที่ใช้ขับให้บริการบนแพลตฟอร์มต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ตามเงื่อนไขกรมการขนส่งทางบก ไรเดอร์ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะอย่างถูกต้อง ต้องผ่านการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทั้งตอนสมัครเป็นคนขับบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและทุกครั้งก่อนเข้าใช้งาน
ที่สำคัญห้ามเด็ดขาด คือ ห้ามใช้รถผิดประเภท, ให้บริการนอกระบบหรือสวมรอยใช้บัญชีแทนกันและต้องปฏิบัติตามกฎจราจรรวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงทั้งถูกระงับบัญชี และถูกลงโทษตามกฎหมาย
นอกจากข้อบังคับ ประกาศฯ นี้ยังสร้างโอกาสให้ไรเดอร์ด้วย เช่น สร้างความน่าเชื่อและความไว้วางในการให้บริการผู้โดยสาร ทำให้การให้บริการของไรเดอร์ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลถูกเลือกใช้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และภายใต้ประกาศฯ ไรเดอร์ยังสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงานที่ไม่เหมาะสมได้ พร้อมมีช่องทางในการแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือร้องขอความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มได้อีกด้วย
ผู้โดยสาร ได้ประโยชน์ ด้วยบริการที่วางใจได้
อีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น ผู้โดยสาร ในฐานะผู้ใช้บริการ เมื่อประกาศฯ มีผลบังคับใช้ สิ่งที่ผู้โดยสารจะได้รับเลย คือ ความปลอดภัยที่มากขึ้น เพราะไม่เพียงได้รู้จักตัวตนของไรเดอร์ชัดเจนขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ แต่ยังจะได้ใช้บริการคนขับที่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะและรถที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
ขณะที่ ทุกการเดินทางสามารถติดตามเส้นทางแบบเรียลไทม์ (GPS Tracking) ได้ ทั้งยังได้รับความโปร่งใสและยุติธรรม ของค่าโดยสารที่จะแสดงให้เห็นล่วงหน้าว่า สุทธิราคาเท่าไหร่ ระยะทางเท่าไหร่ ถึงตอนกี่โมง ลดปัญหาการคิดราคาค่าโดยสารไม่เป็นธรรมหรือเรียกเก็บเพิ่มจากไรเดอร์
พร้อมกันนี้ ยังมีแนวทางที่กำหนดให้แพลตฟอร์มควบคุมดูแลการให้บริการไม่ปล่อยให้ไรเดอร์ทำผิด เช่น รับงานนอกระบบหรือสวมรอยใช้บัญชีแทน และคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร มีช่องทางร้องเรียน แจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที ทั้งยังมีกลไกระงับข้อพิพาท หากเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง ที่สำคัญข้อมูลการเดินทางจะถูกบันทึกไว้และสามารถใช้เป็นหลักฐานหากมีกรณีจำเป็น เป็นต้น
นอกจากนี้ ประกาศฯ ดังกล่าว ยังเป็นกลไกสร้างความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้บริโภค ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานพร้อมช่วยวางรากฐานความเชื่อมั่นที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนในอนาคตด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ประกาศแล้ว! 'ไรเดอร์-คนขับ-แอปเรียกรถ' ต้องจดทะเบียน มีใบขับขี่สาธารณะ
- เตือน! 'รถรับจ้างผ่านแอป' ต้องจดทะเบียนก่อน 2 ต.ค. เลยกำหนดจะให้บริการไม่ได้
- รอเลย!! ปี 69 กรมขนส่งฯ เตรียมเปิดให้ต่อใบขับขี่-จดทะเบียนรถผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ติดตามเราได้ที่