โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์ชาติ แจงตัวเลขคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ สาเหตุไม่ได้มาจากบาทแข็ง ชี้มีการพิจารณาจาก 3 ปัจจัย มูลค่านำเข้ารวมที่ลดลง FDI สูงขึ้น ข้อมูลสินเชื่อการค้าเพิ่ม

BTimes

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 08.44 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับปรุงข้อมูลในบัญชีดุลการชำระเงิน ปี 2567 ตามรอบปรับปรุงปกติในเดือนกันยายน 2568 ส่งผลให้ตัวเลขที่แสดงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ (NEO) ปี 2567 อยู่ที่ 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิม อยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท เท่ากับตัวเลขการคลาดเคลื่อนปรับลดลงกว่า 50% จากตัวเลขเบื้องต้นที่ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีการพิจารณา 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.มูลค่านำเข้ารวมที่ลดลง 2.ข้อมูลการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่สูงขึ้น และ 3.ข้อมูลสินเชื่อการค้า (Trade Credit) ที่เพิ่มขึ้น โดยการนำเข้าลดลง ดุลการค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น สิ่งที่เราอาจหาไม่เจอหรือมองไม่เห็น ก็เริ่มอธิบายได้มากขึ้น NEO จึงปรับลดลง

สำหรับกรณี ตัวเลข NEO เป็นเงินใหม่ที่ไหลเข้ามาในประเทศไทยของปี 2568 ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นหรือไม่ ต้องบอกว่า NEO เป็นตัวเลขส่วนหนึ่งของดุลการชำระเงินที่แจกแจงกิจกรรมไม่ได้ของปี 2567 ไม่ใช่ปีนี้ ตัวธุรกรรมที่เกิดขึ้น และ NEO ไม่ได้กดดันค่าเงินบาท เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าเพียง 0.1% เท่านั้น โดยยกตัวอย่างบริษัทต่างชาติ กรรมการท่านหนึ่งมีธุรกิจสีเทา นำเงินเข้ามาลงทุนตลาดหุ้นไทย ผ่านหรือไม่ผ่านตัวกลาง โดยส่วนนี้จะเก็บข้อมูลได้ ซึ่งมีข้อมูลและอาจเป็นเทา หรือไม่เทาก็ได้ จากนั้นหากมิจฉาชีพนำเงินที่ได้มาไปซื้อทองในร้านรายย่อย ซึ่งการรู้จักและยืนยันตัวตนลูกค้ามีน้อย และอาจนำทองกลับประเทศไป ซึ่งอาจเป็นความเทาได้ เท่ากับความเทาอาจอยู่ได้ในหลายที่ไม่ใช่แค่ NEO หรือการใช้คริปโตเคอร์เรนซี มีซื้องอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเห็นการซื้อแต่ไม่เห็นรูปแบบการใช้จ่าย ทำให้การตรวจสอบว่าเป็นธุรกรรมเทาหรือไม่ ธปท.ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบตาม หน้าที่กำกับหากธุรกรรมต้องสงสัยต่อไป

“ตัวเลขที่แสดงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ (NEO) ในดุลการชำระเงิน เมื่อเก็บข้อมูลอาจยังไม่สามารถแจกแจงระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติได้ ทำให้แม้เห็นตัวเลขการทำธุรกรรมระหว่างกันเกิดขึ้น แต่อาจจำแนกแยกแยะไม่ได้ว่า จุดที่ทำธุรกรรม เม็ดเงินที่เกิดขึ้นไปอยู่ในกิจกรรมแบบใด อาทิ การส่งออก การนำเข้า การเปลี่ยนมือของสินทรัพย์ แต่บางจุดอาจเห็นยังไม่ครบตามข้อมูลที่ยังมาไม่ครบ และบางส่วนที่ยังไม่สามารถเก็บได้ครบอย่างแท้จริง อาทิ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีธุรกรรมการเงินจากการจับจ่ายใช้สอย แต่ยังหาข้อมูลครบทั้งหมดไม่ได้ว่าใช้ไปกับอะไรบ้าง จึงเป็นที่มีมาของตัวเลขที่แสดงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติดังกล่าว”

สำหรับ ค่าเฉลี่ยของสัดส่วนตัวเลขที่แสดงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ (NEO) เทียบกับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในทั่วโลก อยู่ที่ 2.4% ซึ่งค่าเฉลี่ยของไทยอยู่ 1.3% เมื่อมีการปรับปรุงตามรอบ ค่าเฉลี่ยลดลงมาที่ 1% เท่ากับตัวเลข NEO ของไทยต่ำกว่าตัวเลขในอดีต และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก รวมถึงกลุ่มเอเชีย 39 ประเทศ ที่เฉลี่ยอยู่ 3.3% สะท้อนถึงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติที่เกิดขึ้นได้กับทุกประเทศอยู่แล้ว ซึ่งหลายประเทศก็มีปัญหาใกล้เคียงกับไทยเช่นกัน ทำให้ NEO อาจไม่ได้เป็นสีเทาทั้งหมด แต่เป็นวิธีการวัด หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของการทำการค้าระหว่างประเทศ หรือเทรดเครดิตเปลี่ยนไป โดยธปท.อยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อปรับปรุงวิธีประมาณการให้แม่นย้ำมากขึ้น ไม่ได้ปล่อยให้สูงเกินไป

โดยตัวเลขที่แสดงความคลาดเคลื่อนเชิงสถิติ (NEO) ที่มีการปรับลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นผลจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. มูลค่านำเข้ารวมที่ลดลง จากการที่กรมศุลกากรปรับราคาน้ำมันนำเข้าให้เป็นไปตามที่ได้รับข้อมูลจริงจากผู้นำเข้า ซึ่งต่ำกว่าราคาที่กรมศุลกากรได้ประมาณการไว้ในตอนแรก ส่งผลให้ ดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น ทำให้ NEO ลดลงไปประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ 2. ข้อมูลการลงทุนโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่สูงขึ้น ซึ่งปรับตามข้อมูลการลงทุนของ นักลงทุนต่างชาติในธุรกิจไทย ที่ปรากฏในงบการเงินที่ธุรกิจทยอยรายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งผลให้ NEO ลดลงไปประมาณ 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ 3.ข้อมูลสินเชื่อการค้าที่เพิ่มขึ้น จากการที่เจ้าหนี้การค้าขยายระยะเวลา การชำระค่าสินค้านำเข้าให้กับภาคเอกชน ทำให้ภาระการจ่ายคืนสินเชื่อการค้าในปี 2567 ลดลง ส่งผลให้ NEO ลดลงประมาณ 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...