แม่ฮาย,แม่ตั๊ก และแม่สุนารี เปิดใจ รับเคยทำบุญกับ วัดพระบาทน้ำพุ
ช่วงนี้ข่าวของ วงการสงฆ์ ทำให้หลายคนขาดความเชื่อถือ ในเรื่องศาสนาไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ตั้งแต่ข่าวของทิดแย้ม ต่อด้วยสีกากอล์ฟ และล่าสุด ข่าวของ หลวงพ่ออลงกตอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ สร้างความสั่นสะเทือนให้กับศาสนาเป็นอย่างมาก
ล่าสุดด้าน 3 ศิลปินรุ่นใหญ่ผู้ศรัทธาในศาสนาอย่างฮาย อาภาพร, ตั๊ก ศิริพร และสุนารี ราชสีมา ได้ออกมาเปิดใจ ถึงประเด็น ความศรัทธาในเรื่องของพระพุทธศาสนา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่องวัดพระบาทน้ำพุ เพราะทั้ง 3 คนเคยได้มีโอกาสทำบุญกับที่นี่
ตั๊ก : ในระหว่างที่เราเอาเงินสดถวายท่านเนี่ย เราก็สนทนาธรรมกับท่านด้วย เราก็จะถามหลวงพ่อ หลวงพ่อจะทำอะไรบ้างตอนนี้ ทำโครงการอะไรบ้าง แกก็บอกว่า คือแกจะบอกว่าอยากจะสร้างหมู่บ้านให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ได้อยู่ เราก็ถามว่าทำทำไมเหรอคะ ท่านบอกว่าก็คือเผื่อเขามาพบรักกันในวัด เผื่อเขาเจอกันแล้วเขาแต่งงานกัน มีลูกมีเต้ากันอะไรอย่างนี้ พี่ก็เคยคิดว่าเอ๊ะ ผู้ป่วยโรคเอดส์ในตอนนั้นมันยังโรคที่ยามันอาจจะยังไม่มีเหมือนตอนนี้ ควรจะต้องควบคุมไหมพี่ก็คิดในใจอย่างนั้นนะ แต่ทำไมหลวงพ่อกลับไปแบบว่า เอ๊ะทำไมแบบถึงอยากให้เขาไปแต่งงานแล้วมีลูกมีเต้า แล้วเด็กที่เขาเกิดมา ถามเขาไหมว่าเขาอยากเกิดมาไหม แล้วเขาเกิดมาเขาก็ต้องได้รับเชื้อ HIV ถูกไหม พี่รู้สึกค้านในใจ กับความคิดตรงนี้ของหลวงพ่อ
พี่รู้เราเข้าใจว่าโอเคผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ในตอนนั้น เขาก็มีหัวจิตหัวใจ เราเข้าใจ แต่มันไม่มีใครที่มันจะได้ไปอย่างได้ดังหวังทุกอย่างหรอกถูกไหม เราต้องรู้ตัวเองเป็นโรคนี้เป็นโรคติดต่อนะมันไม่ควรที่จะต้องแพร่ออกไปถูกไหม มันก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง แต่หลวงพ่อกลับมองในทางตรงข้าม ให้เขาแต่งงานมีลูก มันก็ต้องแพร่ออกไปอีกสิ โรคมันก็ต้องแพร่ออกไปดิ พี่สามคนก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ พี่ท้วงด้วยแล้วหลวงพ่อแกก็เถียงกลับมา เขาบอกว่า เขาก็มีชีวิตจิตใจนะ ก็เข้าใจหลวงพ่อ แต่ว่าเขาเป็นผู้ป่วย
ฮาย : มันเลยแย้งกับความรู้สึก
ตั้ก: ใช่ มันเลยแย้งตั้งแต่ตอนนั้นเลยนะ
แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงใช่ไหมตอนนั้น?
ตั้ก : ไม่พี่ท้วงด้วยแล้วหลวงพ่อแกก็เถียงกลับมาอะไรเงี้ยบอกว่าก็เขาก็มีชีวิตจิตใจนะ ก็เข้าใจหลวงพ่อก็เข้าใจว่ามีชีวิตจิตใจนั่นแหละแต่ว่าเขาเป็นผู้ป่วยที่มันเป็นจริงๆ
สุนารี : คนลูกทุ่งเหมือนกันเนาะ คุ้นเคยแล้วก็เข้าไปช่วยเยอะมาก
ฮาย : แต่เราไม่รู้ว่าไปช่วยกันแบบไหน ก็นั่นแหละหลวงพ่อเขาขอมาไงไม่รู้จัดงานอะไรก็ไม่รู้วันเกิดหรืออะไรสักอย่าง พวกเราก็ไปช่วย
สุนารี : ก็ไปร้องเพลงไง
ทำบุญแล้วถวายไปให้วัดหรือถวายตรงไปให้หลวงพ่อเลย?
ตั้ก : ก็เอาเงินสดให้หลวงพ่อเลย
ฮาย : ก่อนที่เราจะไลฟ์สดกันอะพี่ฮายวันเกิด พี่ฮายก็รวบรวมไม่รับของขวัญ รับเป็นเงินหยอดตู้จะเอาไปถวายวัดก็ได้สามแสนกว่าเหมือนกัน
ตอนถวายเป็นเงินสดใช่ไหม?
ฮาย : เป็นเงินสดค่ะ
ตั้ก : วันนั้นที่ไลฟ์สดกัน 3 คน เอาเงินสดถวายเลย
แล้วได้ติดตามไหมเงินที่บริจาคไปเอาไปทำอะไรบ้าง?
ตั้ก : เห็นว่าล่าสุดนี่ที่ เห็นว่านักข่าวไปถ่ายใช่ไหม แกสร้างเยอะจนเกินไป พี่ว่าถ้าถามพี่มันเกินกิจของสงฆ์ อย่างเช่นสร้างสนามฟุตบอล โอ้โหแบบอะคาเดมี่เลย ตั้ง 9 สนาม หรือว่าไปสร้างหมู่บ้าน ที่มันร้างเยอะมากเลยนะ ที่เขาไปสร้างไว้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร พี่รู้สึกว่าเรานึกถึงวัดที่เขากันดารน่ะ เขาไม่มีจริงๆ
ตอนแรกที่เห็นข่าวรู้สึกยังไง?
สุนารี : ตกใจมาก
ฮาย : เหมือนอกหัก
ตั้ก : แม่ถามหน่อยแม่ว่า คนไทยทุกคนในประเทศ ไม่มีใครที่ไม่เคยทำบุญกับวัดพระบาทน้ำพุ แทบจะทุกคน ถูกไหมลูก
สุนารี : เราเห็นเรี่ยไรที่ไหน เห็นคนไปเปิดหมวกร้องเพลงที่ไหน แล้วไปทำบุญกับวัดเราต้องทำ
ฮาย : เอาจริงๆ เมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ก็จะมีพระทุกวัดเลยนะในประเทศไทยจะต้องสวดแล้วก็ ทำบุญเอาเงินไปถวายให้วัดพระบาทน้ำพุ ทุกวัดทั่วประเทศไทยมีโครงการแบบนี้ด้วย
สุนารี : บางทีไปเจอคนที่ไปร้องเพลง แล้วตั้งกล่องบริจาค บอกเอาไปบริจาควัดพระบาทน้ำพุ เรายังต้องไปร้องเพลงด้วยเลยนะ แบบเดินๆอยู่เราก็เข้าไปช่วยร้อง เพื่อที่คนมาช่วยทำบุญ
ตั้ก : พี่อยากจะบอกทางรัฐบาลนะว่า มันถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องปรับรูปแบบในวงการพระ หรือ วัดทั่วประเทศ
ฮาย : ไหนๆ เคลียร์แล้วก็เคลียร์ให้จบทั้งประเทศเลย
ตั้ก : โอเคเราไม่เถียงว่า พระที่ดีก็มี หรือพระที่ไม่ดีก็มี ลูกสังเกตไหม มันก็มีส่วนที่ทำให้คนเสื่อมศรัทธาลงไปเยอะเหมือนกัน
ฮาย : ตอนนี้ที่ไม่ดีอะมีอยู่มาก และที่ดีก็มีให้เห็นถูกป่ะ เพราะฉะนั้นไหนๆเคลียร์แล้วก็ให้สะอาดไปเลย
ตอนนี้จะทำบุญคิดเยอะไหม?
ตั้ก : ช่วงนี้ไปทำบุญกับหมากับแมวค่ะ
สุนารี : โรงพยาบาลนะคะ แล้วก็โรงเรียนแล้วก็ช่วยเหลือสัตว์ เพราะว่ากำลังคุยกันว่า ไว้ให้อะไรมันเข้าที่เข้าทางอยากจะคุยกับทั้งผู้ใหญ่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือทางรัฐบาล ให้จัดการเรื่องหมาจรจัด หรือว่าจัดกฎระเบียบคนที่จะเลี้ยงหมา หรือคนที่ทำฟาร์มหมาต้องมีใบอนุญาต ก็มีกฎอะไรออกมา บ้านนึงสามารถเลี้ยงได้เท่าไหร่
ฮาย : จริงๆ ถ้ามันมีกฎหมายคุ้มครองมันก็จะดีมาก
สุนารี : มันเริ่มดีแล้ว เริ่มมีมาแล้ว แต่ว่ามันต้องมากกว่านั้น มันเหมือนต้องลงพื้นที่จริง ต้องมีโมเดลสักจังหวัดนึงแล้วมีสถานสงเคราะห์น้องๆ สักอำเภอละจุด ปศุสัตว์อำเภอจะได้ทำงานแล้วก็ดูแลร่วมกับชาวบ้าน แล้วมันก็มีงานให้กับคนในท้องถิ่นด้วย
ตั้ก : แต่ขอเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จก่อนลูก แล้วแม่กับพี่สุแล้วก็พี่ฮาย แล้วก็จะไปชวนอย่างน้อง เก๋ ชลดา เดินหน้าเรื่องนี้ คืออันนี้เป็นสิ่งที่แม่ตั้งใจอยากจะทำทิ้งทวนไว้ในวงการ
สุนารี : มันทำได้จริงๆ นะ เริ่มต้นต้องจับน้องๆ มาดูแลแล้วก็ทำหมัน ทยอยทำหมันให้หมดแล้วทำไปเรื่อยๆ แล้วก็มีพื้นที่ดูแลพวกเขา น้องหมาจรเนี่ยพอดูแลดีๆเขาก็น่ารักนะ ให้คนมาเอาไปเลี้ยง แต่คนที่จะซื้อหมาไปเลี้ยงหมาจากฟาร์มต้องเสียภาษี เหมือนมีค่าใช้จ่ายที่มันดับเบิ้ล เพราะทุกวันนี้เหมือนกับว่าหมาพันธุ์ก็ถูกทิ้งเยอะมากจริงๆ ก็นี่ไงหมาที่บ้านสี่สิบตัวแล้วเพราะว่าเราช่วยมาแล้ว เราหาบ้านไม่ได้ เราก็ต้องเลี้ยงเอง เราทิ้งเขาไม่ได้แล้ว ชีวิตแม่ก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว
ท่านเจ้าอาวาสลาออกจะมีผลอะไรไหม?
ตั้ก : อย่างที่บอกนะลูกนะถึงลาออกหรือไม่ลาออก ถ้าสมมุติว่า ท่านไม่ได้ทำผิด มันก็ไม่ได้มีผลอะไรถูกไหม จะลาออกหรือไม่ลาออก ถ้าไม่ได้ทำผิดมันไม่มีผลอะไร แต่ถ้าท่านทำผิดจริงๆ ต่อให้ลาออกก็มีผลค่ะ เพราะว่าพี่ตั๊กฟัง ท่านคุณพ่อ มดดำ คุณสุชาติ แกพูดแล้วเมื่อเช้า ไม่มีผลต่อให้ลาออก ถ้าทำผิดจริงก็ต้องไปรับคำตัดสิน
ฮาย : แต่ถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัวหรอกเนาะ
แม่ๆ เป็นคนสายทำบุญกันอยู่แล้วคิดยังไงคนมองเป็นวิกฤตความเชื่อศรัทธาในศาสนา?
ฮาย : จริงๆ ศาสนาก็อยู่เหมือนเดิมนะ การทำบุญเราก็ต้องคิดเยอะมากขึ้น เราก็ต้องไตร่ตรองมากขึ้น
สุนารี : จริงๆ พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ให้ยึดติดไม่ได้เสื่อม ไม่ได้สร้างอะไรเลยแค่ปฏิบัติทางใจทางจิตเท่านั้นนะ แต่มนุษย์เรา เอาศาสนามาอ้างแล้วมาสร้างนู่นสร้างนี่
ฮาย : มาอาศัยผ้าเหลืองกันเนาะ
สุนารี : พอเงินมันเห็นเยอะๆ มันเกิดกิเลส
ตั้ก : แล้วเล่นกับความเชื่อคนไงลูก ลูกเห็นไหมว่าตามวัดต่างๆเดี๋ยวสร้างโน่นสร้างนี่เยอะแยะไปหมดเลย แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเรายึดตามศาสนาพุทธก็คือว่ายึดคำสั่งสอนถูกไหม ไม่ได้ให้ยึดในองค์พระพุทธรูปด้วยซ้ำไป พระพุทธเจ้าท่านยังไม่มีวัดอยู่เลย เห็นไหมท่านอยู่ตามต้นโพธิ์ด้วยซ้ำไป เพราะว่าท่านสอนให้พระต้องสมถะ มือถือนี่ก็ต้องไม่มี เอามือถือเป็นเบอร์บ้านเครื่องนึงไว้ที่วัดพอจบแต่ละองค์ห้ามมีมือถือ
ฮาย : อะไรที่เกี่ยวกับไอที แม่เจอพระตลอด แม่เดินหันหลังหนีเลยนะ มีความรู้สึกว่ามันไม่ควรจะใช่ที่ของท่าน
ตั้ก : พระจริงๆ แล้วต้องไม่มีมือถือเลยนะบอกตรงๆ เลยเอาเป็นโทรศัพท์บ้านเอาไว้ที่วัดเครื่องนึงมีติดต่ออะไรก็ในโทรศัพท์อันนี้ มันต้องอย่างนั้นนะ แม่ถามหน่อยสมัยก่อนไม่มีคอมพิวเตอร์ พระที่เป็นสายแบบการเรียนทำไมเรียนได้โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ แม่อยากจะรู้ต้องพิสูจน์ยังไง ถึงจะรู้ว่าเขาจะไม่กดไปดูอะไรที่ไม่ดี ไม่มีทาง โอเคโลกมันพัฒนาบางอย่างมันก็ต้องพัฒนาไปตามโลก แต่บางอย่างไม่ต้องก็ได้มั้ง
ทั้ง 3 คนเห็นตรงกันว่า ศาสนาพุทธไม่เสื่อม แต่สิ่งที่ทำให้คนหมดศรัทธาคือ การเล่นกับความเชื่อและกิเลสของคนบางกลุ่ม พร้อมทิ้งท้ายแรง ๆ ว่า พระไม่ควรมีมือถือหรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เพราะมันคือช่องให้กิเลสเข้ามา นั่นเองค่ะ