โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สารวัตรทหาร ยิงสกัด จับหนุ่มเขมรต้องสงสัย ลักพาตัวสาวจีน กลางพนมเปญ

Thaiger

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • Thaiger ข่าวไทย

สารวัตรทหารกรุงพนมเปญ ไล่ล่ารถยนต์ต้องสงสัย ลักพาตัวหญิงชาวจีนจนเกิดเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนจะยิงสกัดจับกุมผู้ต้องสงสัยชายชาวกัมพูชาได้

สำนักข่าว KHMER TIMES รายงานเหตุการณ์ไล่ล่าระทึกขวัญขึ้นกลางกรุงพนมเปญ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 20.30 น. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้ขับรถไล่ล่าผู้ต้องสงสัยคดีลักพาตัวหญิงชาวต่างชาติ จนเกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนจะสามารถเข้าจับกุมชายชาวกัมพูชาและช่วยเหลือเหยื่อหญิงชาวจีนออกมาได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารกรุงพนมเปญ ซึ่งทำงานร่วมกับสารวัตรทหารเขตเสนสก ได้ทำการไล่ล่ารถยนต์ยี่ห้อ GAC สีดำต้องสงสัย ซึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปตามถนนหมายเลข 1003 โดยมีข้อมูลว่าผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวเป็นชายชาวกัมพูชาที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหญิงชาวจีน ในระหว่างการไล่ล่านั้น รถของผู้ต้องสงสัยได้เสียหลักพุ่งเข้าชนกับรถเข็นขายปิ้งย่างที่จอดอยู่ริมทาง แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดและได้ขับหลบหนีต่อไป

ภาพจาก: KHMER TIMES

รถของผู้ต้องสงสัยได้เลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรพนมเปญทะไม บนถนนหมายเลข 1007 ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัย แหล่งข่าวในที่เกิดเหตุระบุว่า ได้มีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด ทำให้รถคันก่อเหตุหยุดลง ภายหลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้เข้าควบคุม จับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายชาวกัมพูชา และเข้าช่วยเหลือหญิงชาวจีนที่อยู่ภายในรถออกมาได้เป็นผลสำเร็จ

ภาพจาก: KHMER TIMES

เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้ยืนยันในที่เกิดเหตุว่าคดีนี้เป็นคดีที่ต้องสงสัยว่าเป็นการลักพาตัว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ก่อเหตุและเหยื่อแต่อย่างใด เบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยพร้อมด้วยรถยนต์ของกลาง ได้ถูกนำตัวไปยังฐานสารวัตรทหารเขตเสนสก เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...