โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

10 อันดับประเทศ ที่เก็บภาษี "แพงที่สุดในโลก" บางประเทศคุ้มค่ามาก แต่ไม่ใช่อันดับ 1

sanook.com

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 11.21 น. • Sanook
10 อันดับประเทศที่เก็บภาษีแพงที่สุดในโลก บางประเทศคุ้มค่ามาก แต่ไม่ใช่ประเทศที่อยู่ในอันดับ 1

10 อันดับประเทศที่เก็บภาษีแพงที่สุดในโลก บางประเทศคุ้มค่ามาก แต่ไม่ใช่อันดับ 1

จากการสำรวจข้อมูลปี 2025 พบว่า 10 อันดับประเทศที่เก็บภาษีแพงที่สุดในโลก ส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปและมีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงมาก อย่างไรก็ดี “ภาษีสูง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่คุ้ม” เสมอไป เพราะหลายประเทศนำภาษีไปพัฒนาสวัสดิการสาธารณะที่ดีเลิศ ทั้งระบบสุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม จนทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนโดยรวมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อันดับประเทศที่ภาษีแพงที่สุด (อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด)

  • ไอวอรี่โคสต์ (Ivory Coast) – 60%
  • ฟินแลนด์ (Finland) – 56.95%
  • ญี่ปุ่น (Japan) – 55.97%
  • ออสเตรีย (Austria) – 55%
  • เดนมาร์ก (Denmark) – 55%
  • สวีเดน (Sweden) – 52%
  • อารูบา (Aruba) – 52%
  • เบลเยียม (Belgium) – 50%
  • อิสราเอล (Israel) – 50%
  • สโลวีเนีย (Slovenia) – 50%

ภาษีสูง…แต่คุ้มไหม? ทำไมหลายประเทศยังน่าอยู่

ประเทศภาษีสูงจำนวนมากลงทุนกับ “สวัสดิการถ้วนหน้า” เช่น การรักษาพยาบาลฟรี/ร่วมจ่ายต่ำ การศึกษาฟรี ขนส่งสาธารณะมีประสิทธิภาพ และระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุม ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม และความมั่นคงของประชาชนอยู่ในระดับสูง ตัวอย่างเช่น ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และสวีเดนซึ่งมักติดอันดับประเทศที่ประชาชนมีความสุขและคุณภาพชีวิตดีที่สุด

ในทางกลับกัน บางประเทศที่เก็บภาษีสูงแต่การบริหารจัดการรัฐและบริการสาธารณะยังไร้ประสิทธิภาพ ประชาชนอาจ “รู้สึกไม่คุ้ม” เพราะภาษีไม่ได้ถูกแปลงเป็นบริการที่จับต้องได้เท่าที่ควร

เทียบกับประเทศไทย: อัตราภาษีต่ำกว่า แต่สวัสดิการยังจำกัด

ประเทศไทยมีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดประมาณ 35% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศในลิสต์ข้างต้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมและระบบคุ้มครองสุขภาพโดยรวมยังจำกัด ทั้งในด้าน “สัดส่วนงบประมาณต่อ GDP” ที่อยู่ในระดับต่ำ และ “ความครอบคลุม” ของสวัสดิการที่ยังไม่ทั่วถึงเท่าประเทศภาษีสูงในยุโรป ทำให้ความคุ้มค่าที่ประชาชนได้รับยังน้อยกว่ามาตรฐานของประเทศที่เก็บภาษีแพงและให้สิทธิประโยชน์ถ้วนหน้า

สรุปภาพรวม

  • ประเทศภาษีสูงส่วนใหญ่มีสวัสดิการเข้มแข็ง เช่น ฟินแลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน ญี่ปุ่น ภาษีสูงสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางสังคมที่สูง
  • บางประเทศภาษีสูงแต่สวัสดิการไม่คุ้ม เช่น ไอวอรี่โคสต์ ประชาชนอาจเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำและประสิทธิภาพบริการสาธารณะต่ำ
  • ประเทศไทยภาษีต่ำกว่าแต่สวัสดิการยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับประเทศในลิสต์ ภาษีที่เก็บได้ยังไม่ถูกแปลงเป็นบริการสาธารณะที่ครอบคลุมและเข้มแข็งพอ

ข้อสรุปสำคัญ: “ภาษีแพง” จะเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับได้ก็ต่อเมื่อรัฐส่งมอบสวัสดิการสาธารณะที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และตรวจสอบได้ ประชาชนจึงรู้สึกว่า “คุ้มค่า” กับภาษีที่จ่ายไป สำหรับประเทศไทย ประเด็นเร่งด่วนคือการยกระดับคุณภาพและขยายความครอบคลุมของสวัสดิการ เพื่อให้การจัดเก็บภาษีและการใช้งบประมาณเกิดผลต่อคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่จริง ๆ

ตารางเปรียบเทียบ: 10 อันดับภาษีแพง เทียบ “ภาษีใช้ทำอะไร” และ “ได้อะไรกลับมา”

อันดับ ประเทศ อัตราภาษีเงินได้บุคคลสูงสุด ภาษีใช้ทำอะไรหลัก ๆ สวัสดิการ/สิ่งที่ประชาชนได้รับ ความคุ้มค่าของภาษี 1 โกตดิวัวร์ (Ivory Coast) 60% จัดการหนี้สาธารณะ การศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการจำกัด ประสิทธิภาพบริการสาธารณะยังต่ำ ภาษีสูง แต่ความคุ้มค่ายังไม่น่าพอใจ 2 ฟินแลนด์ (Finland) 56.95% สวัสดิการถ้วนหน้า การศึกษาฟรี ระบบสุขภาพเข้มแข็ง การศึกษาฟรี สุขภาพถ้วนหน้า สิทธิประโยชน์ทางสังคมหลากหลาย คุ้มค่ามาก คุณภาพชีวิตสูง 3 ญี่ปุ่น (Japan) 55.97% ระบบสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน ดูแลผู้สูงอายุ บริการรักษาพยาบาลมีคุณภาพ สิทธิผู้สูงอายุและแรงงาน คุ้มค่า บริการสาธารณะมีมาตรฐานสูง 4 ออสเตรีย (Austria) 55% การศึกษาฟรี สุขภาพถ้วนหน้า ขนส่งสาธารณะ บำนาญ การศึกษา/สุขภาพฟรี ระบบขนส่งและบำนาญครอบคลุม คุ้มค่า สวัสดิการครอบคลุม 5 เดนมาร์ก (Denmark) 55% การศึกษาฟรี สุขภาพถ้วนหน้า ความมั่นคงสังคม ขนส่งสาธารณะ สุขภาพดีเยี่ยม การศึกษาฟรี บำนาญและบริการสังคมจริงจัง คุ้มค่ามาก คุณภาพชีวิตสูงสุดกลุ่มหนึ่ง 6 สวีเดน (Sweden) 52% การศึกษาฟรี สุขภาพ ขนส่ง สิทธิการลาเพื่อครอบครัว การศึกษา/สุขภาพฟรี สิทธิลาเลี้ยงดูบุตร คุ้มค่าสูง สวัสดิการเป็นระบบ 7 อารูบา (Aruba) 52% โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการสาธารณะในระดับหนึ่ง คุ้มค่าปานกลาง 8 เบลเยียม (Belgium) 50% สุขภาพถ้วนหน้า การศึกษา บำนาญและคุ้มครองสังคม บริการสาธารณะครบถ้วน คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับภาษี 9 อิสราเอล (Israel) 50% การศึกษาฟรี ระบบสุขภาพ การวิจัยและพัฒนา สุขภาพดี การศึกษาฟรี สิทธิด้านเทคโนโลยี/นวัตกรรม คุ้มค่า สนับสนุนอนาคตเศรษฐกิจฐานเทคโนโลยี 10 สโลวีเนีย (Slovenia) 50% สุขภาพ การศึกษา ระบบบำนาญ ระบบสุขภาพและการศึกษาได้รับการสนับสนุนดี คุ้มค่า ภาษีเอื้อสวัสดิการสังคม - ประเทศไทย (เทียบ) 35% (อัตราสูงสุด) งบสวัสดิการต่อ GDP ยังต่ำ บริการสุขภาพและการศึกษามีช่องว่าง ความครอบคลุมสวัสดิการยังจำกัด ยังไม่เหมาะสมในมุม “คุ้มค่าภาษี” เทียบกับประเทศภาษีสูง

หมายเหตุวิธีอ่าน

  • อัตราที่ใช้คือ “อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุด” (marginal top rate) ตามแหล่งข้อมูลสากลและงานอ้างอิงต่างประเทศ
  • ความคุ้มค่าเป็นการอธิบายเชิงนโยบายจากภาพรวมของสวัสดิการสาธารณะ คุณภาพบริการ และผลลัพธ์ทางสังคม ไม่ใช่การจัดอันดับความคุ้มค่าแบบเชิงตัวเลข

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...