โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[อ่านฟรี] ทะลุมิติมาเป็นซูเปอร์เจ่เจ้

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 เม.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2567 เวลา 08.57 น. • ตำหนักหมื่นบุปผา
ถังฉีพบว่าตนเองทะลุมิติมาในยุคโบราณ เปิดฉากชีวิตในครอบครัวสุดแร้นแค้น แถมปู่ย่ายังวางแผนขายน้องชายที่ยังเป็นทารกน้อย ถังฉีต้องปกป้องน้องชายทั้งสี่จากอุปสรรคมากมายด้วยทรัพยากรไม่อั้นที่ติดตามมาด้วย!…

ข้อมูลเบื้องต้น

ผู้แต่ง : เซียงหน่ายเอ่อร์ปู้เซียง

ลิขสิทธิ์ : 17K

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย : Novel Kingdom

แปล : กาลครั้งหนึ่งในฝัน

เผยแพร่และจัดจำหน่าย: สำนักพิมพ์ Novel Kingdom

ติดต่อสำนักพิมพ์ : novelkingdompartltd@gmail.com,
Facebook : https://www.facebook.com/NovelkingdomNK
“สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘)”

เรื่องย่อ

ถังฉี หญิงแกร่งจากโลกยุคปัจจุบันกำลังนำเสบียงและทรัพยากรนับพันล้านชิ้นไปช่วยเหลือผู้เดือนร้อนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ แต่แล้วก็ต้องพบว่าตนเองทะลุมิติมาในยุคโบราณ เปิดฉากชีวิตใหม่ในครอบครัวสุดแร้นแค้นด้วยการตายของมารดา ส่วนบิดาถูกส่งไปรบที่ชายแดนและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในขณะที่ครอบครัวของปู่ย่ารวมหัวกันวางแผนขายน้องชายที่ยังเป็นทารกน้อยเพื่อแลกกับอาหาร

ถังฉีจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมาทุบตีญาติใจทมิฬอย่างเกรี้ยวกราด ปกป้องน้องชายทั้งสี่จากอุปสรรคมากมายที่ต้องเผชิญด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากโลกเดิมรวมถึงทรัพยากรไม่อั้นที่ติดตามมาด้วย!…

ตอนที่ 1 ตายตั้งแต่เริ่ม!

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ฟื้นสิ ท่านพ่อท่านแม่ก็จากไปแล้ว หากท่านทิ้งพวกเราไปอีกคน พวกเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ฮือ ฮือ ฮือ…”

เสียงร้องไห้ดังขึ้น ถังฉีรู้สึกรำคาญจนต้องลืมตาอย่างหมดความอดทน และโพล่งออกมาโดยไม่ลังเล “มีเรื่องอะไรกัน? นี่พวกเรายังไม่ถึงอีกเหรอ?”

เธอเห็นเด็กชายตัวน้อยสามคนที่มีใบหน้าแดงก่ำจากการร้องไห้ จากนั้นก็มองดูบ้านอิฐที่ว่างเปล่ามีเพียงกำแพงทั้งสี่ด้าน จิตใจของเธอพลันเต็มไปด้วยความสับสน

เธอกำลังเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวนพร้อมกับสิ่งของนับพันล้านชิ้นไม่ใช่หรือ?

แล้วที่นี่คือที่ไหน?

เด็กชายผอมแห้งทั้งสามคนนี้ ผิวหนังหุ้มกระดูก หน้าตาเหมือนกันทุกประการ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง พวกเขาเป็นใครกัน?

ขณะที่เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง อาการเจ็บปวดเฉียบพลันก็พลุ่งพล่านที่บริเวณหน้าผาก ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนถังฉีอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ จากนั้นภาพความทรงจำมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัวของเธอ

เมื่อเด็กชายทั้งสามเห็นว่าถังฉีฟื้นคืนสติแล้ว พวกเขาก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ

เด็กชายที่อยู่ใกล้ที่สุดคว้าแขนของนางไว้พลางเอ่ยด้วยความปลื้มปีติ “พี่ใหญ่ โชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไร ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร”

“พี่ใหญ่ ท่านย่าและคนอื่น ๆ พาน้องห้าไปแล้ว ข้าได้ยินมาจากท่านอาสะใภ้สามว่าวันนี้พวกเขาจะขายน้องห้า ท่านควรรีบไปหาท่านปู่ท่านย่า หรือไม่ก็ไปหาผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ”

เด็กชายตัวเล็กสุดไม่พูดอะไร เพียงมองถังฉีอย่างใสซื่อ สัมผัสที่หน้าผากของนางด้วยความเห็นอกเห็นใจ จากนั้นปีนขึ้นไปบนเตียงและเอ่ยถาม “พี่ใหญ่ ท่านปวดหัวหรือ? หากท่านรู้สึกไม่สบายก็พักผ่อนเสียเถอะ ข้ากับพี่รองจะดูแลท่านเอง”

เพียงชั่วพริบตา ถังฉีก็สืบทอดความทรงจำทั้งหมด

เธอไม่อยากจะเชื่อ ทว่าความเจ็บปวดที่หน้าผากทำให้เธอตระหนักได้ว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องจริง!

…เธอได้เดินทางย้อนเวลามาแล้วจริง ๆ!!!…

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ มารดาของเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตอยู่ตรงนี้!

ร่างเดิมเป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบสามปี มีน้องชายสี่คนที่ต้องดูแล บิดาผู้ให้กำเนิดของนางถูกเกณฑ์ไปชายแดนเป็นเวลาสองปีแล้วยังไม่กลับมา

ส่วนมารดา…ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการผูกคอ

สาเหตุเป็นเพราะสามีของนางไม่ได้กลับจากชายแดนเป็นเวลาสองปี แต่นางกลับให้กำเนิดลูกน้อย นางจึงต้องทนทุกข์ทรมานกับคำครหาว่าร้ายจากสะใภ้คนอื่น ๆ และชาวบ้านจนทนไม่ไหว จึงต้องแขวนคอปลิดชีวิตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ร่างของผู้เป็นมารดายังอุ่นอยู่ ร่างนั้นนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องโถงใหญ่เพื่อรอการฝัง ท่านปู่ ท่านย่าและคนอื่น ๆ ต่างบังคับเด็กหญิงขายน้องชายของตน โดยอ้างว่าเป็นลูกนอกสมรส ห้ามเก็บไว้ มิเช่นนั้นจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลถังเสื่อมเสีย

เด็กหญิงไม่ยอมและสาบานจะปกป้องน้องชายคนที่ห้าของนาง เช่นเดียวกับน้องชายอีกสามคน ในระหว่างการต่อสู้ นางถูกป้าสะใภ้ผลักอย่างแรงและศีรษะกระแทกกับมุมโต๊ะแปดเหลี่ยมจนสิ้นลม

หลังจากที่ถังฉีสืบทอดความทรงจำทั้งหมดจากร่างเดิม ความโกรธก็พลุ่งพล่านในใจของเธอในบัดดล

ปู่ย่าและสมาชิกในครอบครัวของร่างเดิมไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!

พวกเขาบังคับให้มารดาของเด็กหญิงแขวนคอตัวเองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แล้วพวกเขายังต้องการอะไรอีก?

อย่างไรก็ตาม มารดาของเด็กหญิงอ่อนแอเกินไป แม้ว่านางจะไม่คิดถึงตัวเอง แต่นางก็ควรจะคิดถึงบุตรทั้งห้าที่อยู่ในวัยกำลังโตของนางบ้าง!

การตายของนางทำให้ลูก ๆ ตกเป็นเป้าโจมตีของพวกผู้ใหญ่

ส่วนถังฉีเองก็เป็นมะเร็งในชีวิตก่อน ก่อนที่เธอจะดับสูญ เธอขายทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าหลายพันล้านและแปลงเป็นสิ่งของบรรเทาภัยพิบัติ เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ต้องการทำสิ่งที่มีความหมายเป็นครั้งสุดท้าย

แต่แล้วเธอก็หลับไประหว่างทาง และจบลงด้วยการเดินทางย้อนเวลามายังแผ่นดินที่ไม่รู้จักแห่งนี้ กลายเป็นเด็กหญิงอายุสิบสามในหมู่บ้านบนเขา

…ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอจะทะนุถนอมชีวิตนี้และเพลิดเพลินไปกับทุกสิ่งที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน!…

เด็กชายสามคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นพี่น้องแฝดของร่างเดิม

น้องชายคนที่สอง ถังซาน มีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนถังอู่ผู้เป็นบิดา เขาเป็นเด็กที่มีจิตใจดี ทว่ามีข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวคือความหุนหันพลันแล่น

น้องชายคนที่สาม ถังสุ่ย เขามีสุขภาพที่ค่อนข้างอ่อนแอ บุคลิกเรียบร้อย และฉลาดมีไหวพริบที่สุดในบรรดาพี่น้อง

น้องชายคนที่สี่ ถังเฟิง มีรูปร่างเตี้ยกว่าเล็กน้อย สดใสร่าเริงและเจ้าคารม คอยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้ครอบครัวโดยแท้ ทว่าโศกนาฏกรรมที่ต้องพบเจออย่างต่อเนื่องทำให้จิตใจเด็กน้อยเต็มไปด้วยรอยแผล

นอกจากนี้ยังมีน้องชายตัวน้อย ถังเหอ เขาถูกคนในตระกูลพาตัวไป และไม่รู้ว่าเวลานี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

ถังซานเห็นพี่สาวมีท่าทีงุนงง เขาโบกมือโบกไม้อยู่เบื้องหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ “พี่ใหญ่ ท่านเป็นอะไรไป? อย่าทำให้ข้ากลัวสิ!”

ถังฉีพลันได้สติ นางปัดมือเขาออกและเอ่ยขึ้น “ข้าไม่เป็นไร แค่มึนหัวเล็กน้อยเพราะเพิ่งฟื้น”

ถังซานถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาลูบหน้าอกของตัวเองเบา ๆ “ท่านทำให้ข้ากลัวแทบตาย ข้านึกว่าหัวของท่านกระแทกจนกลายเป็นคนเสียสติไปเสียแล้ว”

ถังฉีกลอกตาใส่น้องชายคนรองที่โง่งมของนางและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “น้องรอง ไปหาผู้นำตระกูลและบ้านผู้นำหมู่บ้าน ขอให้พวกเขาไปที่บ้านท่านปู่ท่านย่า น้องสาม เจ้าวิ่งเร็ว ไปที่บ้านท่านตาท่านยายที่อยู่หมู่บ้านข้าง ๆ และขอให้พวกเขาพาคนมาด้วย น้องสี่ เจ้าไปที่บ้านท่านปู่กับข้า ขัดขวางพวกเขาไว้”

ด้วยเหตุผลบางประการ แฝดสามต่างรู้สึกแบบเดียวกัน

…แววตาของพี่สาวคนโตดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนอื่น!

ทว่าเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือการนำน้องห้าของพวกเขากลับมา เขาเป็นบุตรชายของท่านพ่อและท่านแม่ หาใช่ลูกนอกสมรสอย่างที่ท่านปู่ท่านย่ากล่าวหา

เด็ก ๆ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน พวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ต่างกันด้วยความรีบเร่ง

ถังฉีและน้องชายของนาง ถังเฟิง รีบรุดไปยังบ้านตระกูลถังที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ระหว่างทาง นางสำรวจความทรงจำของร่างเดิมไปด้วย โดยกลัวว่านางอาจจะทำอะไรผิดพลาดและกลายเป็นจุดสนใจ

สุดท้ายแล้ว นี่คือตระกูลศักดินาที่ไม่มีใครรู้จัก และในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลแห่งนี้ ผู้คนต่างหวาดกลัววิญญาณและภูตผีมากที่สุด

หากนางไม่ทำตัวให้เหมือนกับเด็กผู้หญิง นางอาจถูกเผาทั้งเป็นในฐานะแม่มด ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับโอกาสครั้งที่สองในชีวิตที่สวรรค์ประทานให้

ถังเฟิงติดตามถังฉีไปติด ๆ ใช้เวลาเพียงหนึ่งถ้วยชาพวกเขาก็มาถึงบ้านตระกูลถัง ทันเวลาที่จะได้เห็นป้าสะใภ้ใหญ่ เสี่ยวฉินต้อนรับคนที่แต่งตัวคล้ายแม่สื่อ

ถังฉีและน้องชายเร่งฝีเท้าแล้วตรงไปที่ประตู เมื่อเห็นกองฟืนอยู่ด้านข้าง นางจึงหยิบไม้ท่อนหนาขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปในลานพร้อมกับสายลมแรง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่

ร่างบอบบางและเล็กกะทัดรัดของเด็กหญิงยืนอยู่ที่ประตูห้องโถงใหญ่ จ้องมองทุกคนที่อยู่ข้างในด้วยความกรุ่นโกรธ

ผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคือถังต้าสี่และภรรยา นางฉิน ทางซ้ายมือคือถังเหวินและภรรยา นางเสี่ยวฉิน ถัดออกไปคือถังเฉวียนและภรรยา นางเหลียง ซึ่งอุ้มทารกน้อย ถังเหออยู่ในอ้อมแขน

ด้านขวาคือหวังเซียนกู แม่สื่อชื่อดัง หวังเซียนกูช่วยเหลือผู้คนในการจับคู่ บนใบหน้าของนางมีไฝแม่สื่อที่โดดเด่น

นอกจากจะเป็นแม่สื่อแล้ว นางยังเป็นคนคอยจัดหาเด็กและบ่าวรับใช้ มีเส้นสายในการค้าขายมากทีเดียว ผู้คนในหมู่บ้านมักจะไปหานางเพื่อขายลูก ๆ ของตนเอง

ถังฉีมองหวังเซียนกู เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานสีดำ ซึ่งเป็นสัญญาณของความโชคร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น

นางรู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆ!

สวรรค์ช่างเมตตานางจริง ๆ!

ไม่คิดเลยว่าหลังจากเดินทางย้อนเวลามา นางจะยังมีความสามารถพิเศษ ‘เนตรสวรรค์’ ติดตัวมาจากชีวิตก่อนด้วย

‘เนตรสวรรค์’ เป็นความสามารถพิเศษที่ทำให้นางมองเห็นโชคลาภและโชคร้ายของผู้คน

ส่วนเรื่องที่นางได้ความสามารถพิเศษนี้มาอย่างไรนางเองก็ไม่รู้จริง ๆ ในชีวิตก่อน นางจะมองเห็นได้ว่าผู้ที่มีพลังงานสีดำกำลังจะมีโชคร้าย และผู้ที่มีพลังงานสีแดงกำลังจะมีโชคลาภ

แม้จะข้ามภพมาแล้ว ความสามารถพิเศษก็ยังติดตัวนางมาด้วย ดีจริง ๆ!

นางเอ่ยขึ้นโดยไม่เกรงกลัว “ถ้าพวกท่านกล้าขายน้องห้าละก็ วันนี้ ข้าจะทำให้พวกท่านทุกคนเข้าคุก!” เมื่อพูดจบ เด็กหญิงก็มองหวังเซียนกูด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและเย็นชา

“ท่านป้าหวัง ข้าขอแนะนำว่าท่านควรจะรีบกลับบ้านไปให้เร็ว ไม่เช่นนั้น ท่านจะถูกรายล้อมด้วยหายนะที่ไม่อาจรอดพ้น!”

“เด็กน้อย เจ้านี่ปากคอเราะรายเสียเหลือเกิน น่าเสียดายที่ไม่มีใครมาขัดขวางหวังเซียนกูผู้นี้ไม่ให้ซื้อคนที่ต้องการได้”

หวังเซียนกูเคยผ่านประสบการณ์มามากมายจึงดูถูกความกล้าหาญของถังฉี นางหันไปหาถังต้าสี่ “ท่านถัง ข้าให้ราคาเพียงหนึ่งหรือสองตำลึงเงินเท่านั้น หากท่านตกลง เงินนี่ก็จะเป็นของท่าน และข้าจะรับตัวเด็กไป”

****************************

ตอนที่ 2 ข้าจะก่อเรื่อง

เห็นได้ชัดว่าหวังเซียนกูไม่ได้ใส่ใจถังฉีเลยแม้แต่น้อย

ถังต้าสี่เองก็ไม่ได้เห็นหลานสาวของตนอยู่ในสายตาเช่นกัน เขาหันไปหานางฉินและเอ่ยขึ้น “พาฉีเอ๋อร์ออกไปก่อน รอจนกว่าจะหารือเรื่องนี้เสร็จสิ้น แล้วข้าค่อยคิดบัญชีกับนาง”

ถังฉีพลันโมโห

จะไม่ยอมให้พวกเขาปฏิบัติต่อนางเหมือนคนขี้แพ้!

นางยกมือขึ้นและใช้ท่อนไม้ทุบประตูอย่างแรง แววตาดุดันกวาดมองทุกคน “ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าวันนี้ใครจะกล้าขายน้องชายของข้า!”

ทันทีที่พูดจบ นางก็มองมาที่ถังเฟิง

ถังเฟิงยืนอยู่ใกล้นางเหลียงที่อุ้มทารกน้อยอยู่ เขาฉวยโอกาสคว้าทารกน้อยและวิ่งไปหลบข้างหลังถังฉี อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคย เด็กน้อยถังเหอจึงหยุดร้องไห้ทันที

ใบหน้าของถังต้าสี่ดุดันด้วยความโกรธ เขาคำรามก้อง “เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ามาเกี่ยวอะไรด้วย? ส่งเจ้าเด็กนอกคอกนั่นมาเสียดี ๆ ไม่เช่นนั้น ข้าจะขายเจ้ากับพี่น้องของเจ้าด้วย!”

เมื่อพูดจบ ถังต้าสี่ก็มองนางฉินผู้เป็นภรรยา

นางฉินส่งสัญญาณให้ลูกสะใภ้ของตนทันที จากนั้น เสี่ยวฉินก็ลุกขึ้นยืนและเอ่ยขึ้น “ไป ไป ไป เด็ก ๆ ไม่ควรยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ พี่น้องของเจ้าก็ไม่ควรถูกเด็กนอกคอกคนนี้หลอก ส่งเด็กมาให้ข้าเถอะ หลังจากเสร็จเรื่องแล้ว พวกเราจะจัดงานศพให้ท่านแม่ของพวกเจ้า”

ถังฉีมองนางฉิน ระลึกได้ว่านี่คือคนที่ผลักเด็กหญิงจนถึงแก่ชีวิต

นางจึงใช้ท่อนไม้ตีนางฉินจนร้องเสียงหลง

“โอ๊ย!”

นางฉินสะบัดมือไปมา เวลานี้มือข้างนั้นบวมแดง นางจ้องมองถังฉีและเอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กอกตัญญู! เจ้าอยากจะทำให้ตัวเองอับอายอย่างนั้นหรือ ท่านแม่ของเจ้าเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย คบชู้และนำพาความเสื่อมเสียมาสู่ตระกูลถังที่เก่าแก่ของพวกเรา ในฐานะลูกหลานของตระกูลถัง เจ้าควรจะช่วยให้ท่านปู่ท่านย่าได้คลายกังวลแทนที่จะขัดขวางพวกเราไปเสียทุกเรื่อง เจ้าอยากจะให้ท่านปู่ท่านย่าโกรธจนอกแตกตายหรือ!?”

แววตาของถังฉีดุดันและเชือดเฉือนราวคมมีด กรีดแทงทุกคนที่อยู่ในห้องโถง เสียงกังวานของนางดังขึ้น “ท่านแม่ไม่ได้มีลูกนอกสมรส นางไม่ได้ทรยศท่านพ่อ และข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านขายน้องห้า!”

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” ถังต้าสี่เกรี้ยวกราด ตบโต๊ะดัง *ปัง* พลางผุดลุกขึ้น พร้อมทั้งสั่งให้บุตรชายคนโตและบุตรชายคนที่สามของตนจับเด็กหญิงที่ไม่เชื่อฟังผู้นี้ไปขังไว้ในเพิงไม้

ถังฉีหันกลับมาและส่งสัญญาณให้ถังเฟิงพาเด็กน้อยหนีไป ในขณะเดียวกันนางก็ขัดขวางคนเหล่านั้นไว้ โดยไม่สายเกินไปสำหรับนางที่จะล่าถอยหลังจากที่ถังเฟิงอยู่ห่างออกไปพอสมควรแล้ว

เมื่อเห็นข้อตกลงกำลังจะหลุดลอยไป หวังเซียนกูก็ไม่ยอมแพ้ นางรีบยืนขึ้นและส่งสัญญาณให้ถังต้าสี่เข้ามาแทรกแซง

ถังต้าสี่ขมวดคิ้ว ท่าทีเกรี้ยวกราด

หวังเซียนกูเดินเข้าไปหาถังฉี คลี่ยิ้มละมุนและพยายามเกลี้ยกล่อม “เด็กน้อย ทารกคนนี้ถือเป็นโชคร้าย อีกอย่าง…เจ้าเองก็ไม่มีพ่อแล้ว แม่ก็มาด่วนจากไป พี่น้องของเจ้าก็แทบจะเอาตัวไม่รอด แล้วเจ้าจะเลี้ยงทารกอายุเก้าเดือนได้อย่างไร? ต่อให้เจ้าเลี้ยงเขาได้ แล้วพี่น้องของเจ้าจะมีอาหารเพียงพอสำหรับหน้าหนาวนี้อย่างนั้นหรือ?”

ถังฉีไม่สนใจและส่งสัญญาณให้ถังเฟิงรีบพาทารกน้อยออกไป

เมื่อเห็นเช่นนี้ หวังเซียนกูจึงเอ่ยต่อ “เด็กน้อย ข้าตั้งใจที่จะส่งน้องชายของเจ้าไปอยู่กับครอบครัวดี ๆ ในเมือง เจ้าคงเคยได้ยินชื่อ อู่ต้าซ่าน ใช่หรือไม่? เขาอายุสี่สิบปีแล้ว และไม่สามารถมีลูกได้ จึงต้องการจะรับเลี้ยงทารกในฐานะบุตรชาย ครอบครัวของอู่ต้าซ่านร่ำรวยมั่งคั่ง น้องห้าของเจ้าจะได้อยู่ดีกินดี และเขาอาจจะช่วยเหลือพี่น้องของเจ้าได้ในภายภาคหน้า ลองคิดดูเถอะ?”

ถังฉีรู้ว่าหวังเซียนกูมีเจตนาแอบแฝง

ทว่าขณะที่ถังเฟิงหนีไป หวังเซียนกูพลันคว้าตัวถังฉีไว้

แต่ถึงกระนั้น ถังฉีก็สามารถหลบออกไปนอกห้องโถงได้ หวังเซียนกูสะดุดธรณีประตูจนล้มหน้าคว่ำ ฟันหน้าหัก เลือดไหลท่วมปาก นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ถังฉีเย้ยหยัน “ข้าบอกท่านแล้วว่าท่านจะพบกับหายนะ แต่ท่านก็ไม่เชื่อ!”

หวังเซียนกูเงยหน้ามองและเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของถังฉี นางพลันรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง

เด็กหญิงผู้นี้น่ากลัวจริง ๆ!

ถังต้าสี่คำรามด้วยความเกรี้ยวกราด “นางเด็กสารเลว เจ้าคิดจะก่อเรื่องอย่างนั้นหรือ มันจะมากเกินไปแล้ว!”

ถังฉียืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวและจ้องมองถังต้าสี่ “หากจำเป็นก็ต้องทำ ท่านบังคับให้ท่านแม่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยชีวิต และเวลานี้ยังคิดจะขายน้องห้าอีก จะให้ข้านั่งมองท่านทำเรื่องพวกนี้อย่างนั้นหรือ?”

“แม่ของเจ้าเป็นคนสำส่อน นำความอับอายมาสู่ตระกูลถังที่เก่าแก่ของเรา พวกเราเมตตานาง ไม่จับถ่วงน้ำในกรงหมูก็ดีเท่าไรแล้ว เจ้าเป็นเด็ก จะไปรู้อะไร!”

“เหลวไหล!” ถังฉีตอบโต้ “ท่านแม่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยความตาย ท่านยังจะต้องการอะไรอีกถึงจะเชื่อว่าท่านแม่ไม่ได้ทรยศท่านพ่อ ท่านไม่กลัวหรือว่าท่านพ่อจะรู้สึกเช่นไรเมื่อกลับมาแล้วรู้เรื่องนี้เข้า?”

เวลานี้ ถังฉีโมโหจนดวงตาแดงก่ำ แววตาที่สดใสเป็นประกายของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ถังต้าสี่ถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย

แท้จริงแล้ว พวกเขาไม่มีหลักฐาน แต่หากบุตรชายคนที่สองถูกส่งตัวไปชายแดนเป็นเวลาสองปี ต่อให้นางหวังตั้งครรภ์ เด็กชายก็น่าจะอายุครบขวบปีแล้ว ไม่ใช่แค่เก้าเดือนเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่านางหวังคบชู้จนตั้งครรภ์บุตรนอกสมรสให้ตระกูลถังหรอกหรือ?

ทว่านางหวังปฏิเสธที่จะยอมรับ และไม่เคยเปิดเผยว่านางคบชู้กับใคร อีกทั้งยังยืนกรานว่าทารกที่คลอดออกมาเป็นบุตรชายของสามีนาง ท่ามกลางช่วงเวลาที่สิ้นหวัง นางหวังก็ผูกคอตายกลางดึกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ในความเห็นของถังต้าสี่ การฆ่าตัวตายของลูกสะใภ้เป็นเพราะรู้สึกผิด หาใช่การพิสูจน์ความบริสุทธิ์

“เมื่อข้าจัดการกับเด็กนอกสมรสคนนี้เสร็จแล้ว ข้าจะจัดการกับเด็กหัวดื้ออย่างเจ้า!” ถังต้าสี่ไม่ต้องการต่อปากต่อคำอีกต่อไป เขาหันไปหาบุตรชายคนโต “มัดเจ้าเด็กสองคนนี้ไว้ก่อน แล้วโยนเข้าไปในเพิงไม้”

“ขอรับ ท่านพ่อ” ถังเหวินยืนขึ้นและตรงไปที่ประตู ส่งสัญญาณให้น้องชายของตนช่วยจับเด็ก ๆ

ถังฉียืนนิ่งพลางยิ้มเยาะ “ข้าไปตามผู้นำตระกูลและครอบครัวของท่านแม่มาแล้ว หากวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเราพี่น้องละก็ มันจะไม่ใช่แค่ท่านบังคับให้ท่านแม่ต้องผูกคอตายหรือขายน้องชายของข้า”

สีหน้าของถังต้าสี่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าภายในใจเขากลับรู้สึกตกตะลึง

เด็กหญิงเคราะห์ร้ายผู้นี้วางแผนอย่างละเอียดรอบคอบเช่นนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไร?

และสิ่งนี้ทำให้เขาไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

มันคือความอับอายของตระกูล และพวกเขาตั้งใจจะแก้ไขกันเองภายใน เมื่อนางหวังเสียชีวิต พวกเขาจึงวางแผนที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ หลังจากขายลูกนอกสมรสของนางออกไป แต่แล้ว ถังฉีกลับเรียกผู้นำตระกูล และยังตามคนตระกูลหวังมาอีก ทำให้สถานการณ์ของตระกูลถังไม่สู้ดีนัก

เขาสะกดกลั้นความโกรธของตนและมองนางฉินผู้เป็นภรรยา

หากไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล เช่นนั้นก็ต้องลองไม้อ่อน

******************************

ตอนที่ 3 ท่านยายอยู่นี่แล้ว

นางฉินเข้าใจเจตนาของสามีดี นางกวักมือเรียกถังฉีและเอ่ยขึ้น “ฉีเอ๋อร์ วางไม้ลงก่อนแล้วมาคุยกับย่า”

ถังฉีมักจะเชื่อฟังนางฉินผู้เป็นย่า ดังนั้นนางฉินจึงตั้งใจที่จะเกลี้ยกล่อมเด็กหญิงด้วยความเมตตา นางต้องการให้ถังฉีออกไปบอกทุกคนว่าเรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด และส่งผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ กลับไป

ทว่าถังฉีไม่ใช่เด็กหญิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

“ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับพวกท่าน ต่อให้พวกท่านเป็นท่านปู่ท่านย่าของข้า แต่พวกท่านก็บังคับให้ท่านแม่ต้องฆ่าตัวตาย ข้าย่อมไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด รอให้ผู้นำตระกูลมาถึงก่อนเถอะ ข้าจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ท่านแม่!”

แม้ว่าตระกูลถังจะกล่าวหาว่านางหวังคบชู้ แต่ถังฉีก็รู้มาจากความทรงจำเดิมว่านางอาศัยอยู่ในห้องเดียวกับท่านแม่มาโดยตลอด

มีเพียงครั้งเดียวที่ท่านพ่อของนางกลับมาตอนกลางดึก และเขาขอให้นางพาน้อง ๆ เข้านอน

วันต่อมา ท่านแม่ของนางขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ รวมถึงน้องชายของนางด้วย ดังนั้น ถังฉีจึงรู้ว่าทารกน้อยเป็นคนตระกูลถัง หาใช่ลูกนอกสมรส

ทว่าถังฉีไม่รู้ว่าเหตุใดพวกเขาจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ท่านแม่ถึงกับยอมผูกคอตายแทนที่จะเปิดเผยความจริง

ยิ่งคิด นางก็รู้สึกว่านางหวังโง่เขลา

ข่าวลือจะสำคัญไปกว่าลูกในไส้ได้อย่างไร?

นางฉินไม่พอใจกับกิริยาของถังฉี ทว่านางต้องระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ “ฉีเอ๋อร์ เรื่องอื้อฉาวในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายออกไป พวกเราทำเช่นนี้ก็เพื่อตระกูลถัง เจ้าอยากจะให้ท่านพ่อต้องอับอายหรือ? แล้วยังมีน้อง ๆ ของเจ้าอีก พวกเขาล้วนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลถัง เหตุใดเจ้าจะต้องปกป้องเด็กนอกสมรสผู้นี้ด้วย? ไม่กลัวหรือว่าในภายภาคหน้าจะไม่มีใครกล้าแต่งงานกับเจ้าและน้อง ๆ?”

เมื่อนางฉินพูดจบ เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้น

“ใครกล้าเรียกหลานชายข้าว่าลูกนอกสมรส?”

ทุกคนต่างหันไปทางประตู และเห็นหญิงมีอายุร่างผอมสูงพุ่งเข้ามาข้างใน ปกป้องถังฉีและถังเฟิงไว้ด้านหลังพลางจ้องเขม็งไปยังนางฉิน นางฉินเตี้ยกว่า ความสูงที่แตกต่างกันทำให้นางฉินดูตัวเล็กลีบ

หญิงมีอายุที่เข้ามาใหม่คือนางจาง เป็นยายของเด็กหญิง อีกทั้งยังเป็นมารดาของนางหวัง ผู้ที่ตามนางมาติด ๆ คือถังสุ่ยที่วิ่งไปตามคน

ถังฉีไม่คิดว่าพวกเขาจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้เห็นท่าทีปกป้องของนางจาง ทำให้หัวใจของถังฉีอบอุ่น เนื่องจากนางจางไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเยียน การปรากฏตัวของนางจึงหมายความว่านางมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของบุตรสาว ทำให้ถังฉีรู้สึกชอบนางมากขึ้น

เมื่อได้เกิดใหม่แล้ว นางปรารถนาที่จะทะนุถนอมญาติที่ดีเหล่านี้

นางฉินถูกนางจางข่มขู่ แต่เมื่อตระหนักได้ว่าที่นี่เป็นบ้านของตระกูลถัง นางจึงยืนหยัดอย่างกล้าหาญ “ลูกสาวของท่านไม่รักดี ลูกชายข้าถูกส่งตัวไปชายแดนถึงสองปี แต่นางกลับให้กำเนิดทารกอายุเก้าเดือน แล้วจะไม่ใช่ลูกนอกสมรสได้อย่างไร?”

นางจางซึ่งโศกเศร้ากับการจากไปของบุตรสาวถูกนางฉินทำให้โมโห จึงคว้าคอเสื้อของนางฉินไว้และข่มขู่ “พูดจาเลอะเทอะอีกเพียงครั้งเดียว ข้าจะฉีกปากเจ้าให้เลือดท่วมเลยคอยดู!”

ถังต้าสี่รีบเข้ามาแทรกแซง “ท่านแม่ยาย มันจะไม่มากไปหน่อยหรือ ถึงกับกล้าทะเลาะกันในบ้านข้า?”

เป็นที่รู้กันดีว่านางจางเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว นางเอ่ยขึ้น “ตระกูลของท่านทำให้ลูกสาวข้าต้องตาย แล้วยังคิดจะขายหลานชายของข้าอีก ข้าไม่คิดจะล้างแค้นก็ดีเท่าไรแล้ว แต่ท่านยังกล้าฉวยโอกาสใช้อำนาจของตระกูลอีกหรือ? เช่นนั้นก็เอาเลย ฆ่าข้าให้ตายเลยสิ!”

“ท่าน…ท่าน…” ถังต้าสี่ตัวสั่นเทิ้มด้วยโทสะ

ถังฉีเห็นฝูงชนด้านนอก และมีเพียงไม่กี่คนที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนร่วม นางกังวลว่านางจางจะเสียเปรียบ จึงก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อหยุดนาง

“ท่านยาย ปล่อยท่านย่าไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องทำให้มือของท่านสกปรกเพราะพวกเขาหรอก”

พูดเป็นนัยว่า พวกเขาไม่คุ้มค่ากับความพยายาม

นางจางมองถังฉี จากนั้นก็มองใบหน้าซีดเผือดของนางฉิน ในที่สุดก็ยอมปล่อยมืออย่างไม่เต็มใจ

นางฉินสูญเสียการทรงตัว โชคดีที่ลูกสะใภ้เข้ามาพยุงไว้ได้ มิเช่นนั้นนางคงจะล้มลง เมื่อทรงตัวได้นางก็เริ่มคร่ำครวญเสียงดังด้วยความอับอาย

“เหตุใดตระกูลถังจึงพบความวิบัติถึงเพียงนี้ ทั้งคบชู้สู่ชายและให้กำเนิดลูกนอกสมรส เวลานี้ยังมีคนจะทำร้ายข้าอีก ไม่สนใจความถูกต้องเลยแม้แต่น้อย สวรรค์ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!”

การร้องไห้คร่ำครวญของนางฉินจุดชนวนความโกรธของนางจาง นางพุ่งตัวออกมาเพื่อเล่นงานนางฉินทันที

บุตรสาวเพิ่งตายไปทั้งคน นางจะทนต่อการร่ำไห้เรียกร้องความสนใจของนางฉินได้อย่างไร

ถังฉีรั้งนางจางไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านยาย อย่าลดตัวลงไปมีเรื่องกับคนพวกนี้เลยเจ้าค่ะ เวลานี้ท่านแม่ก็จากไปแล้ว ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ รอจนผู้นำตระกูลมาถึงก่อนเถอะเจ้าค่ะ พวกเราจะได้ไม่ถูกเข้าใจผิด”

เมื่อพูดจบ ถังฉีก็กระซิบและแนะนำนางจาง

เมื่อเห็นว่าหลานสาวของนางฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบ นางจางทั้งรู้สึกภาคภูมิใจและเจ็บปวดใจ

ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกว่า …บุตรสาวคนโตของถังอู่ดูมีสติสัมปชัญญะผิดแผกจากเดิม

นางจางหันกลับมามองคนตระกูลถังด้วยแววตาดุร้าย “ก็ได้ ข้าจะรอผู้นำตระกูลถัง ข้าอยากจะรู้นัก ลูกสาวข้าให้กำเนิดลูกชายให้ตระกูลถังตั้งสี่คน เหตุใดพวกเขายังข่มเหงรังแกจนนางต้องฆ่าตัวตาย? หากวันนี้ไม่มีคำอธิบายให้ข้า ข้าจะไปฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม!”

พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา

ถังซานพาผู้นำตระกูล ถังฟู่กุ้ย และ หลี่เจิ้ง เจ้าหน้าที่ทางการเข้ามา

เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ถังฉีพลันรู้สึกว่าพวกเขาคือคนที่เหมาะสมในการจัดการกับสถานการณ์นี้

เมื่อได้ยินคำพูดของนางจาง พวกเขาต่างขมวดคิ้ว

ถังฟู่กุ้ยและหลี่เจิ้งไม่ต้องการให้เรื่องนี้บานปลาย เนื่องจากเป็นการทำลายชื่อเสียงของหมู่บ้านและโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งของหลี่เจิ้ง

พวกเขาตระหนักถึงสถานการณ์ของตระกูลถังดี แม้ว่าทารกอายุเก้าเดือนจะน่าสงสัย แต่นางหวังก็เป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อถังอู่มาหลายปี

ในช่วงเวลาสองปีในการรับใช้ชาติของถังอู่ นางเลี้ยงดูลูก ๆ ของนางอย่างดีโดยไม่มีปัญหาใด ๆ พวกเขาจึงไม่เชื่อว่านางหวังจะมีชู้

เมื่อเห็นว่าพวกเขามาถึง นางฉินก็เริ่มโอดครวญทันที

“ผู้นำตระกูล ท่านหลี่ ในที่สุดพวกท่านก็มา นางจางกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว เลี้ยงลูกสาวมาให้คบชู้สู่ชาย แล้วยังจะกล้าทำร้ายพวกเราอีก ดูที่นางทำกับข้าสิ…” นางฉินกล่าวหาว่านางจางทำร้ายนางจนบาดเจ็บ

ถังฟู่กุ้ยคำรามด้วยท่าทีดุดัน “เอะอะอะไรกัน? ต้องการให้เรื่องวุ่นวายมากยิ่งขึ้นหรือ?”

นางฉินถึงกับผงะ

ถังต้าสี่รีบก้าวออกมาข้างหน้า “ผู้นำตระกูล เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเรา เวลานี้ ลูกสะใภ้ข้าก็ตายไปแล้ว พวกเราจึงต้องการจะจัดการเรื่องของเด็กคนนี้อย่างเงียบ ๆ แต่แล้วตระกูลหวังกลับยืนกรานที่จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่…”

ถังฟู่กุ้ยขมวดคิ้วมุ่น ส่งสัญญาณให้ถังต้าสี่หยุดพูด จากนั้นก็หันมามองนางจาง

“ท่านป้าจาง ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดแล้ว ข้าเองก็รู้จักถังต้าสี่ดี และเขาคงไม่ทำเรื่องรุนแรงเช่นนี้โดยไม่มีเหตุผล นอกจากนี้ มันเป็นเรื่องอื้อฉาวในครอบครัว เวลานี้ ลูกสาวของท่านก็ฆ่าตัวตายไปแล้ว ทางที่ดี พวกเราไม่ควรสร้างปัญหาให้กับฉีเอ๋อร์และน้อง ๆ ของนาง”

คำชี้แนะนี้อ้างถึงประโยชน์ของเด็ก ๆ ไม่ควรทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

*********************************

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...