คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง เปิดวงถกมหากาพย์ STARK-ZIPMEX ผู้เสียหายเสนอทำกองทุนเยียวยา
คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดเงิน สภาผู้แทนราษฎร พร้อม ก.ล.ต. ตำรวจ และ ปปง. เปิดวงประชุมหาทางออกมหากาพย์คดี STARK-ZIPMEX จี้ ก.ล.ต. เปิดข้อมูล ด้านผู้เสียหาย ยื่นข้อเสนอจัดตั้งกองทุนเยียวยา
วันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 304 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ สุปริยศิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดวาระการประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาตลาดเงินตลาดทุนของประเทศไทย เพื่อรับฟังเปิดข้อมูลและความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ลงทุน
โดยได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมประชาชนผู้เสียหายจาก กลุ่มรวมพลัง STARK และ กลุ่มร่วมสู้ ZIPMEX ร่วมประชุมด้วย
นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย รองประธานคนที่ 1 คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหารือเพื่อแก้ปัญหา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมให้คณะกรรมาธิการฯ ได้ทราบ เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหามีการดำเนินงานที่ล่าช้า โดยเฉพาะในกรณีของ ZIPMEX ที่ใช้ระยะเวลานานถึง 2 ปี เนื่องจากต้องพิจารณากฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาร่วมด้วย
[caption id="attachment_118707" align="aligncenter" width="596"]
นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย รองประธานคนที่ 1 คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดเงิน สภาผู้แทนราษฎร[/caption]
ทำให้ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมีคำถามถึงความไม่ชัดเจนในอำนาจหน้าที่ ในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานงานไปยังอัยการและกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางในการรักษาผลประโยชน์แก่นักลงทุนชาวไทย พร้อมดำเนินคดีความกับผู้ที่กระทำความผิดแม้จะอยู่ต่างประเทศก็ตาม
นายอภิชาต กล่าวต่อว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า “ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีความบางส่วนให้กับผู้เสียหายได้” แต่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้กำชับไปยังสำนักงานก.ล.ต.แล้วว่า ด้วยอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ สามารถเรียกร้องให้สถาบันการเงิน การคลัง รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงิน เปิดเผยข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อการสร้างความเสียหายแก่ประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดีในลำดับถัดไป
นอกจากนี้การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในจะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี หรือตัวแทนนายหน้าหลักทรัพย์ที่โอนเงินของคนไทยไปยังต่างประเทศ สำนักงานก.ล.ต.ต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ สร้างความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชนและตลาดทุนไทยได้ทราบมากยิ่งขึ้น
“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า คณะกรรมาธิการฯ ที่รวบรวมสมาชิกผู้แทนราษฎรในทุกพรรคการเมือง จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และกำชับไปยังหน่วยงานกำกับดูแลให้ดำเนินงานช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุดภายในสิ้นปีนี้ทั้งกรณีของ STARK และ ZIPMEX”
ในส่วนของแนวทางเยียวยาผู้เสียหายที่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายทั้งในฝั่งของคดี STARK และ ZIPMEX นั้น สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการฯ จากนี้จะนำไปทบทวนว่าติดขัดกับข้อกฎหมายประเทศไทยอย่างไร และการเยียวยาผู้เสียหาย อาจต้องรอผลพิจารณาคดีจากอัยการสูงสุดว่าจะมีการดำเนินการทางคดีความในลักษณะของคดีอาญามากน้อยแค่ไหน เพื่อให้มีความยุติธรรมต่อผู้เสียหายมากที่สุด
[caption id="attachment_118708" align="aligncenter" width="596"]
(ขวา) นายกิจจา จงขวัญยืน ตัวแทนกลุ่มร่วมสู้ ZIPMEX[/caption]
นายกิจจา จงขวัญยืน ตัวแทนกลุ่มร่วมสู้ ZIPMEX กล่าวว่า “กลุ่มผู้เสียหายรู้สึกพอใจ เพราะระยะเวลาที่ผ่านมากลุ่มผู้เสียหายมีความกังวลจากที่คดีความนั้นไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในวันนี้หลังจากที่ได้รับฟัง การกำชับของคณะกรรมาธิการฯ ที่สื่อสารไปยังหน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้รู้สึกมีความหวังมากขึ้น”
นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักกฎหมาย VLA ผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้เสียหาย กลุ่มรวมพลัง STARK และ กลุ่มร่วมสู้ ZIPMEX กล่าวเสริมว่า จากนี้อัยการจะพิจารณาว่าคดีจะต้องสืบสวนต่อโดยใคร โดยคาดว่าจะทราบผลภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินคดีอาญาแก่ ZIPMEX ระหว่าง DSI หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในส่วนคดีSTARK สำนักงานก.ล.ต. ให้คำยืนยันแล้วว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีความคืบหน้าอย่างแน่นอน โดยทางสำนักงานกำลังดำเนินการจรวจสอบผู้ตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
นอกจจากนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการถกกันถึงข้อกฎหมายที่หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเปิดเผยข้อมูลให้แก่คณะกรรมาธิการฯ ได้ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีในการกำกับตลาดทุนไทยต่อไป ทำให้ในอนาคตสำนักงานก.ล.ต. อาจต้องปรับวิธีการเปิดเผยข้อมูลของผู้กระทำผิด เพื่อให้เกิดการดำเนินการด้านคดีความรวดเร็วยิ่งขึ้น
[caption id="attachment_118709" align="aligncenter" width="596"]
(ขวา) นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักกฎหมาย VLA ผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้เสียหาย กลุ่มรวมพลัง STARK และ กลุ่มร่วมสู้ ZIPMEX[/caption]
“การที่สำนักงานก.ล.ต. หรือหน่วยงานกำกับดูแลสามารถเปิดเผยข้อมูลของผู้กระทำผิดให้คณะกรรมาธิการฯ สามารถรับรู้และนำมาพิจารณาในการประกอบคดีความ จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการป้องกันการกระทำผิดในตลาดทุนไทย ไม่ใช่แค่กรณีของ ZIPMEX และ STARK แต่อาจรวมไปถึงกรณีของ EA หรือกรณีอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”
นายวีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย หากพิจารณาในวันนี้ แม้จะยังไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับการนำค่าปรับจากผู้กระทำความผิดมาเยียวยาประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯได้มีการเปิดกว้างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่างกฎหมายในส่วนนี้ขึ้นมาเพื่อนำไปพิจารณาประกาศใช้เยียวยาผู้เสียหายในตลาดทุนไทยต่อไป