โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ติดเครดิตบูโร แก้อย่างไร ให้กลับมาปกติ จ่ายหนี้ครบแล้ว ประวัติอยู่อีกกี่ปี

Thairath Money

อัพเดต 07 พ.ค. 2567 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2567 เวลา 08.32 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นประเด็นร้อนโซเชียลตลอด 2 วันที่ผ่านมา หลังมีลูกค้ารายหนึ่งโพสต์ข้อความเรียกร้องบนเฟซบุ๊ก ให้บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) ออกมารับผิดชอบความผิดพลาดของระบบ ที่ไม่ตัดยอดบัตรเครดิต นำเงินจ่ายเครื่องกรองน้ำ แบบผ่อนชำระรายเดือน ส่งผลให้ลูกค้ารายดังกล่าวมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโร

ทำเอาผู้ใช้บริการผ่อนชำระสินค้าในรูปแบบเดียวกัน เกิดความกังวลถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบเครดิตบูโรว่ามีความถูกต้องมากแค่ไหน อีกทั้งยังมีหลายคนที่ไม่ทราบว่าหากติดเครดิตบูโร ทั้งจากการจ่ายหนี้ช้า หรือบริษัทนำส่งข้อมูลผิดพลาด จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

ล่าสุดบริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) ออกมาอัปเดตความคืบหน้าเพิ่มว่า บริษัทฯ ได้ประชุมเร่งด่วนกับเครดิตบูโร เพื่อหารือและชี้แจงในประเด็นต่างๆ และดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยการลาออกจากการเป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งจะมีผลทำให้ข้อมูลลูกค้าผู้ขอสินเชื่อ (การบริการ subscription รายเดือน) ของบริษัทฯ ทุกราย ถูกลบออกจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. เป็นต้นไป

โดยในความคืบหน้านั้น สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ได้ออกมาไขข้อสงสัยถึงประเด็นผลกระทบของการลาออกจากสมาชิกเครดิตบูโร และความถูกต้องของข้อมูลที่ปรากฏในฐานระบบ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ในกรณีที่พบว่าสมาชิกนำส่งข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง กฎหมายกำหนดให้สมาชิกต้องเป็นคนเข้าไปแก้ไขให้ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเครดิตบูโรถูกสั่งห้ามไม่ให้แก้ไขข้อมูลใดๆ เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น ศาลสั่งให้แก้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล เครดิตสั่งให้แก้เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เครดิตบูโรมีหน้าที่ตรวจทานข้อมูลก่อนนำเข้าระบบ ภายใต้กระบวนการควบคุมดูแลคุณภาพข้อมูล เช่น การเช็กว่าบัญชีที่ถูกส่งมาว่าปิดบัญชีแล้ว แต่ทำไมยังมียอดหนี้คงค้าง อย่างนี้ก็จะถูกสกัดออกไป เป็นต้น

สำหรับกรณีลาออกจากการเป็นสมาชิก เครดิตบูโรจะดำเนินการลบข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ของบัญชีสินเชื่อทุกรายการที่มีการนำส่งเข้ามา ออกจากระบบฐานข้อมูลในวันที่การลาออกมีผลบังคับ

Thairath Money สรุปวิธีกู้เครดิตบูโรจากประวัติเสีย ทำอย่างไรให้กลับมาดี

ข้อมูลเครดิตบูโร คืออะไร สำคัญอย่างไร

ข้อมูลเครดิตบูโร คือ ข้อมูลที่แสดงถึงประวัติการชำระหนี้สินเชื่อทุกประเภท ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ส่งมาจากสถาบันการเงินและบริษัท ที่เป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเจ้าของข้อมูล โดยการมีประวัติการชำระหนี้ดี หรือเรียกอีกอย่างว่า "เครดิตดี" จะมีโอกาสได้รับสินเชื่อมากกว่าผู้ที่มีเครดิตไม่ดี เนื่องจากสถาบันการเงินจะใช้เป็นข้อมูลร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

ติดเครดิตบูโร คืออะไร

ติดเครดิตบูโร คือ การที่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมีพฤติกรรมชำระหนี้ผิดปกติ หรือมีบัญชีค้างชำระ เช่น การขอพักหนี้ การผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน จนกลายเป็นหนี้เสีย หรือกำลังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ที่ลดลง

วิธีแก้เครดิตบูโรเสีย ให้กลับมาดี

ติดต่อสถาบันการเงิน หรือผู้ให้บริการสินเชื่อชำระหนี้คงค้างให้หมด หรือขอแก้ไขข้อมูลการชำระเงินที่ไม่ถูกต้อง

  • เจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ เพื่อขอลดหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้
  • สร้างประวัติสินเชื่อใหม่ สร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่ ด้วยการชำระหนี้ให้ตรงเวลา

สร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาใหม่

  • ทำรายรับ รายจ่าย ทำแผนบริหารจัดการเงิน เพื่อให้สามารถพิจารณาความสามารถการชำระหนี้ หากต้องการขอสินเชื่อครั้งต่อไป

จ่ายหนี้ครบแล้ว ประวัติเครดิตบูโรถูกเก็บไว้กี่ปี

เมื่อจัดการปิดจบหนี้เรียบร้อยแล้ว ประวัติการชำระหนี้จะยังถูกจัดเก็บอยู่ในเครดิตบูโรอีก 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานข้อมูล การปิดบัญชีจากสถาบันการเงิน โดยข้อมูลจะถูกทยอยลบออกไปทีละเดือนจนครบ 3 ปี บัญชีสินเชื่อดังกล่าวจะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลอัตโนมัติ

สำหรับในกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลสินเชื่อคงค้างให้เครดิตบูโรต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ค้างชำระเกิน 90 วัน

ที่มา

เครดิตบูโร

ธนาคารแห่งประเทศ

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...