โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(มี E-book) หยางเด็กเลี้ยงของปลาทู…I Accidentally Hook Up With A Billionaire (Mpreg)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 05.51 น. • ไนท์จัสมิน
ปลาทู ชายหนุ่มที่สูญเสียทั้งแม่ คู่หมั้น และสูญเสียทุกอย่าง รวมไปถึงเสียชีวิต ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนแสนคุ้นตา ในวันเดียวกันกับวันที่เสียชีวิต ปลาทูจึงหมายมั่นว่าครั้งนี้เขาจะต้องรอด

ข้อมูลเบื้องต้น

E-book (อีบุ๊ค) พี่หยาง x ปลาทู มาแล้วฮับคูมรี้ดด ฝากทุกคนสนับสนุนปลาทูน้อยกับพี่หยางด้วยนะคะ

สั่งซื้อ Ebook ฝากคลิกลิงค์ด้านล่างค่ะ ??‘???‘? มิลินจะได้ค่าขนมเพิ่ม ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjQzOTkzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5NjkyOCI7fQ

ราคาช่วงโพรโมชั่น 240 บาท ถึงวันที่ 15/5/67

แนะนำซื้อผ่านเว็บไซต์จะถูกกว่าซื้อผ่านแอพนะคะ

จำนวนคำโดยประมาณ 178,079 คำค่ะ ยาวมากค่ะ

(ตอนแรกมิลินว่าจะแบ่งเป็น 2 เล่ม แต่ตัดสินใจทำเล่มเดียว ยาว 916 หน้าค่ะ)

ในเล่ม E-book ตั้งแต่บทนำ~ถึงบทส่งท้ายมี 40 ตอน ตอนพิเศษ 5 ตอน

รวมทั้งหมด 45 ตอน จุก ๆ อ่านจุใจไปเลยค่ะ (ลูกดกมาก ???? พี่หยางกินจุ)

………………

มิลินจะเริ่มติดเหรียญอ่านล่วงหน้า ปลดให้อ่านฟรีทุก 2 วัน (ฝากกดเข้าชั้นด้วยนะคะ)

ปลดให้อ่านฟรีจนจบค่ะ หลังจากปลดครบทุกตอนแล้ว ให้อ่านฟรี 3 วัน แล้วจะติดเหรียญถาวรค่ะ

มิลินกราบขอบพระคุณคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนค่ะ

นิยายเรื่องนี้ไม่มีนอกกาย ไม่มีนอกใจ จบดีแฮปปี้ค่ะ

สำหรับคุณนักอ่านที่ซื้อเล่ม E-book จะได้ตอนพิเศษ 5 ตอนค่ะ

และจะได้ภาพประกอบ Nc ละเอียดทุกรูขุมขน 2 ภาพค่ะ

(สวยมากค่ะ สั่งวาดเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะเลย นักวาดคนเดียวกับที่วาดปกค่ะ)

ต้องทักมาขอดูนะคะ ส่งหลักฐานการซื้อ E-book มาขอดูที่

Facebook แฟนเพจ : มิลิน ช/ญ-ลาเฟลอร์ วาย-ไนท์จัสมิน

หรือ Facebook : ไรท์มิลิน

Line : darakarn56

https://www.facebook.com/AuthorMilin/

…………
รูปภาพปกมีลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้นำไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ

สวัสดีค้าาาคูมรี้ด มิลินฝากนิยายวายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ฝากเอ็นดูลูก ๆ ด้วยน้าา

ไม่มีนอกกาย ไม่มีนอกใจ จบดีแฮปปี้ค่ะ

ปลาทู x หยาง

พระเอกชื่อ ไป๋หยางหลง ครอบครัวทำธุรกิจโรงแรม และครอบครองธุรกิจหลายอย่าง ร่ำรวยติดอันดับหนึ่งของประเทศ

นายเอกชื่อ ปลาทู ธารากรณ์ วงศ์วรคนางกุล ลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง

หยางถูกเข้าใจผิดว่าตกงาน ปลาทูเลยเสนอเงินให้ 1 ล้านบ. ให้แกล้งมาเป็นแฟนปลอม ๆ เพื่อเอาคืนอดีตคู่หมั้น โดยที่หยางไม่มีทางปฏิเสธได้เพราะเช็คถูกยัดใส่มือแล้ว เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจึงเกิดขึ้น

……………………

“ฉันน่าจะตายไปก็จบ ไม่น่าตื่นมาเลย” ความจริงแล้วถ้าหากเลือกได้ปลาทูก็อยากจะตายไปเลยไม่อยากจะตื่นมา ถ้าตายไปเลยก็น่าจะได้ไปอยู่กับผู้เป็นแม่แล้วจะได้มีความสุขกันสองคนแม่ลูก

“พูดบ้าอะไร” หยางถามเสียงเข้ม เขาไม่รู้ว่าคู่สนทนาเจออะไรมาบ้าง จึงรู้สึกตกใจกับคำพูดนั้นอย่างอดไม่ได้

“หยาง” อยู่ดี ๆ คนเมาก็หันมาหาคนข้าง ๆ แล้วเอ่ยเรียกเสียงเบา

“อะไร”

“เก็บเช็คไว้มั้ย”

“อืม อยู่นี่” เช็คเงินสดหนึ่งล้านบาทที่อีกฝ่ายยัดใส่มือยังคงอยู่ในกระเป๋ากางเกงของหยางเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าอีกคู่สนทนาเป็นบ้าอะไรถึงให้เงินเขามากมาย

“ล้านนึงเลยนะ”

“อาฮะ” หยางพยักหน้ารับคำพูด ไม่รู้ว่าคนเมากำลังคิดอะไรอีก

“ไม่มีบริการอย่างอื่นเหรอ”

“ฮะ?” เมื่อได้ยินคำถาม หยางก็ร้องออกมาอย่างตกใจ

“อย่างอื่น” และอย่างอื่นที่คนเมาพูด หยางกลับเดาได้ไม่ยากเพราะผู้พูดมองเขาด้วยแววตาที่สื่อไปด้วยความต้องการ ชายหนุ่มเริ่มทำตัวไม่ถูกเนื่องด้วยอารมณ์ของอีกฝ่ายดูจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างกะทันหัน

……………

ติดตามเฟส : ไรท์มิลิน

ติดตาม Facebook เพจ เพื่อจะได้ไม่พลาดการอัปเดตค่ะ ลิงก์ด้านล่างค่ะ

https://www.facebook.com/AuthorMilin/

Twitter @Milin_author

ฝากกดใจ + เข้าชั้น เวลาอัปเดตรายตอนจะได้แจ้งเตือนค่ะ และฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้มิลินด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ❤️

คำเตือน ⚠️ รบกวนคุณนักอ่าน อ่านคำเตือนก่อนนะคะ

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชาย (BL)

นิยายเรื่องนี้แนว Mpreg คือผู้ชายท้องได้ ไม่มีการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

เด็กในเรื่องบทพูดเขาจะพูดยังไม่ชัดมิลินตั้งใจเขียนแบบนั้นเพื่อเพิ่มอรรถรสค่ะ

ไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใดค่ะ

มีเนื้อหาโจ่งแจ้งบางช่วง ชื่อตัวละคร สถานที่ และการกระทำล้วนเป็นเรื่องสมมติ เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น อ่านเพื่อความบันเทิงค่ะ

สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

บทนำ

ภายในห้องนอนสุดหรู บนเตียงมีร่างสมส่วนในชุดนอนสีขาวกำลังนอนหลับตานิ่งสนิท แต่คิ้วกลับขมวดเป็นปมราวกับว่ากำลังฝันร้ายอยู่อย่างไรอย่างนั้น ไม่นานร่างบนเตียงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ครั้นลืมตาขึ้นมา อาการปวดหัวก็พุ่งเข้ามาจนต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้ เขาจึงต้องหลับตาลงอีกครั้งด้วยความทรมาน

“อึก!” หลังจากกัดฟันทนอยู่นานนับสิบนาที ร่างบนเตียงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เปลือกตากะพริบถี่อย่างงุนงงกับภาพตรงหน้า

นี่มัน ห้องนอนของเขานี่?

“นี่มันอะไรกัน” เสียงเล็กแสนแหบแห้งเอ่ยออกมาอย่างงุนงง

ปลาทูกำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาจำได้ ว่าตัวเอง… ตายไปแล้ว

ตายบนเตียงนี้ด้วย

แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้ยังมีชีวิตอยู่ล่ะ

ใบหน้าเล็กมองไปรอบห้องด้วยความสับสน ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นวิญญาณหรือยังมีชีวิต เมื่อคิดได้ดังนั้นมือเรียวทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมาแล้วชูมันขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้จึงลองหยิกแขนตัวเอง

“อะ โอ๊ย!” ทั้งความเจ็บปวดและรอยแดง นั่นตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่า ‘เขายังไม่ตาย’ ปลาทูจึงยิ่งสับสนเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง ความคิดวนเวียนสงสัยแต่ถ้าเจ็บแบบนี้ก็แปลว่าเขายังไม่ตายหรือ?

“นะ นี่มัน แก้วน้ำ เดี๋ยวนะ” เมื่อมองไปข้าง ๆ เตียงก็พบกับแก้วน้ำที่คุ้นตา มองภายนอกมันอาจจะเป็นแก้วน้ำปกติทั่วไป แต่ปลาทูจำมันได้ว่าเป็นแก้วน้ำที่ตนเองดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย เนื่องจากบริเวณปากแก้วมีรอยร้าวอยู่ และแก้วตรงหน้าก็มีรอยร้าวนั้น

“วันนี้วันที่เท่าไร” เพื่อคลายความสงสัย ปลาทูจึงรีบมองหาโทรศัพท์เพื่อตรวจดูวันและเวลา ก่อนจะพบว่ามันถูกวางอยู่บนเตียงอีกฝั่ง เขาเอื้อมมือไปหยิบมันมาแล้วรีบเปิดดู

“สิบห้าพฤษภา สิบห้าพฤษภางั้นเหรอ” ปลาทูจำวันที่ดังกล่าวได้ขึ้นใจ เพราะมันคือวันที่เขาตาย เป็นวันที่เขาจำได้ดี

มันคือวันแต่งงานของคนที่ทรยศหักหลังเขา

“สามโมงเย็น” เมื่อมองเลยมาด้านล่างก็เห็นเวลาที่โชว์หรา

“ตอนนั้น เราดื่มมันตอนห้าโมงเย็น” ปลาทูจำได้ว่าพี่เลี้ยงของเขาอย่างแพรวนำน้ำมาให้ตั้งแต่บ่ายสองโมง แต่เพราะเขาเผลองีบหลับไปทำให้ตื่นมาดื่มมันตอนห้าโมงเย็น และนั่นก็เป็นชั่วโมงแห่งการตายของเขาเช่นกัน

ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า

“เราย้อนกลับมาเหรอ!”

เมื่อได้ข้อสรุป ใบหน้าก็มีแต่อาการตกใจ การย้อนเวลากลับมาทั้ง ๆ ที่ตายไปแล้ว เขาคิดว่ามันมีแค่ในนิยายเสียอีก

ปลาทูถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างยากระงับ ช่วงระยะเวลาก่อนจะสิ้นลม เขาทรมานมาก …ทรมานจนได้แต่ร้องขออยู่ในใจว่าให้เขาตายไปทันทีทันใดเสียดีกว่า

ตอนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ปลาทูคิดถึงแต่หน้าแม่ เขาคิดแค่ว่าจะได้ไปเจอผู้ให้กำเนิดแล้ว แค่นั้นเอง ชายหนุ่มไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย

แต่ยามได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เขากลับรู้สึกสับสนไม่น้อย ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

“ดี ย้อนกลับมาก็ดี” ปลาทูยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แม้จะตกใจและตื่นกลัวกับเหตุการณ์ในตอนนี้มาก แต่ปลาทูก็คิดว่าดีแล้วที่ได้กลับมา

เพราะเขาอยากจะมาสะสางปัญหาที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด

ทั้งคนที่ทรยศ

และคนที่ทำร้ายเขา

ปลาทู ธารากรณ์ วงศ์วรคนางกุล ลูกชายเพียงคนเดียวของสองนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่างปราโมทย์ วงศ์วรคนางกุล และฉัตรนภา วงศ์วรคนางกุล เด็กหนุ่มผู้มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจทำให้มีนิสัยเอาแต่ใจไม่น้อย ถึงอย่างนั้นเขายังรู้จักขอบเขต ไม่เคยทำผิดร้ายแรงเพราะมีผู้เป็นแม่อย่างฉัตรนภาคอยบอกคอยเตือนอยู่ตลอด และปลาทูเองก็ไม่เคยดื้อกับเธอเลยสักครั้ง

ชีวิตของปลาทูมีความสุขมาโดยตลอด มีบ้านหรูหรา มีเงินทอง ได้เรียนที่ดี ๆ จนจบมหาวิทยาลัย หลังเรียนจบชายหนุ่มไม่ได้ทำงาน แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเขาได้ เพราะมีผู้เป็นแม่คอยให้ท้ายตลอดมา ทำให้ชีวิตของเขาสุขสบายอย่างที่สุด

เพียงแต่ความสุขกลับอยู่ได้ไม่นาน

เมื่อในค่ำคืนหนึ่งผู้เป็นพ่อได้รับสายจากโรงพยาบาลที่โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า ภรรยาของเขาประสบอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ ทำให้เสียชีวิตคาที่

ปลาทูร่ำไห้จนแทบขาดใจเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลยสักอย่าง ผู้เป็นแม่เพียงแค่กำลังเดินทางกลับจากต่างจังหวัด ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

มิหนำซ้ำปลาทูยังไม่ได้ลาเธอเลยแม้แต่คำเดียว

งานศพของฉัตรนภาถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติโดยมีนักธุรกิจและนักการเมืองมากมายมาร่วมงาน ตลอดทั้งงานปลาทูเองก็อยู่ในอาการโศกเศร้า แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามช่วยเหลือเรื่องในงานให้ได้มากที่สุด ถือว่าเป็นการทำเพื่อผู้เป็นแม่ครั้งสุดท้าย

ครั้นถึงวันเผา เขาได้แต่ยืนอยู่หน้าเมรุ มองเปลวเพลิงที่ลุกโชนและควันที่ลอยออกมาจากปล่องไฟด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ไร้การสะอึกสะอื้น

‘ไม่เป็นไรนะคุณหนู’ หญิงสาวคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้เขาแล้วลูบแขนเชิงปลอบโยน

‘อื้อ ไม่เป็นไรหรอกพี่แพรว’ ปลาทูหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ให้พี่เลี้ยงที่คอยดูแลตัวเองมาตั้งแต่เขาอยู่ชั้นมัธยมต้น ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสที่ศีรษะ เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นผู้เป็นพ่อที่ลูบหัวของเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอย่างคาดเดาความคิดไม่ออก

‘พ่อ’

‘แม่แกไปสบายแล้ว’ ปลาทูพยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่ได้ติดใจกับท่าทางของผู้เป็นพ่อด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าท่านคงกำลังเสียใจที่ภรรยาจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุเช่นเดียวกับเขา

หลังเสร็จสิ้นงานศพของผู้เป็นแม่ ปลาทูก็นิ่งเงียบมากกว่าเดิม เพราะเขายังโศกเศร้ากับการสูญเสีย คนรอบตัวแม้จะไม่ชอบนิสัยเอาแต่ใจของชายหนุ่ม แต่ก็เข้าใจได้ว่าเขากำลังเสียใจมาก ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง

แต่อาการโศกเศร้าของปลาทูยังไม่ทันจะได้หายดี เช้าวันหนึ่งปลาทูก็ต้องตกใจอีกครั้ง

เมื่อผู้เป็นพ่อพาภรรยาใหม่และลูกติดของเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้

‘นี่มันอะไรกันพ่อ’ ปลาทูถามด้วยความไม่เข้าใจ มองภาพตรงหน้าด้วยความพร่ามัวจากหยดน้ำตา

‘นี่คือกัญญารัตน์กับกัญนรันต์ คนรักของพ่อกับลูกสาวของเธอ ต่อไปนี้พวกเขาจะเข้ามาอยู่ที่นี่’ ปราโมทย์แนะนำคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในบ้าน ไม่ใช่แค่ปลาทูที่ตกใจแต่เหล่าคนใช้เองก็เช่นกัน

‘พ่อ! แม่เสียไม่ถึงเดือนเลยนะ!’ ปลาทูตวาดอย่างกรุ่นโกรธ แม่ของเขาเสียไปแค่สามอาทิตย์ ยังไม่ทันได้ทำบุญร้อยวันด้วยซ้ำ แต่วันนี้อีกฝ่ายกลับพาภรรยาใหม่มาแนะนำ

นี่มันไม่ใช่ว่าแอบไปมีสัมพันธ์กันตั้งแต่ก่อนแม่ของเขาเสียหรอกหรือ

‘พ่อรู้’ ปราโมทย์ตอบกลับเสียงอ่อน เขาทำใจมาแล้วว่าอย่างไรลูกชายก็คงจะยอมรับไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เขาอยู่กับเธอแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน

ปลาทูไม่ฟังอะไรอีก เขาส่ายศีรษะไปมาคล้ายไม่อยากยอมรับภาพตรงหน้าก่อนจะหันหลังวิ่งขึ้นห้องท่ามกลางสายตาของหลายคนที่มองมาอย่างเป็นห่วง

แม้คุณหนูปลาทูจะเอาแต่ใจ

แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมันหนักหนาเกินไปสำหรับลูกชายคนหนึ่งที่เพิ่งสูญเสียมารดาอันเป็นที่รัก

‘คุณหนู’ แพรวพี่เลี้ยงของปลาทูเข้ามาในห้องของคุณหนูของตัวเองก่อนจะตรงเข้าไปหาร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างน่าสงสาร

‘พี่แพรว ฮึก ทำไม อึก’ ปลาทูเงยหน้าขึ้นมามองพี่เลี้ยงแล้วโผเข้ากอดแน่น เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมพ่อถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงได้พาคนพวกนั้นมาอยู่ที่นี่

‘ไม่เป็นไรนะคะ’ แพรวลูบหลังคนที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กด้วยความสงสาร เธอเองก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน

‘ทำไมพ่อทำกับแม่แบบนี้’ ปลาทูพูดเสียงเบาด้วยความเจ็บปวด เขาไม่รู้เลยว่าตอนที่แม่ยังอยู่ ผู้ให้กำเนิดจะรู้เรื่องดังกล่าวหรือไม่ และถ้ารู้จะเจ็บปวดแค่ไหน เพราะตอนนี้เขาเจ็บมาก ทั้งเจ็บทั้งเสียใจ

‘ไม่เป็นไรนะคะคุณหนูของพี่แพรว’ แพรวได้แต่กอดร่างที่สั่นไหวจากการร้องไห้ด้วยความสงสาร

หลังจากที่สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน ปลาทูที่ไม่ได้พอใจกับการเข้ามาของทั้งคู่อยู่แล้วจึงมีท่าทีมึนตึง ไม่พูดไม่จา และตั้งใจจะทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ติดแค่ว่ากัญนรันต์ชอบทำตัวใสซื่อและเข้ามาวุ่นวายกับเขาอยู่ตลอดเวลา แรก ๆ ชายหนุ่มก็คอยหลีกเลี่ยงตลอดแต่หลัง ๆ มาอีกฝ่ายมักจะชอบพูดจาเหมือนว่าเขาชอบรังแกเธอ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเขายังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ ทำให้ผู้เป็นพ่อไม่พอใจในการกระทำของเขา มิหนำซ้ำกัญนรันต์มักจะชื่นชมข้าวของของปลาทูอยู่เสมอ เช่น สร้อย นาฬิกา หรือเครื่องประดับอื่น ๆ และเมื่อผู้เป็นพ่อได้ยิน จึงบอกให้เขายกให้เธอ แต่ปลาทูไม่มีความจำเป็นต้องยกให้เลยสักนิด เขาจึงไม่ยินยอมและมีปากเสียงกันอยู่หลายครั้ง ทว่าสุดท้ายคำพูดที่ได้รับมาก็มีแต่…

‘แกจะอะไรนักหนา’

‘ก็ให้พี่เขาไปสิ’

‘อย่าทำตัวมีปัญหาปลาทู’

ตั้งแต่ที่สองแม่ลูกนั่นเข้ามาอยู่ที่นี่ พ่อของเขาก็เปลี่ยนไป แม้เมื่อก่อนจะดุกว่าฉัตรนภาอยู่มาก แต่ก็ไม่เคยสั่งให้เขาทำอะไรที่เขาไม่ชอบ นอกจากนั้นผู้เป็นพ่อยังต่อว่าโดยไม่ถามเหตุผล ไม่สนใจ และไม่คิดจะดูแลเขา ต่างจากสองแม่ลูกนั่นที่ผู้เป็นพ่อประคบประหงมอย่างดี กอปรกับปลาทูมีพื้นฐานเป็นคนเอาแต่ใจ เขามักจะโวยวายออกมาทันทีที่ไม่สบอารมณ์ ทำให้ภาพลักษณ์ของเขากลายเป็นคนขี้โวยวายและคอยหาเรื่องสองแม่ลูกนั่นเสมอ เหล่าคนใช้เองก็เข้าใจแต่ไม่ได้เห็นด้วย เข้าใจว่าทำไมคุณหนูปลาทูถึงได้มีอาการแบบนั้น แต่ไม่เห็นด้วยเพราะกัญญารัตน์กับกัญนรันต์ต่างไม่เคยหาเรื่องก่อน แม้กระทั่งผู้เป็นย่ายังเอาแต่ตำหนิปลาทู ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด

‘ทู ย่าไม่เคยสอนให้ก้าวร้าวแบบนี้’

‘หนูกานต์เขาทำอะไร ย่าเห็นมีแต่เราที่หาเรื่องเขา’

‘อย่ามาสร้างปัญหาแถวนี้’

เขาก็แค่ปกป้องตัวเอง ปกป้องสิ่งที่ตัวเองหามาแล้วกำลังจะมีคนแย่ง แต่ทุกคนกลับบอกว่าเขาก้าวร้าวและสร้างปัญหา

ปัญหามันเริ่มที่เขาอย่างนั้นหรือ?

‘บอกแล้วว่าไม่ต้องมาส่งหรอก’ ปลาทูหันไปพูดกับคู่หมั้นที่เดินมาส่งตัวเองถึงในบ้าน คู่หมั้นของปลาทูชื่อปั้นเป็นทายาทเจ้าของร้านจิวเอลรีชื่อดังในประเทศ ทั้งสองคนหมั้นหมายกันตั้งแต่ปลาทูยังเรียนไม่จบชั้น ม.ปลายและเขาก็ชอบพอคู่หมั้นคนนี้ไม่น้อยเพราะปั้นเป็นคนนิสัยดี เป็นสุภาพบุรุษและช่างเอาใจ ซึ่งระยะเวลาที่พวกเขาคบหากันก็ก้าวเข้าสู่ปีที่หกแล้ว

‘ได้ไง มันมืดแล้ว’ ปั้นพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มให้คู่หมั้น

‘น้องปลาทูคะ อ๊ะ!’ แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายบรรยากาศ

‘อะไร’ ปลาทูหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่เข้ามาแทรกบทสนทนา

‘พี่แค่เห็นเรากลับมาแล้วเลยเข้ามาทักค่ะ แล้วนี่…’ กัญนรันต์หรือกานต์เอ่ยขึ้นคล้ายว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ปลาทูพร้อมส่งยิ้มให้

‘ปั้นครับ’ ปั้นส่งยิ้มให้หญิงสาวเช่นเดียวกัน กัญนรันต์เป็นคนสวย ข้อนี้ปลาทูเองก็ยอมรับ เธอรูปร่างสมส่วนหน้าตาดี เป็นหน้าตาที่ใครหลาย ๆ คนน่าจะชอบ

‘ปั้น!’ แต่ด้วยความที่ปลาทูไม่ได้ชอบเธออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตอนที่คู่หมั้นของตัวเองแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรพร้อมทั้งส่งยิ้มให้ เขาจึงรู้สึกไม่พอใจจนต้องเรียกชื่อคนรักเสียงดังส่งผลให้ปั้นทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย

‘เอะอะอะไรกัน’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางบันไดทำให้ทุกคนหันไปมองก่อนจะพบกับปราโมทย์ที่เดินลงมาเนื่องจากได้ยินเสียงโวยวายของปลาทู จะเรียกว่าโวยวายก็ไม่ถูกเพราะเขาเพิ่งตะเบ็งเสียงด้วยความไม่พอใจไปแค่คำเดียวเท่านั้น

‘สวัสดีครับ’ ปั้นเห็นว่าใครเดินมาก็ยกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม

‘สวัสดี มาส่งทูเหรอ’ ทั้งสองครอบครัวเรียกได้ว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อย่างที่บอกว่าปั้นและปลาทูนั้นหมั้นหมายกันมาตั้งแต่บุตรชายเจ้าของบ้านยังเรียนอยู่ ม. ปลาย นั่นเท่ากับต่างฝ่ายต่างได้เห็นกันมาหลายปี

‘ครับ’

‘นี่หนูกานต์’ ปราโมทย์เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกานต์แล้วเอ่ยแนะนำเธอให้อีกฝ่ายรู้จัก

‘ยินดีที่ได้รู้จักครับ’

‘เช่นกันค่ะ’ ท่าทางเขินอายของกานต์ที่พูดคุยกับปั้นทำเอาปลาทูรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมา

‘กลับไปได้แล้วไป’ ปลาทูหันไปพูดกับปั้นด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่ชอบท่าทีของกานต์ที่ทำแบบนั้นกับปั้นและไม่ชอบที่ปั้นยังยืนยิ้มให้เธอ

‘ทู พูดจาดี ๆ’ ปราโมทย์เอ่ยเตือนลูกชายที่หันไปพูดกับปั้นแบบนั้น

‘ไม่เป็นไรครับ งั้นเราไปก่อนนะ ไปก่อนนะครับ’ ปั้นไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรปลาทูจึงหันมาขอตัวกับทั้งสองคนที่ยังยืนมองอยู่

‘ค่ะ’ กานต์พยักหน้ารับแล้วมองร่างสูงของปั้นที่เดินออกไปโดยมีสายตาของปลาทูมองจ้องจับผิด

‘แล้วจะมายืนบิดอะไรตรงนี้’ ท่าทีเขินอายของอีกฝ่ายมันทำให้ปลาทูยิ่งไม่พอใจ คงไม่มีคนดี ๆ ที่ไหนมายืนทำท่ากระบิดกระบวนกับผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้ากันเพียงครั้งแรก ที่สำคัญผู้ชายคนดังกล่าวก็มีสถานะกับคนอื่นแล้วเรียบร้อย

‘ทู! พูดกับพี่เขาดี ๆ!’ ปราโมทย์ถึงกับหันมาตวาดใส่ลูกชายด้วยความไม่พอใจ

‘พ่อ ก่อนจะว่าปลาทูพ่อด่าลูกรักพ่อก่อนมั้ย มายืนเขินแฟนคนอื่นแบบนี้ คนอื่นมาเห็นเข้า เขาจะด่าได้ว่าหน้าไม่อาย’ ปลาทูไม่ยอมเช่นกันเพราะเขาคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แทนที่อีกฝ่ายจะตวาดเขา ควรหันไปตวาดลูกรักคนใหม่ดีกว่าไหม มีอย่างที่ไหนเป็นสาวเป็นแส้ มายืนเขินบิดเขินอายอยู่บริเวณหน้าประตูบ้าน

‘ทู!’ ปราโมทย์ยังคงตวาดใส่ลูกชายด้วยความไม่พอใจเช่นเคย ชายหนุ่มเจ้าของชื่อจึงยิ่งหงุดหงิดเช่นเดียวกันที่คู่สนทนาเอาแต่ดุด่าตัวเองทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยทำ

‘รำคาญ!’ ปลาทูตะคอกใส่ผู้เป็นพ่อพลางเดินเลี่ยงมาเพื่อตรงขึ้นไปยังห้องนอน แต่เหลือบไปเห็นสายตาของคนใช้หลายคนที่มองมาเสียก่อน ความหงุดหงิดที่ยังคงมีอยู่จึงเป็นสาเหตุให้หันไปตวาดใส่คนพวกนั้นอย่างยากระงับ

‘มองอะไร!’

และสิ่งที่ทำให้ปลาทูรู้สึกหงุดหงิดระคนสับสนที่สุดนั่นก็คือปลาทูถูกสั่งให้ถอนหมั้นกับปั้นทั้ง ๆ ที่พวกเขาคบหากันมานานแล้ว

‘อะไรนะพ่อ’

‘ฉันจะให้แกถอนหมั้น’ ปราโมทย์พูดพร้อมมองไปทางลูกชายนิ่ง ๆ

‘พ่อหมายความว่ายังไง!’ ปลาทูผุดลุกขึ้นอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ได้ยิน

‘นั่งลง!’ ปราโมทย์ตวาดใส่ลูกชายที่ทำกิริยากระด้างกระเดื่องจนปลาทูต้องนั่งลงแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีท่าทีไม่พอใจอยู่เหมือนเดิม

‘แกทำตัวมีปัญหามากขึ้นทุกวันรู้ตัวบ้างมั้ย’ เขาพูดกับลูกชายด้วยความอดทน แต่ปลาทูก็ยังคงไม่สะทกสะท้านกับคำต่อว่า เขากำลังหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองจะต้องถอนหมั้นกับปั้นด้วย

‘ครอบครัวปั้นเขามีหน้ามีตา แกมาทำตัวหยาบคายสร้างแต่ปัญหาแบบนี้ยังไงเขาก็รู้ และเขาก็ไม่ชอบมากด้วย’ เรื่องที่ปลาทูเป็นเด็กมีปัญหาโวยวายชอบสร้างปัญหาภายในบ้านนั้นมันไปถึงหูครอบครัวของปั้นได้อย่างไร ปราโมทย์ก็ไม่ทราบ เพียงแต่ว่าฝั่งนั้นบอกว่าถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากจะขอถอนหมั้นกับปลาทูเพราะว่าภาพลักษณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ อีกฝ่ายไม่อยากมีลูกสะใภ้ที่ขี้โวยวาย มันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของครอบครัวและธุรกิจ

‘เขามาขอให้ฉันถอนหมั้นระหว่างแกกับปั้น’

‘แล้วพ่อก็ยอม?’

‘ถ้าฉันไม่ยอมเขาจะถอนหุ้นออกจากบริษัท’ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญเพราะถ้าหากว่าปราโมทย์ไม่ถอนหมั้นให้กับปลาทูและปั้นธุรกิจที่ทางฝั่งครอบครัวของปั้นจะลงทุนกับของพวกเขานั้นก็คงต้องยกเลิก

‘หึ พ่อก็ห่วงอยู่แค่นี้’ ปลาทูแค่นหัวเราะทันที เข้าใจว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงเลือกแบบนี้เพราะสำหรับปราโมทย์แล้ว สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือเงินทอง

‘อย่ามากเรื่อง ถอนหมั้นไปให้มันจบ ๆ’ ปราโมทย์พูดอย่างขอไปทีเขาไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้มันจะยุ่งอะไรก็แค่ถอนหมั้นกันไปแค่นั้นเอง

‘แล้วพ่อรู้มั้ยว่าทูรักปั้น!’ ปลาทูตวาดอย่างไม่พอใจ ความสัมพันธ์ของปลาทูกับปั้นเริ่มมาตั้งแต่สมัย ม.ปลายพวกเขารู้จักและคบหากันมานาน ไปมาหาสู่กันมาตลอด ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ปั้นเป็นคนคอยไปรับไปส่งปลาทูอยู่ตลอด พวกเขาไปเที่ยวกันสองต่อสองอยู่หลายครั้ง ความรู้สึกที่ปลาทูมีให้ปั้นจึงเป็นความรักและความผูกพัน

‘รักแล้วยังไง? มันกินได้มั้ย’

‘เหอะ พ่อก็คิดได้แค่นี้แหละ ไม่งั้นพ่อคงไม่นอกใจแม่หรอก’ ปลาทูได้ยินผู้เป็นพ่อพูดแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยประชดประชัน

‘แกพูดบ้าอะไร!’ เมื่อได้ยินคำพูดของลูกชาย ปราโมทย์ก็ตวาดใส่อย่างไม่พอใจ จากนั้นผุดลุกขึ้นยืนจ้องหน้า ฝั่งลูกชายก็จ้องมองอย่างไม่ยอมเช่นกันก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วตะคอกใส่หน้าคู่สนทนาอย่างไม่คิดยินยอม

‘เอามันเข้าบ้านหลังแม่ตายไม่ถึงเดือน ถ้าไม่นอกใจแม่จะเรียกว่าอะไร!’

‘ทู!’ ปราโมทย์ไม่พอใจจนถึงขั้นยกมือขึ้นมาแล้วตวัดมันลงบนใบหน้าเนียนของลูกชาย

เพียะ!

‘อึก!’ ปลาทูหันหน้าไปตามแรงตบของฝ่ามือหนาก่อนจะนิ่งค้างอยู่ท่าเดิม เขารู้สึกเจ็บจนชาไปหมด น้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาทันที ปลาทูมีทั้งความเจ็บปวดและความเสียใจ ที่ผ่านมาปลาทูไม่เคยถูกผู้เป็นพ่อตีเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าครั้งนี้กลับถูกตบจนหน้าชา มันทำให้ปลาทูรู้สึกเสียใจ โกรธและนิ่งอึ้งไป

‘ทู พ่อ’ ปราโมทย์ก็นิ่งอึ้งไป เขาโกรธจนไม่ทันได้ยับยั้งตัวเอง จึงเผลอลงไม้ลงมือกับลูกชายไปทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทำ

‘พอใจหรือยัง?’ ปลาทูหันมามองผู้เป็นพ่อแล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้ามีหยดน้ำตาไหลออกมาช้า ๆ จนปราโมทย์ถึงกับไม่กล้าพูดต่อ

‘ถามว่าพอใจหรือยัง!’ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อไม่ตอบ ปลาทูก็ตะคอกขึ้นอีกครั้ง

‘พ่อไม่ได้ตั้งใจ’ ปราโมทย์ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อครู่เขาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เพียงเพราะโกรธที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นก็เลยเผลอลงไม้ลงมือ

‘เอาเลย พ่ออยากทำอะไรก็ทำเลย อยากถอนหมั้นก็ทำเลย ปลาทูขัดพ่อไม่ได้อยู่แล้ว’ เขาไม่สนใจแล้ว ถ้าถึงขั้นที่ถูกตบหน้าแล้ว อย่างไรปลาทูก็คงจะขัดเรื่องถอนหมั้นไม่ได้อยู่ดี

‘ขอตัว’ เมื่อพูดจบปลาทูก็หมุนตัวออกไปจากห้องทำงานทันที

‘ทู’ ปราโมทย์ได้แต่เรียกชื่อลูกชาย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิด

ปลาทูวิ่งเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นอย่างหมดแรงแล้วกุมแก้มเอาไว้

จนถึงตอนนี้ ปลาทูยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชีวิตของตนถึงได้พลิกผันเสียเหลือเกิน

แม่มารับปลาทูหน่อยได้ไหม

……

ฝากเฟบ ติดตามด้วยนะคะ อัปจนจบเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดดเดี่ยว #1

ตั้งแต่ที่ปลาทูถูกถอนหมั้นและถูกผู้เป็นพ่อทำร้ายร่างกาย อารมณ์ของเขาคล้ายจะรุนแรงขึ้นกว่าทุกครั้ง ปลาทูหงุดหงิดง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเพราะฉะนั้นเวลามีอะไรขัดใจนิดหน่อย จึงมักจะโวยวายขึ้นมาทันที กลายเป็นภาพจำของคนในบ้านว่าปลาทูคือคนที่ชอบสร้างความวุ่นวาย แม้กระทั่งคนใช้ที่เมื่อก่อนเข้าใจในการกระทำของปลาทูตอนนี้ก็ต่างพากันส่ายหน้ากันไปหมด

และถ้าหากปลาทูไม่ได้คิดไปเอง เขารู้สึกว่าสองแม่ลูกนั่นชอบหาเรื่องมายั่วยุอยู่เสมอ และมักจะยั่วยุด้วยใบหน้าแสร้งเป็นไร้เดียงสา คล้ายว่าปลาทูเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเข้าไปหาเรื่องพวกเธอก่อน ทว่าที่จริงแล้วเขาไม่คิดจะเข้าไปวุ่นวายกับทั้งสองคนเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างไรก็ดีเวลาที่ปลาทูไปไหน ทั้งสองคนก็ชอบเข้ามาทำเป็นพูดดีด้วยโดยใช้คำพูดจิกกัด ซึ่งนั่นทำให้ปลาทูโมโหจนต้องตวาดใส่หลายครั้ง คนที่ไม่ได้ยินบทสนทนาตั้งแต่ก็เข้าใจไปว่าปลาทูไม่พอใจที่ทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในบ้าน และคอยหาเรื่องสองแม่ลูกตามประสาคนเอาแต่ใจ

แต่มันจะมีใครรู้บ้างว่าปลาทูต้องอดทนแค่ไหนกับการต้องมานั่งฟังสองแม่ลูกนี่พูดเรื่องไร้สาระ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่อย่างกัญญารัตน์ที่ชอบพูดถึงแม่ของปลาทูเสียเหลือเกิน มิหนำซ้ำคำพูดแต่ละคำก็ทำให้ปลาทูโมโหได้ไม่ยาก เพียงแต่มีแค่ปลาทูเท่านั้นที่รับรู้ ส่วนคนอื่นก็เอาแต่คิดว่าปลาทูเป็นฝ่ายสร้างปัญหา เป็นเด็กไม่รู้จักโต

‘นับวันยิ่งไปกันใหญ่’ พิสมัยย่าของปลาทูเอ่ยขึ้น

‘อะไรของย่า’ ปลาทูที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่หันไปมองผู้เป็นย่าด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาอยู่ในห้องเขาดี ๆ แท้ ๆ อีกฝ่ายกลับเข้ามาแล้วพูดจาแบบนี้ใส่

‘รู้ตัวมั้ยว่าทำตัวก้าวร้าวขึ้นทุกวัน’ พิสมัยจ้องมองไปทางหลานคนเดียวของตัวเองแล้วกอดอกเห็นท่าทางแข็งกร้าวแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ

‘ย่าจะด่าอะไรทูอีกล่ะ’ เขารู้ดีว่าทุกคนในบ้านต่างไม่ชอบเขาทั้งนั้น คงมีเพียงพี่เลี้ยงอย่างแพรวที่ยังคงพูดคุยกับเขาอยู่

‘ปลาทู’ พิสมัยกดเสียงต่ำแล้วเรียกชื่อเล่นเต็ม ๆ ของปลาทู

‘อย่าเรียกชื่อนั้น’ ปลาทูจ้องมองผู้เป็นย่าด้วยความไม่พอใจ ‘ปลาทู’ เป็นชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ แต่เพราะว่าชื่อนี้ตลกเกินไปในความคิดของพิสมัยและปราโมทย์ ทั้งสองคนจึงมักเรียกเขาว่า ‘ทู’ ในเมื่อพ่อกับย่าชอบค่อนแคะชื่อที่แม่ตั้งให้นัก ก็อย่ามาเรียกชื่อเล่นเต็ม ๆ ของเขาให้เสียอารมณ์

‘เฮ้อ อย่าสร้างปัญหาให้มากเลยทู แค่นี้ก็วุ่นวายมากพอแล้ว’ เมื่อเห็นสายตาของหลานชาย พิสมัยก็รู้ตัวว่าเผลอไปทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงได้แต่ถอนหายใจและพูดสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยได้เข้ามาวุ่นวายเท่าไรเพราะอายุเริ่มมากแล้ว และวัน ๆ ก็เอาแต่อยู่ในห้องอ่านหนังสือ แต่เรื่องภายในบ้านเธอก็รับรู้มันตลอด และรู้ด้วยว่าพฤติกรรมของหลานชายของเธอมันก้าวร้าวขึ้นทุกวัน

‘ใช่ ก็ปลาทูมันตัวปัญหาเหมือนที่ย่าเคยพูดกับแม่ไง’ เมื่อได้ยินคำว่าสร้างปัญหา ปลาทูพลอยน้อยใจอย่างอดไม่ได้เพราะรู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ทำไมทุกคนถึงชอบคิดว่าเขาสร้างปัญหานัก ทั้งที่ปัญหาเริ่มแรกไม่ได้เกิดขึ้นที่เขาเลย

‘…’ เมื่อได้ยินหลานชายพูดแบบนั้นพิสมัยก็หันไปมองด้วยความตกใจ

‘เด็กที่เกิดมาจากความผิดพลาดแบบทู มันก็เป็นตัวปัญหามาตั้งนานแล้ว’ ปลาทูจำได้ดีว่าตนเองไม่ได้เกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ ทั้งสองคนพลาดไปมีอะไรกันทำให้ฉัตรนภาผู้เป็นแม่ตั้งท้อง ปราโมทย์จึงยินดีที่จะรับผิดชอบ พิสมัยถึงไม่ได้ชอบแม่ของปลาทูนัก มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าแม่ของปลาทูเป็นเพียงแค่ผู้หญิงใจง่ายที่พลาดท้องกับลูกชาย แต่เห็นว่าลูกชายยินดีที่จะรับผิดชอบและจะแต่งงานกับฉัตรนภา เธอย่อมขัดไม่ได้และได้แต่จำยอมรับหญิงสาวเป็นสะใภ้ ด้วยเหตุนั้น เธอจึงมีท่าทีมึนตึงกับฉัตรนภา แม้กระทั่งลูกสะใภ้เสียชีวิต พิสมัยก็ทำเพียงอโหสิกรรมให้เท่านั้น ปลาทูรับรู้ต้นเหตุแห่งความขุ่นเคืองตั้งแต่อายุแปดขวบ เนื่องจากบังเอิญได้ยินย่าก่นด่าแม่ของตัวเอง

‘แกไปเอามาจากไหน’ พิสมัยไม่คิดว่าหลานชายจะรู้เรื่อง จึงถามขึ้นอย่างตกใจ

‘มันสำคัญเหรอครับ? ในเมื่อความจริงคือย่าไม่ได้คิดจะรักปลาทูอยู่แล้ว เพราะปลาทูคือลูกของแม่ สะใภ้ที่ย่าเกลียด’ ปลาทูกล่าวออกไปอย่างเจ็บปวด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะปลาทูยังมีแม่อยู่ด้วย เขาถึงไม่ได้รู้สึกขาดความรัก แต่เมื่อแม่จากเขาไปแล้ว พ่อเองก็เปลี่ยนไป ปลาทูจึงเหมือนไม่เหลือใคร

‘ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น’ เธอว่าพร้อมกับแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบแม่ของหลานชายแต่อย่างไรอีกฝ่ายก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเพราะฉะนั้นจึงไม่ได้เกลียดหลานชายคนนี้เลย แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่แสดงความรักเก่งอยู่แล้วที่สำคัญที่เธอรู้สึกอยากจะเตือนอีกฝ่ายก็เพราะเป็นห่วงและหวังดี ไม่อยากให้หลานชายก้าวร้าวไปมากกว่านี้

‘แต่การกระทำย่ามันบอกแบบนั้น’ พิจารณาจากการกระทำที่ผ่านมาของผู้เป็นย่า ทำให้เขาเข้าใจว่าหญิงชราคงจะเกลียดตัวเองเหมือนที่เกลียดแม่ ประกอบกับการที่อีกฝ่ายบอกว่าเขาสร้างปัญหาก็ยิ่งทำให้ปลาทูแน่ใจ ย่าคงไม่ได้รักเขาอย่างที่ปากพูด

‘แกป่วยอยู่ ทานยาแล้วพักผ่อนซะ’ เมื่อเห็นว่าหลานชายคล้ายจะร้องไห้ พิสมัยก็ไม่คิดที่จะต่อความยาวสาวความยืด ทำเพียงเอ่ยบอกให้หลานชายทานยาตามที่หมอสั่ง

ทั้งที่วันนี้เธอตั้งใจจะมาเยี่ยมและพูดคุยดี ๆ ด้วยซ้ำ แต่ทำไมมันถึงจบแบบนี้ก็ไม่รู้

ช่วงหลังมานี้ปลาทูป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง อาการค่อนข้างแย่ลงอยู่เรื่อย ๆ เจ้าตัวทั้งไอและเริ่มจะไม่มีแรง ไปหาหมอ หมอก็หาสาเหตุไม่ได้ทำให้ได้มาเพียงแค่ยารักษาตามอาการเพียงเท่านั้น

‘ไม่ต้องกินก็ดีนะครับ ตาย ๆ ไปได้เลยก็ดี’ ปลาทูพูดขึ้นอย่างตัดพ้อ

‘พูดบ้าอะไร!’ พิสมัยพูดขึ้นด้วยความตกใจ

‘ทุกคนจะได้ดีใจไง’ เขารู้สึกไม่อยากจะเอาอะไรแล้ว ปลาทูคิดกับตัวเองว่าอยากไปอยู่กับผู้เป็นแม่เหลือเกิน ตั้งแต่ที่มารดาผู้ให้กำเนิดไม่อยู่ ชีวิตของเขาก็คล้ายจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ถ้าหากได้หลุดพ้นไปจากที่นี่ ชีวิตของเขาคงจะมีความสุขมากขึ้น

‘เอายาให้หลานฉันกินด้วย’ พิสมัยไม่คิดจะพูดอะไรกับหลานชายต่อ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่อยากรับฟังสิ่งใดแล้ว เธอเองก็พูดอะไรไม่ถูก จึงหันไปสั่งแพรวที่ยืนอยู่มุมห้อง

อาการป่วยของปลาทูยังคงเป็นแบบนั้นมาเรื่อย ๆ ทำให้เจ้าตัวเงียบไป ไม่ค่อยได้ลงไปพบเจอใคร ส่งผลให้ทุกคนพลอยเป็นห่วง ถึงแม้คนใช้หลายคนจะไม่ชอบใจการกระทำของคุณหนูแต่เห็นว่าคุณหนูป่วยถึงขั้นไม่สามารถลงมาทานข้าวเองได้ ย่อมกังวลว่าคนที่พวกเขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก จะเป็นอะไรไป

‘คุณหนูคะ’ แพรวเอ่ยเรียกคุณหนูของตนเองที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเสียงเบา

‘อะไร’

‘คือ คุณปั้นมาค่ะ’

‘ปั้นมาเหรอ!’ ปลาทูเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ ด้วยคิดว่าอดีตคนรักมาหาตัวเอง ตั้งแต่ที่พวกเขาถอนหมั้นกันราว ๆ หนึ่งเดือน ปั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้เขาจะส่งข้อความไปหาอยู่บ้าง แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ ช่วงหลัง ๆ ปลาทูจึงเลิกติดต่อไป

‘ค่ะ แต่’ แพรวพูดแย้งขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนักจนปลาทูเริ่มหวั่นใจว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่า

‘แต่อะไร’

‘มาคุยเรื่องแต่งงาน’

‘แต่งงาน?’ ปลาทูถามอย่างไม่เข้าใจเพราะปลาทูกับปั้นถอนหมั้นกันไปแล้วแต่วันนี้บอกว่ามาคุยเรื่องแต่งงานมันจะเป็นไปได้อย่างไร

‘ค่ะ’

‘…’

‘กับคุณกานต์’

หลังจากปลาทูได้ยินคำพูดนั้นก็หอบร่างลงมายังชั้นล่างที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ เมื่อเดินลงมาถึง เขาจึงเห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งพ่อ ย่ารวมถึงแม่ลูกคู่นั้นและครอบครัวของปั้น แต่ละคนมีใบหน้าชื่นบานยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

‘นี่มันเรื่องอะไรพ่อ’ ปลาทูเดินเข้าไปใกล้แล้วพูดขึ้นเสียงดังทำให้ทุกคนตกใจ

‘แกลงมาได้ยังไง’ ปราโมทย์หันมามองลูกชายอย่างตื่นตระหนก ความจริงแล้ว เขาไม่คิดเช่นกันว่าครอบครัวของอีกฝ่ายจะเข้ามา แต่ในเมื่อแขกมาเยือนแล้ว เขาย่อมทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่บอกให้คนอื่นคอยกันปลาทูไม่ให้ออกจากห้อง รวมทั้งเขาก็คิดว่าลูกคงไม่ออกมาดั่งเช่นทุกวัน

‘ให้ทูถอนหมั้นเพื่อมันเหรอ’ ปลาทูว่าพร้อมชี้ไปทางกานต์ด้วยความไม่พอใจ

‘ทูอย่าเสียมารยาท’ พิสมัยเอ่ยเตือนหลานชายเสียงเบาเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย เธอจึงไม่อยากให้หลานชายแสดงกิริยาไม่ดีต่อหน้าคนนอก ถึงแม้ว่าจะเข้าใจว่าชายหนุ่มคงจะโกรธมาก ขนาดเธอยังตกใจไม่น้อยเช่นกัน

โดดเดี่ยว#2

‘ว่าไง พูดมาสิ’ ปลาทูไม่สนใจใครทำเพียงจ้องมองทุกคนด้วยความเจ็บปวดและกรุ่นโกรธ

‘พี่ขอโทษนะ น้องทู’ กานต์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบา ๆ พลางก้มหน้าเหมือนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

‘ฉันไม่ได้ถามเธอ!’ ปลาทูหันไปตวาดใส่อีกฝ่ายทันทีทำเอาคนอื่นต่างตกใจโดยเฉพาะครอบครัวของปั้นที่ไม่พอใจนักกับท่าทางนั้นของปลาทู

‘ทู’ พิสมัยเอ่ยปรามหลานชายเสียงเบา

‘ทู! ขึ้นห้อง!’ ปราโมทย์เอ่ยเสียงเข้ม เขาคิดไว้ว่าจะอธิบายให้ลูกชายฟัง เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม คงไม่เหมาะนักหากต้องพูดเรื่องในครอบครัวต่อหน้าคนนอก

‘ไม่! พ่อตอบมาว่ามันหมายความว่ายังไง!’

‘หนูกานต์ท้อง’ เมื่อเห็นท่าทีขึงขังของปลาทูและคิดว่าอีกฝ่ายก็คงจะไม่ยอมขึ้นห้องไปง่าย ๆ ปราโมทย์จึงต้องตอบออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้และมันก็ทำให้ปลาทูนิ่งอึ้งไปทันที

‘ท้อง?’ ปลาทูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ใบหน้าฉายแววตกใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตามองปั้นและกานต์สลับกัน ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นกลั้นใจถามออกไปพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมา

‘กี่เดือน’ ทั้งปั้นและกานต์ไม่มีใครยอมตอบเลย เอาแต่นั่งเงียบ

‘กูถามว่ากี่เดือน!’ ปลาทูตวาดขึ้นเสียงดังอย่างหมดความอดทน

‘ปลาทู!’ ปราโมทย์รีบเอ่ยปรามลูกชายเมื่อเห็นท่าทีของปลาทู

‘เดือน เดือนกว่า ๆ แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจนะ’ กานต์รีบตอบขึ้นแล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้เป็นสาเหตุให้ผู้เป็นแม่ต้องรีบกอดแขนเธอเอาไว้แล้วลูบไหล่ไปมาอย่างปลอบใจ

‘ไม่ได้ตั้งใจ? ไม่ได้ตั้งใจไปเอากันเหรอ! ถอนหมั้นไปไม่ถึงเดือนแต่ท้องเดือนกว่า ๆ เนี่ยน่ะเหรอ!’ คำพูดของปลาทูทำให้หลายคนต่างพูดไม่ออก เพราะโดนความจริงตีแสกหน้า กรณีฝ่ายชายนอกใจจนทำฝ่ายหญิงท้องก่อนแต่ง โดยเฉพาะครอบครัวของปั้นที่พูดว่าจะถอนหมั้นกับปลาทูเนื่องจากเขามีท่าทีก้าวร้าวทั้งที่มีวาระซ่อนเร้น

‘ปลาทู ปั้นขอโทษ’ ปั้นพูดขึ้นแล้วมองมาที่ปลาทูด้วยแววตารู้สึกผิด

‘พ่อบอกว่าพวกคุณไม่ชอบที่ผมก้าวร้าว โวยวาย อาละวาด ผมยังพอเข้าใจได้’ ปลาทูมองไปทางครอบครัวของปั้นแล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ

‘แต่เรื่องท้องนี่มันเหี้ยอะไร’ ปลาทูหลุดพูดคำหยาบออกมาอย่างอดไม่ได้ แต่น้ำเสียงกลับมีแต่ความอ่อนแรง ตอนนี้เขารู้สึกว่าชีวิตของเขามันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เรื่องราวที่เขาได้ยินมันทำให้ปลาทูสติหลุดมากกว่าทุกครั้ง

‘ทู!’ ปราโมทย์ได้ยินลูกชายพูดคำหยาบต่อหน้าคนนอกก็ตวาดขึ้นพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามาใกล้ปลาทูทันที

‘พ่อด่ามันบ้างหรือยัง! มันแอบไปเอากับคู่หมั้นทู พ่อด่ามันบ้างยัง หรือด่าแต่ทู’ ปลาทูหันไปตะคอกใส่ผู้เป็นพ่ออย่างไม่ยอมเช่นกัน ตอนที่เขาเดินลงมา ไม่มีใครคิดที่จะอธิบายให้เขาฟังเลยสักอย่างแต่ครั้นพูดไปก็มีแต่คนไม่ชอบใจ ปลาทูไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร ต้องนั่งเงียบให้คนพวกนั้นได้แต่งงานกันอย่างสงบสุขหรือว่าต้องพังทุกอย่างให้มันล่มจม

‘…’

‘ลูกในไส้สันดานเสียรับไม่ได้ แต่ดันรับได้ที่ลูกติดเมียใหม่ไปอ้าขาให้เขาเอาจนท้อง!’

เพียะ!

‘ว้าย!’ ทุกคนต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าปราโมทย์ตบหน้าของปลาทูจนเจ้าตัวล้มลงไปกองที่พื้น

‘เงียบสักที! แกจะทำฉันขายหน้าไปถึงไหน!’

‘คุณหนู’ แพรวรีบวิ่งมาประคองคุณหนูของเธอที่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความตกใจ ปลาทูได้แต่ยกมือขึ้นมากุมแก้มพลางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาเจ็บปวด

‘ทู เลือด’ พิสมัยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของหลานชาย

‘พ่อตบทูสองครั้งแล้ว’ ปลาทูมองหน้าปราโมทย์แล้วพูดขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

‘สองครั้งแล้วพ่อ’ เขาย้ำพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยความเสียใจ

‘ฉัน…’ ผู้เป็นพ่อคล้ายจะพูดไม่ออกเพราะมันเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาปล่อยให้ความโกรธครอบงำ จนเผลอลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายของลูกชาย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรปลาทูก็หันหลังแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องทันที

‘ทู!’ ปราโมทย์ทำท่าจะวิ่งตามลูกชายไปแต่แพรวกลับเข้ามาขวางเอาไว้

‘ไม่ต้องหรอกค่ะคุณท่าน เดี๋ยวแพรวดูให้’ เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ห้ามผู้เป็นนาย แต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะให้อีกฝ่ายเข้าไปพบคุณหนู เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอโกรธไม่น้อย เธอเลี้ยงดูคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก แม้จะมีหลายครั้งที่ไม่พอใจเรื่องความเอาแต่ใจบ้าง ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายเลย แล้วทำไมผู้เป็นพ่อถึงได้ลงไม้ลงมือกับลูกชายอย่างไม่ลังเล

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นปลาทูไม่ได้ไปวุ่นวายกับใครในบ้านอีก ปราโมทย์เองก็พยายามจะหาทางมาคุยกับลูกชายแต่ปลาทูกลับปิดกั้นตัวเองไม่ยอมคุยกับใครนอกจากแพรว ข้าวก็ทานในห้อง เวลาไปหาหมอก็รีบไปรีบกลับไม่แวะที่ไหน เวลาเดินผ่านใครในบ้านแม้จะถูกเรียกแต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจ ทำเอาทุกคนต่างพากันจนปัญญา ประกอบกับต้องรีบเร่งจัดงานแต่งของปั้นและกานต์ทำให้ทุกคนดูจะยุ่งไม่น้อย โดยเฉพาะปราโมทย์ เขาถึงขั้นหลงลืมไปว่ายังมีลูกชายอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกัน

ที่สำคัญอาการป่วยของปลาทูกลับย่ำแย่ลงทุกวัน มีเพียงแพรวเท่านั้นที่รู้ว่ามันแย่ขนาดไหน เพราะเธออยู่กับปลาทูแทบจะตลอดเวลา บางครั้งชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อลุกขึ้นไปอาเจียน เขารู้สึกเจ็บปวดทรมานจากด้านใน ไปหาหมออย่างไรก็ไม่หาย มิหนำซ้ำหมอกลับไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร การตรวจอาการแต่ละครั้งจึงได้เพียงแค่ยากลับมากินเท่านั้น ระยะหลังมาปลาทูก็เลยไม่ค่อยไปหาหมอเพราะไปทีไรก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ นานวันเข้าจึงแค่ให้แพรวไปรับยามาให้ทานเฉย ๆ

เวลาล่วงเลยผ่านไปกระทั่งถึงกำหนดงานแต่งของปั้นและกานต์ ทุกคนในบ้านต่างพากันตื่นเต้นมากกับงาน ต่างจากปลาทูที่ทำได้เพียงนอนป่วยอยู่ในห้องอย่างทรมาน

‘แคก ๆ’ ชายหนุ่มไอออกมาเสียงดัง เขารู้สึกว่าตัวเองไอเยอะเป็นพิเศษ รู้สึกเจ็บคอ ปวดหัวและรู้สึกปวดภายในร่างกายไปหมด อาการมันดูย่ำแย่มากกว่าทุกวัน

‘คุณหนูไหวไหมคะ’ แพรวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพลางเดินเข้าไปใกล้

‘อื้อ’ ปลาทูพยักหน้ารับแล้วพยายามดันตัวขึ้นนั่งโดยมีแพรวคอยช่วยประคอง

‘แล้วนี่ เขาไปกันแล้วใช่มั้ย’

‘ไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ’ เพราะงานวันนี้เป็นงานทั้งเช้าและเย็นทำให้ทุกคนต่างพากันออกไปตั้งแต่เช้ามืด ที่บ้านจึงเหลือเพียงแค่คนใช้ไม่กี่คนรวมถึงเธอและปลาทูเท่านั้น

‘อือ’ ปลาทูพยักหน้ารับด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน น้อยใจขึ้นมาครามครันเมื่อไร้คนเคียงข้าง แม้ที่ผ่านมาชายหนุ่มจะรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายเพราะยังรู้สึกเจ็บช้ำกับการกระทำของผู้เป็นพ่อ แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนออกไปงานสำคัญของลูกติดภรรยาใหม่ของพ่อกับอดีตคู่หมั้น มันกลับทำให้เขาน้อยใจจนยากระงับ เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเขาแม้แต่คนเดียว

‘คุณหนู’ เห็นท่าทางแบบนั้นของอีกฝ่ายแพรวก็เอ่ยขึ้นอย่างสงสาร

‘พี่แพรวว่า ถ้าปลาทูอยากจะออกไปอยู่ที่อื่นดีมั้ย’ หลังจากที่ป่วยมาอยู่นานปลาทูก็เคยคิดเอาไว้ เขาอยากออกไปจากบ้าน ไม่อยากจะอยู่แล้ว ในเมื่อไม่มีใครสนใจเขา ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อเพียงแต่ชายหนุ่มยังแอบรู้สึกลังเล เนื่องจากหลาย ๆ อย่างในบ้าน รวมถึงธุรกิจยังมีส่วนที่เป็นของเขาและส่วนที่เป็นของฉัตรนภาผู้เป็นแม่

‘ออกไปไหนคะ’ แพรวถามด้วยความไม่เข้าใจ

‘ไปอยู่บ้านคุณยายดีมั้ย’ บ้านคุณยายของปลาทูอยู่ที่ต่างจังหวัดเป็นบ้านที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้แต่มีคนเข้าไปทำความสะอาดทุกเดือน แม้ตาและยายของปลาทูจะเสียไปนานแล้ว ทว่าปลาทูเคยไปเล่นที่นั่นบ่อย ๆ ตอนที่ผู้เป็นแม่ยังไม่เสียชีวิตและมันเป็นสถานที่ที่ปลาทูชอบมาก ถ้าหากปลาทูจะออกไปจากที่นี่แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น บ้านของยายคงเป็นทางเลือกหนึ่งของเขา

‘พี่แพรวแล้วแต่คุณหนูค่ะ’ สำหรับแพรวแล้ว เธอแล้วแต่คุณหนูหมดเลย ถ้าอีกฝ่ายจะออกจากที่นี่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่นเธอก็พร้อมจะไปด้วย

‘อือ’

‘คุณหนูอย่าลืมทานยานะคะ’

‘เอาวางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวเราทานเอง’ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาทานยาปลาทูจึงบอกให้อีกฝ่ายเอาน้ำและยาไปวางไว้ที่หัวเตียง

‘ค่ะ งั้นพี่ออกไปข้างนอกนะคะ’

ตอนที่แพรวออกไป เขาตั้งใจว่าจะนอนอ่านหนังสือ แต่อ่านได้สักพักปลาทูก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว กว่าจะตื่นมาอีกครั้งก็เลยเวลาทานยาไปแล้ว ครั้นมองดูนาฬิกาจึงพบว่าเป็นเวลาประมาณห้าโมงเย็นซึ่งเลยเวลาทานยามาประมาณเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขาถึงได้รีบหยิบยาขึ้นมาทาน หลังทานยา ปลาทูตั้งใจว่าจะงีบต่ออีกสักพัก แต่เพียงครู่เดียวกลับต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะร่างกายเจ็บปวดอย่างมาก จู่ ๆ ก็ปวดร้าวทรมานไปทั้งร่างอย่างไม่มีที่มา

‘อึก!’

ปลาทูร้องอย่างตกใจก่อนจะหดตัวเข้าหากันด้วยความทรมาน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรแต่รู้สึกว่ามันเจ็บปวดมาก มิหนำซ้ำยังรู้สึกคล้ายว่าจะหายใจไม่ออก หน้าอกเหมือนถูกกดทับอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มพยายามที่จะตะเกียกตะกายไปกดโทรศัพท์เรียกหาแพรวเนื่องด้วยไม่อาจส่งเสียงได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงอ้าปากพะงาบ ๆ เพื่อพยายามโกยอากาศเข้าไปในปอดให้ได้มากที่สุด

แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายเรียกคนที่อยู่ด้านนอกได้ ส่วนอาการทรมานคล้ายหน้าอกถูกกดทับก็เพิ่มพูนขึ้น เขาเหมือนหายใจไม่ออกทั้งที่พยายามอ้าปากกอบโกยอากาศ ร่างกายอึดอัดทรมาน ซ้ำร้ายลมหายใจยังสะดุดอยู่หลายครั้ง กระทั่งสติของเขาก็ดับลงพร้อมลมหายใจเฮือกสุดท้าย

ปลาทูสิ้นใจบนเตียงนอนด้วยความโดดเดี่ยว

โดยที่ดวงตาก็ยังคงเบิกโพลง

เป็นภาพที่น่าเวทนาไม่น้อย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...