โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ฟุตบอลโลก 2022 อาร์เจนตินา ผงาดแชมป์โลก ดวลโทษชนะ ฝรั่งเศส สุดดราม่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2565 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2565 เวลา 18.03 น.
Argentina's Lionel Messi holds the trophy . (AP Photo/Thanassis Stavrakis)

แทบหยุดหายใจ ! เมสซี พา อาร์เจนตินา ผงาดแชมป์โลกสุดดราม่า ดวลจุดโทษชนะ ฝรั่งเศส 4-2 หลัง 120 นาทีสู้กันอย่างสุดมัน 3-3 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ

วันที่ 18 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แมชต์หยุดโลก รอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ระหว่าง อาร์เจนตินา กับ ฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองทีมคว้าแชมป์โลกได้ 2 ครั้งเท่ากัน ดังนั้น ใครเป็นผู้ชนะในนัดนี้จะก็จะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 นอกจากนี้ การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของ ลิโอเนล เมสซี ในนามกัปตันทีมอาร์เจนตินา

ก่อนหน้านี้อาร์เจนตินา และฝรั่งเศส เคยเจอกันมาทั้งหมด 12 ครั้งทุกรายการ โดยเป็น อาร์เจนตินา ที่ทำได้ดีกว่าชนะ 6 นัด ฝรั่งเศส ชนะ 3 นัด และเสมอกัน 3 นัด โดยหนล่าสุดที่พบกันคือเมื่อฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศส ชนะ 4-3

หากฝรั่งเศสชนะ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ถือว่าพาทัพ “ตราไก่” ชนะในฟุตบอลโลกได้ถึง 14 จาก 18 แมตช์ซึ่งมากที้สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และเป็นกุนซือที่พาฝรั่งเศสป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ

สำหรับผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เจนตินา ใช้ระบบ 4-4-2 เอมิเลียโน มาร์ติเนซ : นาฮูเอล โมลินา, คริสเตียน โรเมโร, นิโกลัส โอตาเมนดี, นิโกลัส ตายาฟิโก : อังเคล ดิ มาเรีย, โรดริโก เด ปอล, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์, ลิโอเนล เมสซี, ฮูเลียน อัลบาเรซ

ส่วนฝรั่งเศส เล่นในระบบ 4-3-3 มี อูโก โยริส : ฌูลส์ คุนเด, ราฟาเอล วาราน, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, เธโอ แอร์กน็องเดซ : อองตวน กรีซมันน์, ออเรเลียง ชูอาเมนี, อาเดรียง ราบิโอต์ : อุสมาน เดมเบเล, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, คีลิยัน เอ็มบัปเป

ครึ่งแรก อาร์เจนตินา นำ 2-0

ออกสตาร์ตครึ่งแรก ทั้งสองทีมเล่นกันได้อย่างสูสีในช่วงแรก ก่อนจะเริ่มเป็นทีมฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา ที่เริ่มสร้างโอกาสลุ้นประตูได้หวาดเสียวกว่าทีมแชมป์เก่า

ก่อนที่นาทีที่ 23 เป็นอาร์เจนตินา ที่ปลดล็อกประตูขึ้นนำได้ก่อน จากจังหวะที่ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวเก๋า โดน อุสมาน เดมเบเล่ สกัดล้มลงในเขตโทษ และเป็น ลิโอเนล เมสซี รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด พาทีมดังจากแดนละตินออกนำ 1-0

อาร์เจนตินา ยิ่งเล่นยิ่งดุดัน นาทีที่ 36 มาบวกประตูที่สองได้สำเร็จ อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์ ได้หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจ่ายถวายพานให้ อังเคล ดิ มาเรีย แปเข้าไปตุงตาข่ายแบบเด็ดขาด ทีมฟ้า-ขาว ทิ้งห่าง 2-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ดังกล่าว โดยทีมแชมป์เก่า ยังไม่มีโอกาสยิงประตูแม้แต่ครั้งเดียว

ครึ่งหลัง ฝรั่งเศสไล่ตี 2-2

ครึ่งหลังเกมยังเป็นอาร์เจนติน่า ที่ทำได้ดีกว่าชัดเจน และอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานแนวรับฝรั่งเศสเป็นระยะ เวลายิ่งผ่าน อาร์เจนตินาก็ยิ่งเล่นกันแบบมั่นใจมากขึ้น

แต่แล้วนาทีที่ 80 แสงสว่างความหวังของฝรั่งเศสถูกจุดขึ้น เมื่อ นิโกลัส โอตาเมนดี ไปทำฟาล์ว มูอานี ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษแบบไม่ลังเล ก่อนเป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป ยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด พาฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 1-2 กลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง

และอีกเพียงนาทีเดียว แฟน ๆ อาร์เจนตินา ช็อกทั้งสนาม มาร์กุส ตูราม กระดกบอลเข้าเขตโทษให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป ทิ้งตัววอลเลย์ด้วยขวาเข้าไปสุดสวย พาแชมป์เก่าตีเสมอเป็น 2-2

ช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-3

30 นาทีของช่วงต่อเวลาพิเศษ เกมยังดุเดือดไม่หยุด แต่เป็นฝรั่งเศสที่ได้แรงฮึดจากการตีเสมอ 2-2 เป็นฝ่ายบุกบ้าง แต่ยังไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้

ทว่านาทีที่ 109 อาร์เจนตินา เป็นฝ่ายขึ้นนำอีกครั้ง เลาตาโร มาร์ติเนซ ได้บอลบริเวณกราบขวาของเขตโทษ ก่อนยิงด้วยขวา ติดเซฟ ฮูโก ญอริส ก่อนบอลมาเข้าทาง เมสซี ยิงเข้าไป พาอาร์เจนนำอีกครั้งเป็น 3-2 โอกาสขยับเข้าถ้วยแชมป์บอลโลกกลับมาอีกครั้ง

แต่แล้วเหมือนมีคนเขียนบทให้เกมยังไม่จบง่าย ๆ ฝรั่งเศสมาได้จุดโทษในนาทีที่ 118 ก่อนเป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป สังหารไปทางซ้ายมือของตัวเอง ตุงตาข่าย เกมกลับมาเสมอกัน 3-3 จบ 120 นาที ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

เอ็มบับเป และเมสซี ต่างประเดิมเบิกลูกแรกสำเร็จให้ทีมตัวเอง แต่จากนั้นฝรั่งเศสยิงไม่เข้าสองคนติดกัน คือ คิงสลีย์ โกม็อง และโอเรเลียง ชูอาเมนี ขณะที่อาร์เจนตินา ปิดจ๊อบที่ กอนซาโล มอนติเอล ทำให้กองเชียร์อาร์เจนตินาเฮทั้งน้ำตา เมื่อเอาชนะไป 4-2

อาร์เจนตินาผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ และสร้างประวัติศาสตร์พิเศษให้เมสซี เลิกอกหัก หลังจากเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 และเคยได้รองแชมป์เมื่อปี 2014 ซึ่งตอนนั้นพ่ายเยอรมนี 1-0

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...