โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ป่วนไม่หยุด! 3 นิ้วพล่านหนัก บุกห้างกลางกรุง พังป้าย ตะโกนด่า สาดเลือดหมู

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 พ.ย. 2565 เวลา 18.28 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2565 เวลา 11.18 น.

19 พ.ย.2565 - เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวร่วมม็อบราษฎร ในนามกลุ่มทะลุวังและกลุ่มโมกหลวง ซึ่งมีแกนนำเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ได้ออกมาเคลื่อนไหวประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนสกัดกั้นม็อบหยุดเอเปก จนมีผู้บาดเจ็บเมื่อวันที่ 18 พ.ย.65

โดยผู้ชุมนุมจำนวนหลักสิบได้สวมเสื้อสีแดง และกางเกงสีเหลือง และถือรูปการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม เดินตั้งแต่ถนนพระราม 1 ขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้าสยาม ต่อมาได้เดินเข้ามายังห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ เพื่อทะลุไปยังห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงสยามพารากอนได้มีเจ้าหน้าที่คอยห้ามปรามไม่ให้เข้าไปในห้าง เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อความสะดวกสบายกับผู้ใช้ห้าง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการใช้มือ ท่อนแขนผลักเจ้าหน้าที่ และสามารถเข้าไปยังห้างได้สำเร็จ พร้อมตะโกนคำว่า "ตำรวจทำร้ายประชาชน, สต็อปเอเปค, ประยุทธ์ออกไป, ตำรวจยิงคนตาบอด"

หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้หยุดถ่ายรูปบริเวณป้ายเอเปก ซึ่งทางสยามพารากอนได้จัดนิทรรศการขนาดเล็กไว้ โดยผู้ชุมนุมได้สร้างความเสียหายทำป้ายเอเปกที่ตั้งหลุดออก

ต่อมาผู้ชุมนุมได้เดินไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เขตปทุมวัน ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังอยู่หน้าสตช.อยู่แล้ว ผู้ชุมนุมจึงได้ทำการต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้มีการสาดเลือดหมูใส่เจ้าหน้าที่ พร้อมตะโกนว่า "เอเปคเลือด" โดยเจ้าหน้าที่พยายามห้ามปรามการกระทำดังกล่าวผ่านเครื่องกระจายเสียงโดยผู้ชุมนุมใช้เวลาไม่นานแล้วได้เดินไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด เพื่อเดินขบวนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...