โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"พลังงานฟิวชั่น" ความหวังโลก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ธ.ค. 2565 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2565 เวลา 21.33 น.
เครื่องยิงเลเซอร์ของ NIF เป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ ในสหรัฐฯ

ความสำเร็จในการทดลองสร้างพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นที่ห้องแล็บแห่งสถาบันลอเรนซ์ ลิเวอร์มอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการก้าวย่างสู่ยุคพลังงานสะอาดและราคาถูก

นิวเคลียร์ฟิวชั่น (nuclear fusion) ใช้กระบวนการแบบเดียวกับดวงอาทิตย์ปล่อยพลังงานความร้อน ในการทดลองครั้งนี้ได้หลอมรวมอะตอมไฮโดรเจนที่ชื่อดิวทีเรียม (Deuterium) และตริเตียม (Tritium) ด้วยความร้อนจนเกิดปฏิกิริยาฟิวชั่นแตกตัวเป็นนิวตรอน (Neutron) และฮีเลียม (Helium) ปลดปล่อยพลังงานความร้อนและเกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง

ตามข่าวแจ้งว่า ศูนย์ทดลองดังกล่าวทุ่มเงินกว่า 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 120,000 ล้านบาทในการทดลองใส่อะตอมไฮโดรเจนในแคปซูลขนาดเท่าเมล็ดพริกไทย จากนั้นยิงแสงเลเซอร์ 192 ลำแสงเข้าไปในแคปซูลเพื่อทำให้ไฮโดรเจนร้อนและบีบอัดแน่น

แสงเลเซอร์ที่ยิงเข้าไปในแคปซูลมีความร้อนสูงมาก จนกระทั่งอุณหภูมิสูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส หรือร้อนกว่าใจกลางดวงอาทิตย์ พร้อมกับบีบอัดไฮโดรเจนกว่า 1 แสนล้านเท่าของชั้นบรรยากาศโลก

ความร้อนและแรงบีบอัด ส่งผลให้แคปซูลระเบิด อะตอมไฮโดรเจนเกิดการหลอมรวมกันและปล่อยพลังงานออกมา

นักวิทยาศาสตร์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลว่า ในการทดลองนิวเคลียร์ฟิวชั่นได้ใช้พลังงานเพื่อยิงเลเซอร์ไปยังแคปซูล 2.05 เมกะจูลส์ ได้พลังงานออกมา 3.15 เมกะจูลส์ ถือเป็นความสำเร็จในเบื้องต้น

แต่กระนั้นยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นให้ผลิตพลังงานสะอาดในเชิงพาณิชย์ได้

ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นต่างกับปฏิกิริยาฟิชชั่น (nuclear fission) ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ตรงที่ปฏิกิริยาฟิชชั่นที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นการเอานิวตรอนชนกับอะตอมที่มีขนาดใหญ่กว่า ทำให้อะตอมแตกตัวจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และปล่อยพลังงานออกมาต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

แต่ปฏิกิริยาฟิชชั่นต้องใช้ธาตุอย่างพลูโตเนียมและยูเรเนียมเป็นสารตั้งต้น เมื่อธาตุทั้งสองทำปฏิกิริยาจะเกิดกากนิวเคลียร์ที่มีสโตรเนียม-90 และซีเซียม-137 ซึ่งมีกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนอยู่ ก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งแวดล้อม

กากนิวเคลียร์ที่เกิดจากปฏิกิริยาฟิชชั่นดังกล่าวจึงเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเทคโนโลยีฟิชชั่นเพราะยังไม่สามารถหาวิธีกำจัดกากนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะมีความเสียหายอย่างร้ายแรง

อย่างเช่น อุบัติเหตุเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ประเทศยูเครนระเบิด เมื่อเดือนเมษายน 2529 มีผู้เสียชีวิตนับร้อยคนเนื่องจากได้รับสารกัมมันตภาพรังสี กัมมันตภาพรังสีฟุ้งกระจายไปทั่วยุโรป ประเมินความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมากกว่า 68,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

การกำจัดกากนิวเคลียร์ การปนเปื้อนของกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลยังไม่จบ ต้องใช้เวลาอีกราว 40 ปี จึงจะเข้าสู่ระดับที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

หรือในกรณีเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูคุชิมา ประเทศญี่ปุ่น ระเบิด เป็นผลสืบเนื่องจากแผ่นดินและคลื่นสึนามิ เมื่อปี 2554 ทำให้กัมมันตภาพรังสีแผ่กระจาย รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศอพยพประชาชนกว่า 1 แสนคนออกจากพื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้ารัศมี 20 กิโลเมตร

บริษัทเทปโก้ เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูคุชิมาต้องจ่ายเงินค่าชดเชยความเสียหายไม่น้อยกว่า 7 แสนล้านเยน หรือราวๆ 180,000 ล้านบาท

ผลจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้ชาวโลกพากันเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้เทคโนโลยีฟิชชั่นใหม่ๆ และยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีอยู่โดยเร็ว

สำหรับพลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นมีความต่างกับนิวเคลียร์ฟิชชั่นที่กลายเป็นปัญหาของโลกเพราะนิวเคลียร์ฟิวชั่นเป็นพลังงานสะอาดไม่มีสารกัมมันตภาพรังสี

นักฟิสิกส์ทั่วโลกพยายามทดลองสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นมานานกว่า 60 ปี เพิ่งมาสำเร็จในครั้งนี้

แม้เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่นั่นเป็นหนทางนำไปสู่การผลิตพลังงานความร้อนป้อนโลกเหมือนที่ดวงอาทิตย์ป้อนพลังงานความร้อนและแสงสว่างให้กับมนุษยชาตินั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นยังคงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาวัสดุที่ห่อหุ้มเตาปฏิกรณ์ในการควบคุมความร้อนที่เกิดจากฟิวชั่นซึ่งมีอุณหภูมิสูงมากและการดึงความร้อนออกมาใช้ประโยชน์

หากพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นจนถึงขั้นนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้แล้วจะเกิดประโยชน์กับมวลมนุษย์อย่างมาก เช่น นำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยไม่ก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นต้นเหตุเกิดภาวะโลกร้อน

ปฏิกิริยาฟิวชั่นมีความปลอดภัยสูงกว่าปฏิกิริยาฟิชชั่น หากแคปซูลมีอุบัติเหตุ อุณหภูมิหลายล้านองศาจะลดลง ปฏิกิริยาฟิชชั่นหยุดลงด้วยตัวเอง และไม่เกิดสารกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อม

ปริมาณเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ฟิวชั่น เพียง 1 กิโลกรัม จะให้พลังงานเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้ในโรงไฟฟ้าปัจจุบันถึง 10 กิโลกรัม

บรรดานักธุรกิจระดับโลกอย่างบิลล์ เกตส์ เจ้าของไมโครซอฟต์ หรือเจฟฟ์ เบซอส เจ้าของอีคอมเมิร์ซ “แอมะซอน” ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชั่นอย่างมาก เพราะเชื่อว่านี่คือทางออกของโลกในการสร้างพลังงานอย่างยั่งยืน

ส่วนที่บ้านเรานั้น สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติกำลังคิดค้นพัฒนานิวเคลียร์ฟิวชั่นด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า “โทคาแมค” หรือดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ที่ได้รับมอบจากจีน

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บอกว่า ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี ไทยจะสร้างเครื่องโทคาแมคได้เอง จะทำให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานและมีพลังงานสะอาดใช้

ในภาพรวม “พลังงานฟิวชั่น” คือทิศทางใหม่ของโลกอนาคต •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...