โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้นตีนเป็ด ฝันร้ายฤดูหนาวที่มาพร้อมกลิ่นฉุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ย. 2565 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2565 เวลา 06.14 น.

ต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ ฝันร้ายในฤดูหนาว เพราะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม พร้อมส่งกลิ่นฉุนชวนวิงเวียนศีรษะ

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศค่อนข้างร้อน ฤดูหนาวจึงเป็นฤดูกาลที่หลายคนตั้งตารอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่มาพร้อมกับฝันร้ายของอีกหลายคนเช่นกัน เพราะในช่วงนี้ “ต้นตีนเป็ด” กำลังออกดอก ส่งกลิ่นหอมปนฉุนชวนเวียนศีรษะ

สำหรับต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ หรือสัตบรรณ (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alstonia scholaris) อยู่ในวงศ์ Apocynaceae มีถิ่นดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพบได้ทุกภาคในประเทศไทย

ลักษณะต้นตีนเป็ด

ลักษณะของต้นตีนเป็ดคือ เปลือกหนาแต่เปราะ ลำต้นตรง ผิวมีสะเก็ดเล็ก ๆ สีขาวปนน้ำตาล เมื่อกรีดลงไปที่ลำต้นจะมียางสีขาว แตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นชั้น ๆ จำนวนมาก ใบของต้นตีนเป็ดจะขึ้นเป็นกลุ่มบริเวณปลายกิ่ง ซึ่งในช่อหนึ่งจะมีประมาณ 5-7 ใบ ก้านใบสั้น แผ่นใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนานถึงรูปหอกแกมรูปขอบขนาน หรือรูปมนแกมรูปบรรทัด ปลายใบเป็นติ่งเล็กน้อย ใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ด้านล่างมีสีขาวนวล

ถ้าเด็ดก้านใบจะมียางสีขาว ลักษณะใบยาวรีปลาย ใบมนโคนใบแหลม ขนาดใบยาวประมาณ 10–12 เซนติเมตร ออกดอกสีเขียวอ่อนเป็นช่อตามปลายกิ่ง ปากท่อของกลีบดอกมีขนยาวปุกปุย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงประมาณ 12-20 เมตร

ส่วนดอกของต้นตีนเป็ดมีลักษณะเป็นกลุ่มคล้ายดอกเข็ม ช่อหนึ่งจะมีกลุ่มดอกประมาณ 7 กลุ่ม ดอกมีสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นฉุน หากสูดดมเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกหอม แต่หากสูดดมมากจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ และในช่วงค่ำจะส่งกลิ่นแรงกว่าเวลาอื่น ๆ โดยปกติต้นตีนเป็ดจะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม

ขณะที่ผลของต้นตีนเป็ดจะเป็นฝักยาว ฝักคู่หรือเดี่ยว ลักษณะเป็นเส้น ๆ กลมเรียวยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร เมื่อผลแก่จะแตก มีขุยสีขาวคล้ายฝ้ายปลิวไปตามลม และในฝักมีเมล็ดเล็ก ๆ ติดอยู่กับขุยดังกล่าว

ไม้มงคลประจำจังหวัดสมุทรสาคร

ขณะเดียวกัน “สัตบรรณ” หรือต้นตีนเป็ด ถือเป็นไม้มงคลของจังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับพระราชทานพันธุ์ไม้ดังกล่าวจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดวันรณรงค์โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ ปีที่ 50 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้ เพื่อความเป็นศิริมงคลของประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จึงนำพันธุ์ไม้สัตบรรณพระราชทานมาปลูกเป็นปฐมฤกษ์ ในกิจกรรมวันปลูกต้นไม้ตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2537 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร จึงถือได้ว่าต้นสัตบรรณเป็นต้นไม้มงคลของจังหวัดสมุทรสาคร นอกจากนี้ต้นพญาสัตบรรณยังเป็นต้นไม้ประจำเขตพญาไท ในกรุงเทพมหานครอีกด้วย

ประโยชน์ของต้นตีนเป็ด

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะไม่ชอบต้นตีนเป็ดที่เท่าไรนัก แต่ต้นไม้ดังกล่าวก็มีประโยชน์เหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ เนื่องจากในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เปลือกต้นพญาสัตบรรณรักษาโรคบิด ลำไส้ติดเชื้อ และมาลาเรีย ส่วนใบใช้ในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง

ขณะที่ในประเทศอินเดียมีการนำส่วนต่าง ๆ ของต้นมาใช้เป็นพืชสมุนไพร เช่น ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคมาลาเรียในชื่อ Ayush-64 ซึ่งมีขายทั่วไป มีการนำยางสีขาวและใบรักษาแผล แผลเปื่อย และอาการปวดข้อ

ต้นตีนเป็ด

แพทย์แผนไทยเตือน สูดดมนานเสี่ยงระบบหัวใจล้มเหลว

ด้าน น.ส.มยุรี บุญส่ง แพทย์แผนไทยชำนาญการ รพ.ตราด สาขาวัดไผ่ล้อม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้นตีนเป็ดออกดอก และจะส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะในช่วงเย็นเป็นช่วงที่มีกลิ่นมากที่สุด ซึ่งต้นตีนเป็ดมีทั้งคุณและโทษ ประโยชน์คือสามารถนำเปลือกมาใช้เป็นยารักษาพิษไข้ต่าง ๆ ได้ ในขณะเดียวกัน ดอกที่ส่งกลิ่นแรงนั้น เป็นกลิ่นของไซยาไนด์ มีผลต่อระบบหัวใจโดยตรง และการหมุนเวียนของเลือดด้วย หากสูดดมนาน ๆ อาจเกิดอาการเวียนหัว หน้ามืด มีอาการตึงบริเวณท้ายทอย อาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิต เพราะระบบหัวใจอาจล้มเหลวได้

ดังนั้น จึงเตือนประชาชนว่าหากอยู่ใกล้กับต้นตีนเป็ด ควรหลีกเลี่ยงดีที่สุด ไม่แนะนำให้สูบดม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการกลิ่น และหากเกิดการเวียนหัวโดยฉับพลัน ให้ใช้ยาดม ใช้น้ำมันเหลือง ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยทาบริเวณท้ายทอย และขมับทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เลือดลมเดินได้ตามปกติ

อ.เจษ โต้ ตีนเป็ดไม่มีสารไซยาไนด์

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ เฟซบุ๊ก โต้ว่า กลิ่นของต้นตีนเป็ด ไม่ได้มีสารพิษไซยาไนด์ (cyanide) โดยระบุข้อความความว่า

“กลิ่นของต้นตีนเป็ด ไม่ได้มีสารพิษไซยาไนด์ นะครับ เรื่องนี้เคยโพสต์เตือนกันทุกปี ในช่วงฤดูที่ต้นตีนเป็ดออกดอก และส่งกลิ่นแรง ว่าเป็นข่าวปลอมข่าวมั่วที่แชร์กันมานานแล้ว

แต่วันนี้มีรายงานข่าวในสื่อ อ้างถึงแพทย์แผนไทยท่านนึง ที่บอกว่า ดอกที่ส่งกลิ่นแรง ๆ เป็นกลิ่นของไซยาไนด์ มีผลต่อระบบหัวใจโดยตรง และการหมุนเวียนของเลือดด้วย หากสูบดมนาน ๆ เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืด บริเวณท้ายทอยจะมีอาการตึง อาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ระบบหัวใจอาจล้มเหลวได้ ซึ่งก็ต้องขอแย้งอีกครั้ง ว่าเป็นแค่ข่าวปลอม ที่แชร์กันผิด ๆ ครับ”

พร้อมกันนี้ อาจารย์เจษฎาได้รีโพสต์ข้อความ ระบุว่า “ต้นพญาสัตบรรณ ไม่ได้ปล่อยสารพิษไซยาไนด์ แต่แค่กลิ่นเหม็น (หอม ?)

เรื่องมั่ว ๆ เกี่ยวกับ “ต้นพญาสัตบรรณ” หรือ “ต้นตีนเป็ด” กลับมาแชร์กันอีกแล้วครับ โดยหาว่าเป็นต้นไม้พิษ ที่กลางคืนจะปล่อยพิษ “พวกไซยาไนด์” ออกมา โดยเฉพาะในช่วงฤดูออกดอก…ไม่จริงนะครับ!! มันเป็นแค่ต้นไม้ที่ดอกส่งกลิ่นแรง ซึ่งบางคนก็ว่าเหม็น บางคนก็ว่าหอม

(อ้อ…แล้วอย่าสับสนกับ “ต้นตีนเป็ดน้ำ” ที่ยางมีพิษด้วยนะครับ)

#ต้นพญาสัตบรรณหรือต้นตีนเป็ด

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris (L.) R. Br. จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด (APOCYNACEAE) มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย เป็นไม้ยืนต้นสูงขนาดใหญ่ ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขาเป็นชั้น ๆ (เหมือนฉัตร) มีความสูงประมาณ 12-20 เมตร เปลือกต้นหนาเปราะ ผิวต้นเมื่อกรีดจะมียางสีขาว ออกดอกเป็นช่อคล้ายดอกเข็มที่ปลายกิ่งหรือส่วนยอดของลำต้น ดอกมีขาวอมเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

พญาสัตบรรณเป็นพืชที่มีฤทธิ์ทางอัลลีโลพาธี (Allelopathy) คือ สารสกัดสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของต้นคะน้า ข้าวโพด ข้าว ถั่วเขียวผิวดำ ถั่วเขียวผิวมัน และคะน้าได้ มีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากมายรวมทั้งใช้ใบพอกเพื่อดับพิษต่าง ๆ ได้ (ไม่มีรายงานถึงพิษอันตรายต่อมนุษย์) นอกจากนี้ ยังจัดเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

#ต้นตีนเป็ดน้ำหรือต้นตีนเป็ดทะเล

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cerbera odollam Gaertn. จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ดเช่นกันกับต้นพญาสัตบรรณ มีถิ่นกำเนิดในอินเดียจนถึงทางตอนใต้ของจีน ในประเทศไทยนั้นจะพบเฉพาะทางภาคใต้ เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดเล็ก ทรงร่ม เรือนยอดเป็นทรงกลมทึบ มีความสูงของต้นประมาณ 5-15 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเทา มีช่องระบายอากาศเป็นร่องยาว มีน้ำยางสีขาวข้น มักพบขึ้นตามบริเวณริมน้ำ ตามป่าชายเลน ป่าบึงน้ำจืด และป่าชายหาด ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกหลายดอก ดอกย่อยเป็นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

ต้นตีนเป็ดน้ำมีทรงพุ่มสวยงาม ผลและดอกสวย มีกลิ่นหอม จึงใช้ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาตามลานจอดรถหรือริมถนนได้ แต่ยางจากต้น ใบ ผล และเนื้อในผล มีพิษเป็นอันตราย (มีสาร Cerberoside และ Thevobioside ที่เป็นพิษต่อหัวใจ) เมล็ดมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ ที่เรียกว่า “คาร์เบอริน” (Cerberin) ซึ่งมีการนำมาใช้ในการวางยาพิษ หากได้รับในปริมาณมากก็สามารถฆ่าคนได้เลย น้ำยางหากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ (แต่พิษทั้งหมดนี้ ก็ไม่อยู่ถูกคายออกมาในอากาศ ให้คนสูดดมเข้าไปแล้วเป็นอันตราย แต่อย่างไร) จึงไม่ควรปลูกใกล้กับสนามเด็กเล่นหรือบริเวณที่มีเด็กอยู่

ต้นตีนเป็ด
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...