ภาษา Creative | หนึ่ง อัศวิน พานิชวัฒนา - Exclusive Writer
“ภาษาทั่วโลก” มีลำดับของการเรียนรู้อยู่ 4 ขั้นตอน โดยไล่ลำดับจากง่ายไปยาก คือ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียน
อันดับแรก : การฟัง
ถ้าเราฟังแล้วจับได้ว่าเขาพูดว่าอะไร เข้าใจที่มาที่ไป เริ่มเข้าใจความหมาย แล้วเราก็จะเริ่มเข้าใจภาษานั้น ๆ
อันดับที่ 2 : การพูด
หลังจากที่เราเข้าใจ เราจะมีการตอบโต้และสื่อสารกลับไปได้เบื้องต้น จะสำเนียงตรงหรือไม่ตรง ก็ไม่เป็นไร
อันดับถัดมา : การอ่าน
การอ่านจะยากเป็นลำดับที่ 3 เพราะเราจะต้องเข้าใจรายละเอียดไม่ใช่แค่สื่อสาร การสื่อสารเบื้องต้นต้องรู้จักตัวอักษรต่าง ๆ และรู้ว่าตัวอักษรนี้ทำหน้าที่อะไร เมื่อผสมกับตัวอักษรนี้จะอ่านว่าอะไร หรือบางครั้งตัวอักษรเดิมแต่อยู่คนละตำแหน่ง ทำคนละหน้าที่ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นความเข้าใจภาษาในอีกขั้นนึง
และอันดับสุดท้ายที่ยากที่สุดคือการเขียน
คุณจะต้องฟังออก พูดได้ อ่านได้ และเขียนได้ เพราะการเขียนมันไม่ใช่แค่เขียนคำสองคำ แต่จะต้องเขียนเป็นประโยคถ่ายทอดออกมาได้ สามารถสื่อสารและแสดงความรู้สึกในเชิงลึกได้
ภาษา Creative
ดังนั้น Creative ก็มีภาษาเช่นกัน โครงสร้างไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าเราเรียนรู้และเข้าใจได้ขนาดไหน ยิ่งเราเข้าใจเยอะ ศึกษาได้ดี ก็จะพลิกแพลงและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุก ๆ รูปแบบ
การฟัง คือ การดูงาน Creative ทั่วไป ดูแล้วเรารู้ไหมว่าจะสื่อสารอะไร เข้าใจ Idea ไหม ดูแล้วรู้สึกอย่างไร ซึ่งข้อนี้เป็นขั้นพื้นฐาน ถ้าเราอยากเข้าใจให้เยอะก็ดู (ฟัง) ให้เยอะ
การพูด คือ เราเริ่มวิเคราะห์และพูดถึงมันได้อย่างถูกต้อง เราเริ่มศึกษาที่มาที่ไป เข้าใจเหตุผล เริ่มอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้
การอ่าน คือ เราเริ่มสนใจลึกลงไป เราก็จะเริ่มไปติดตาม วิเคราะห์ ว่า Creative คิดงานยังไง จำแนกเป็นหมวดหมู่ เข้าใจ Tool ต่าง ๆ วางแผนกลยุทธ์ รู้หน้าที่ของสื่อ สามารถนำเสนอและอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมงานถึงออกมาเป็นแบบนี้
การเขียน คือ การลงมือทำ ถ้าเราอยากเก่งอยากเข้าใจงาน Creative แค่ดู วิเคราะห์ หาข้อมูลหรือแค่คิดขึ้นมาก็ไม่สำคัญเท่าต้องลงมือทำงานจริง เพราะการทำงานจริงจะทำให้เราได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย เจอปัญหา เรียนรู้การแก้ปัญหา ปรับความคิดไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เราพัฒนาไปได้ดีและไกลกว่า ที่สำคัญคือไม่จบแค่ทำแต่เราจะเห็นผลลัพธ์เพื่อนำมาใช้ในโอกาสถัด ๆ ไป
พูดถึงภาษา Creative ปัจจุบันนี้ มีสัมมนาและ workshop มากมายให้เลือกไปฟังซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้ทุกท่านสนใจมากกว่าการฟัง อยากให้ฝึกพูด อ่าน และเขียนด้วย เพราะในหลายครั้งเหมือนเราแค่ฟังภาษาอังกฤษออกแล้วเราคิดว่าเราเข้าใจภาษาอังกฤษ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่
เหมือนกันกับงาน Creative ที่ไม่ใช่แค่การดูแล้วจะแปลว่าเราเข้าใจ หลายครั้งจากประสบการณ์ของผม ผมเห็นคนชอบดูงาน Creative แล้วก็ชอบคิดว่าตัวเองทำได้ เหมือนว่าเราฟังเสร็จปุ๊ป เราเขียนได้เลย (ซึ่งอาจจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลกก็ได้ แต่คิดว่าคงจะมีน้อยมาก ๆ เลยแหละ) งาน Creative มันไม่ง่ายขนาดนั้น อยากให้ศึกษาเป็นขั้นตอน ก็เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องฝึกฝนหรือใช้ประสบการณ์ และสิ่งที่สำคัญคือ การลงมือทำ
ซึ่งการลงมือทำจะทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันถูกหรือผิด จะทำให้รู้ว่าเราอยู่ในระดับไหน อย่าคิดว่างาน Creative มันง่าย หรือดูแล้วคิดว่าแบบนี้ฉันก็ทำได้ ถ้าคนที่สนใจด้านนี้จริงๆ ควรจะเก่งทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ต้องดูงานเยอะ ๆ พูดคุย ศึกษา วิเคราะห์ให้เข้าใจ และทำออกมาเป็นประจำ
เพราะฉะนั้นใครก็แล้วแต่ที่กำลังสนใจงานทางด้านนี้ อย่าคิดแค่ว่าเราดูแล้วเราจะทำมันได้เลย ถ้าเราอยากจะทำเป็นอาชีพหรืออยากทำงานโฆษณา ก็ควรจะมีทักษะทั้ง 4 ด้านนี้ และอยากให้เข้าใจคนที่ทำงาน Creative เป็นอาชีพว่างานมันไม่ได้ง่ายแบบที่คุณคิด นี่แหละคือภาษาของ Creative