โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แม่ค้าข้าวแกงร้องทนายดัง ถูกสาวใต้หลอกตีสนิทอ้างขายที่ดินได้จะเเบ่งค่านายหน้าทำสูญเงินกว่า 7 แสน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2565 เวลา 11.08 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่สำนักงานทนายเกียรติคุณ ต้นยาง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นางจิรา ฮาลุชกา อายุ 53 ปี เดินทางเข้าพบทนายเกียรติคุณ ต้นยาง หลังจากเพื่อนยืมเงินไปเกือบ 700,000 บาท แล้วไม่เอาเงินมาคืน นางจิรา ฮาลุชกา (ผู้เสียหายเปิดเผยว่าเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ตนเปิดร้านขายข้าวแกง ชื่อร้านล่องใต้ ที่ตลาดเมืองใหม่สมบัติบุรี ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้มีผู้หญิง 1 คน ซื่อ สา อายุ 54 ปี เข้ามานั่งกินข้าวที่ร้านของตน ซึ่งตนกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และได้พูดคุยกัน ซึ่งหญิงคนดังกล่าวมาน

วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่สำนักงานทนายเกียรติคุณ ต้นยาง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นางจิรา ฮาลุชกา อายุ 53 ปี เดินทางเข้าพบทนายเกียรติคุณ ต้นยาง หลังจากเพื่อนยืมเงินไปเกือบ 700,000 บาท แล้วไม่เอาเงินมาคืน นางจิรา ฮาลุชกา (ผู้เสียหายเปิดเผยว่าเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ตนเปิดร้านขายข้าวแกง ชื่อร้านล่องใต้ ที่ตลาดเมืองใหม่สมบัติบุรี ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้มีผู้หญิง 1 คน ซื่อ สา อายุ 54 ปี เข้ามานั่งกินข้าวที่ร้านของตน ซึ่งตนกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และได้พูดคุยกัน ซึ่งหญิงคนดังกล่าวมานั่งกินข้าวในร้านอยู่หลายครั้ง

ต่อมานางสา ได้บอกกับตนว่า เป็นนายหน้าขายที่ให้กับกระทิงแดงจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดิน 500 กว่าไร่ และได้ขอยืมเงินตนไปเดินเรื่องซึ่งนางสา บอกกับตนว่าถ้าขายได้จะได้ค่านายหน้า 3% และจะแบ่งกับตนคนละครึ่ง และนางสา ได้อ้างถึงคนใหญ่คนโตคุณหญิงคุณนายเพื่อให้ตนหลงเชื่อ ซึ่งตนก็พอมีเงินอยู่บ้างตนก็ให้กับนางสาไป เป็นเงินสด จำนวนหนึ่ง

ต่อมานางสา ได้โทรมาหาตนบอกจะเอาเงินไปเดินเรื่องที่ดินอีกตนก็ให้ไปหลายครั้งจนเงินสดของตนหมด และตนก็ได้ไปยืมเงินเพื่อนมากับนางสา อีกจำนวน 2.5 แสนบาท แต่ก็ยังไม่พอ ตนไปยืมเงินเพื่อนอีกคนอีก 50,000 บาท แต่นางสา ก็ยังไม่พอบอกขายที่ยังไม่ได้ซึ่งตนก็อยากได้เงินที่นางสายืมไปกลับคืนมา ซึ่งในช่วงนั้นตนคิดว่าอยากได้เงินคืนอย่างเดียว ที่ตนเอาเงินให้นางสาไปเพื่อที่จะเดินเรื่องขายที่ให้จบจะได้เงินคืน แต่ก็ไม่ได้คืนชักที และนางสาก็ได้มายืมเงินกับตนเป็นประจำและตอนนี้ก็ตนไม่มีเงินสดที่จะให้แล้ว

ไหนจะค่าซื้อของสดมาทำอาหารขายในแต่ละวัน ไหนจะค่าเช่าร้าน ค่าลูกน้อง ค่าน้ำค่าไฟในแต่ละเดือนในเมื่อตนไม่มีเงินสดให้จึงนำสร้อยคอทองคำแหวนทอง แหวนเพชรที่ต้นชื้อเก็บสะสมมาเกือบทั้งชีวิต รวมแล้ว 43 รายการ ให้นางสาเอาไปจำนำ เพื่อที่จะเอาเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายเดินเรื่องขายที่ ตอนนี้ตนไม่เหลืออะไรแล้ว และนางสาก็ไม่มีเงินที่มาใช้คืน ซึ่งเงินที่ตนให้นางสายืมไปรวมทั้งของที่เอาไปจำนำ ตกอยู่ประมาณเกือบ 700,000 บาท ทุกวันนี้ ตนเหลือแต่ตั๋วจำนำ และกล่อง ที่ใส่เครื่องเพชร เอาไว้ดูต่างหน้า ทุกวันนี้เครียดมากหาทางออกไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจเดินทางเข้ามาเข้าพบทนายโป้งเพื่อให้ช่วยเหลือด้านคดี

ด้านนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง กล่าวว่า จากกรณีเบื้องต้นได้สอบถามทางผู้เสียหาย ได้ความเบื้องต้นมาว่าเกิดจากการหลอกลวง คือการเอาข้อความอันเป็นเท็จมาหลอกลวงและได้เป็นทรัพย์สินไปประมาน 600,000 - 700,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ที่เป็นทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง ให้เขาไปแล้วก็เอาไปจำนำ และได้เอาตั๋วจำนำมาให้ไว้หรือว่าเป็นการโอนเงินสด คือหลอกลวงว่าจะไปติดต่อธุรกิจซื้อขายที่ดินแล้วก็ต้องมีเงินวางมัดจำเงินค่าใช้จ่าย ถ้าได้ตรงนี้ไปแล้วจากการซื้อขายที่ดิน 3,000 ล้านบาท 3% ก็คือ 30 ล้านบาท เนี่ยจะแบ่งเงินคนละครึ่ง เสียเงินประมาน 600,000 - 700,000 บาท ก็จะได้เงินกลับคืนมา 15 ล้านบาท

ทางผู้เสียหายก็เกิดความโลภ ประกอบกับความไว้เนื้อเชื่อใจเพราะว่าเป็นคนใต้ด้วยกัน มาพูดภาษาเดียวกัน ทางผู้เสียหายก็หลงเชื่อ จึงได้มอบทรัพย์สินสิ่งของไป เบื้องต้นเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ยังไงก็ถ้ารู้ตัวว่ากระทำความผิดดังกล่าวก็ให้รีบมาเคลียร์กับทางคู่กรณี เพราะว่าเรื่องนี้เป็นคดีที่ยอมความกันได้ ตอนนี้ตนก็พยายามรวบรวมหลักฐานอีก 1-2 วัน ถ้ายังไม่ติดต่อกลับมาอีก ถ้าตนรวบรวมเอกสารพร้อมทั้งหมด ก็จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีที่ในข้อหาฉ้อโกงที่ สภ.บางบัวทอง ต่อไป

ข่าวโดย สาโรจน์ สว่าง ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัด นนทบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...