โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ดร.ปณิธาน" จี้ผู้นำไทยต้องตัดสินใจ! วิกฤตการเมืองระทึก ถ้าไม่สามารถทำเพื่อชาติได้ ทางออกสุดท้ายคืออะไร?

สยามรัฐ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.43 น.

วันที่ 19 มิ.ย.68 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn พร้อมระบุข้อความว่า…

เมื่อผู้นำที่ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แล้วเพลี่ยงพล้ำทำไม่ได้: จะทำยังไงกันดี?

1. การเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากที่สุด โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องอธิปไตย ดินแดน หรือความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน เพราะต้องอาศัยทุกอย่างที่มีในมือต่อรองกับอีกฝ่าย อย่างที่ทุกคนก็ได้เห็นได้ฟังกันแล้วในคลิปการสนทนาทางโทรศัพท์ของสองผู้นำเมื่อวานนี้

2. ก่อนการเจรจา ในระเบียบปฏิบัติประจำ (Standard Operating Precedure - SOP) ก็จะต้องมีการประชุมเตรียมการซักซ้อมความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ของคณะที่ปรึกษาหลายด้านก่อน ส่วนฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศก็จะต้องกำหนดระเบียบพิธีการทางการทูตในการเจรจา การรักษาความลับและกติกาต่าง ๆ รวมทั้งบันทึกการสนทนา และฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ก็ต้องติดตามสถานการณ์และปฎิบัติการรักษาความลับและป้องกันความลับรั่วไหล เป็นต้น

3. หากทำตาม SOP ข้างต้นแล้ว ด้วยศักยภาพของประเทศ ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญชำนาญของเจ้าหน้าที่ของเรา และยิ่งมีความสนิทสนมส่วนตัวที่ถือได้ว่าเป็นเครือญาติด้วยแล้ว นอกจากจะไม่เพลี่ยงพล้ำย่ำแย่ในการเจรจาต่อรองแล้ว น่าจะได้เปรียบในการรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วยซ้ำ

4. แต่ในความเป็นจริง ทำไมไม่เป็นไปตามระบบระเบียบและข้อกฏหมายที่มี น้อยคนที่จะทราบได้ และคงอีกนานกว่าคนนอกอย่างเรา ๆ จะเข้าใจ

แต่ที่ทราบกันแล้วก็คือ กำลังเกิดวิกฤตทางการเมืองขึ้นอย่างรวดเร็ว มีพรรคร่วมรัฐบาลลาออกไปแล้ว และก็อาจจะมีตามมาอีก รวมทั้งจะมีแรงกดดันตามมาอีกหลายด้าน ทั้งด้านกฏหมายและอื่น ๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้นำของเราคงเหลือทางออกอยู่ไม่มาก เช่น 1) ลาออกและให้คนอื่นตามบัญชีรายชื่อมาเป็นแทนในขั้วเดียวกันด้วยมติสภาฯ (ถ้าตกลงกันได้กับพรรคร่วมเดิม ๆ) 2) ข้ามขั้วไปจัดตั้งรัฐบาลใหม่กับฝ่ายค้าน (แต่ต้องยอมให้เขาเป็นผู้นำแทน) หรือ 3) ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แล้วให้ประชาชนเป็นฝ่ายตัดสินใจ

แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งด้วย ซึ่งก็คงน่าสนใจที่สุดสำหรับคนที่ต้องการอยู่ในอำนาจ คือ ไม่ออก ไม่เปลี่ยนขั้วไม่ยุบสภา แต่ขอโทษประชาชน เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำผิดพลาด และก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย (จนกว่าจะพิสูจน์ทราบ) และพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตนเอง รวมทั้งจะใช้กลไลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วในการทำงานให้ดีกว่านี้ (แต่อาจจะไม่อยู่ในแนวเดิมของตัวตน และอาจจะมีปัจจัยภายนอกกำกับอยู่)

ที่สำคัญคือ จะเพียงพอหรือไม่ และยังสามารถแก้ไขปัญหากับกัมพูชาได้ต่อไปหรืออย่างไร

5. ในระหว่างที่สถานการณ์การเมืองภายในประเทศกำลังผันแปรเช่นนี้ ทุกฝ่ายก็จะต้องระวังการรุกคืบของฝ่ายกัมพูชาและนายฮุน เซน ให้ดียิ่งขึ้น หวังว่าฝ่ายทหารและอื่น ๆ ที่ถูกระบุว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล จะไม่เสียกำลังใจ ถอดใจ หรือหมดสภาพหมดความชอบธรรมในการทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองให้ดีที่สุดในยามนี้ไปก่อน ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะแก้ปัญหาของตนเองได้ลุล่วงไปโดยเร็ว

6. สุดท้ายแล้ว ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นอย่างไร คงไม่มีใครอาจไปสอนไปสั่งได้ ตนเองเท่านั้นที่ต้องรู้ดีที่สุด เพราะคนอื่นอยู่ในฐานะผู้ตามทั้งสิ้น

แต่สิ่งที่ผู้ตามหรือคนใกล้ตัวนรม.อาจจะช่วยได้บ้างในยามนี้ ก็คือสิ่งเดียวกันที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคยทำงานกับนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายคน ได้แนะนำผมเมื่อกว่า 15 ปีก่อน ก่อนที่ผมจะไปทำงานกับนายกรัฐมนตรีว่า "อย่าไปเกรงใจนรม." ถ้าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์กับส่วนรวม ก็ให้บอกนรม.อย่างตรงไปตรงมา (ซึ่งยากที่สุดแต่ก็จะดีที่สุด) ขอขอบคุณผู้ใหญ่ท่านนั้นอีกครั้งในที่นี้ด้วยนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...