โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นสหรัฐฯไซด์เวย์-“ทรัมป์” ดันลดภาษี ตลาดกังวลภาระหนี้รบ.สหรัฐฯเพิ่ม

ทันหุ้น

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 08.17 น.

#หุ้นสหรัฐ #ทันหุ้น – บทวิเคราะห์ โดย บล.เอเซียพลัส

.

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ (DJIA -0.27%, S&P500 -0.39%, Nasdaq -0.38%) โดยตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่นักลงทุนมีความกังวลถึงสถานะการคลังและการผลักดันแผนปรับลดภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 4bps เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลถึงสถานะการคลังของสหรัฐฯ หลังมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เดินทางไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันให้ผ่านร่างกฎหมายปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

.

ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่าการปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่จะทำให้สหรัฐฯ มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก $3-$5 ล้านล้าน จากปัจจุบันที่มีภาระหนี้สินอยู่ที่ระดับ $36.2 ล้านล้าน ซึ่งเป็นเหตุให้ก่อนหน้านี้ Moody’s Rating ได้ประกาศลดอันดับเครดิตของรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับสูงสุด Aaa ลงสู่ระดับ “Aa1”
.

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR ทั้ง 1 ปี และ 5 ปีลง 10 bps สู่ระดับ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การลดอัตราดอกเบี้ย 25bps ในเดือนตุลาคม สะท้อนความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปสงค์ในประเทศและภาวะเงินฝืด ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ของรัฐหลายแห่งได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงมากถึง 25bps เพื่อลดแรงกดดันจาก NIM ก่อนหน้านี้ โดยอัตรา LPR 1 ปีส่งผลต่อสินเชื่อธุรกิจและครัวเรือน ขณะที่อัตรา 5 ปีใช้เป็นเกณฑ์สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ด้านอัตราดอกเบี้ยบ้านผ่านกองทุนที่อยู่อาศัยของรัฐถูกปรับลดลง 25bps เช่นกัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการผ่อนคลายนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นชุดใหญ่ที่รัฐบาลประกาศในต้นเดือน

.

MicroStrategy (MSTR US) +0.85% ขานรับราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ $106,000 หลัง JPMorgan อนุญาตให้ลูกค้าสามารถซื้อ Bitcoin ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า Bitcoin ได้เริ่มเข้าสู่กระแสหลักของการลงทุน การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีครั้งสำคัญของ Jamie Dimon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan ซึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin และตลาดคริปโทเคอร์เรนซีอย่างหนัก

.

Home Depot (HD US) -0.61% หลังรายได้โตตามคาด แต่กำไรลดลงและคงเป้า EPS ทั้งปีต่ำกว่าปีก่อน โดยรายได้ไตรมาส 1 ปี 2025 อยู่ที่ $3.99 หมื่นล้าน +9.4% YoY (สูงกว่าคาด 1.5%) ส่วนยอดขายสาขาเดิม (Same-store sales) หดตัว -0.3% แต่ในสหรัฐฯ ยังบวกเล็กน้อยที่ +0.2% ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้น (Adjusted Diluted EPS) อยู่ที่ $3.56 -1.9% YoY (ต่ำกว่าคาด 0.83%) นอกจากนี้ บริษัทคงเป้าทั้งปี 2025 โดยคาดยอดขายโต +2.8%, SSS +1.0%, กำไรต่อหุ้น (Adjusted Diluted EPS) จะลดลงราว -2% YoY มาอยู่ที่ประมาณ $14.84 (จาก $15.24 ในปี 2024) และ Gross margin อยู่ที่ 33.4% ขณะที่ Operating margin อยู่ที่ 13.0%

.

Trip.com (TCOM US, 9961 HK) เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ออกมาสอดคล้องกับนักวิเคราะห์คาด ด้วยแรงหนุนจากความต้องการทั้งในและต่างประเทศ ไตรมาสแรกของปี 2025 Trip.com รายงานรายได้สุทธิที่ 1.39 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น +16% YoY และ +9% QoQ สอดคล้องกับนักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยรายได้จากทุกธุรกิจหลักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดยธุรกิจที่พักที่เพิ่มขึ้น +23% YoY สะท้อนถึงความต้องการเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจจองตั๋วโดยสารเติบโต +8.4% YoY โดยมีแรงส่งจากการจองเที่ยวบินขาออก (Outbound) และเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นหลัก ด้านกำไรสุทธิต่อหุ้น แม้จะมีการปรับตัวลดลงจาก 6.00 หยวน ในไตรมาสแรกของปี 2025 เป็น 5.96 หยวน ในไตรมาสล่าสุด แต่ยังดีกว่านักวิเคราะห์คาด 5.31%

.

- ฝ่ายกลยุทธ์ฯ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ Trip .com มองบริษัทกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากบริษัท OTA ที่แข็งแกร่งในจีนสู่การเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นจากการเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศ แต่ยังรวมถึงบทบาทเชิงนโยบายในการผลักดัน Inbound travel เข้าสู่จีน โดยมีการพัฒนา Product suite ที่ตอบโจทย์นักเดินทางทั้งกลุ่มนักธุรกิจ ผู้สูงวัย และนักเดินทางรุ่นใหม่ผ่านกลยุทธ์ Content + Commerce ที่ผสมผสานความเป็น OTA กับการนำเสนอประสบการณ์เฉพาะทาง

.

- Alphabet (GOOGL US) เปิดทิศทางใหม่ในงาน Google I/O 2025 เดินหน้าใช้ AI ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในงาน Google I/O 2025บริษัทได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบในการนำ AI เข้ามาผนวกรวมกับผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Search, Android, Chrome และอุปกรณ์ใหม่ๆ อย่างแว่นตาอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาฐานผู้ใช้เดิม พร้อมกับก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตดิจิทัลในยุค Generative AI อย่างแท้จริง จุดเด่นของงานในปีนี้อยู่ที่การเปิดตัว AI Mode ใน Google Search ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบค้นหาที่ Google ครองตลาดมายาวนานกว่า 25 ปี โดย AI Mode ใช้โมเดล Gemini 2.5 เพื่อสร้างประสบการณ์ค้นหาแบบตอบโต้ เข้าใจบริบท และเชื่อมโยงข้อมูลจากผลิตภัณฑ์อื่นของ Google เช่น Gmail หรือ Docs เข้ามาในหน้าผลลัพธ์โดยตรง อีกฟีเจอร์สำคัญคือ Search Live ซึ่งต่อยอดจากโครงการ Project Astra โดยจะเปิดให้ทดลองใน Labs ฤดูร้อนนี้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้กล้องมือถือสอบถามข้อมูลจากวัตถุรอบตัวแบบเรียลไทม์ เป็นการเปิดมิติใหม่ของ Search ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่องพิมพ์คำถาม

- ฝ่ายกลยุทธ์ฯ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น Alphabet โดยมองว่าบริษัทได้แสดงศักยภาพและวิสัยทัศน์ระยะยาวอย่างชัดเจนในงาน Google I/O 2025 ที่เน้นการผสาน Generative AI เข้ากับผลิตภัณฑ์หลัก ไม่ว่าจะเป็น Search, Android, Chrome, หรือแม้กระทั่ง Smart Glasses ซึ่งตอกย้ำเป้าหมายของ Alphabet ในการวางตัวเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลก AI ในอนาคตมากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้บริการ Search แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงหลังงานจากความกังวลเรื่องการสูญเสียส่วนแบ่งตลาด Search และแรงกดดันด้านกฎหมาย แต่เรามองว่าเป็นจังหวะสะสมหุ้นในเชิงกลยุทธ์ เนื่องจาก 1) บริษัทมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ในทุกแพลตฟอร์ม และเริ่มล็อกอิน AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้ใช้อย่างแนบเนียน 2) แผน AI Ultra และ AI Pro สะท้อนความสามารถในการสร้างโมเดลรายได้ใหม่ที่ไม่พึ่งโฆษณาเพียงอย่างเดียว 3) โครงการลงทุนระยะยาว เช่น Smart Glasses, Project Astra และ Gemini ใน Chrome จะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการถูกแทนที่โดย Chatbot

.

- Tesla (TSLA US) Elon Musk ยืนยันว่า Tesla จะเริ่มทดสอบบริการ Robotaxi แบบไร้คนขับใน Austin, Texas ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน โดยจะเริ่มจากรถประมาณ 10 คันในบางเขตที่ปลอดภัยที่สุด และค่อย ๆ ขยายสู่ 1,000 คันในไม่กี่เดือนถัดไป โครงการนี้มีความสำคัญสูงมากต่ออนาคตของ Tesla หลัง Musk เปลี่ยนโฟกัสบริษัทจากการสร้าง EV ราคาถูก มาสู่การผลักดัน บริการ Robotaxi และหุ่นยนต์ Optimus ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการประเมินมูลค่าบริษัทในระยะยาว อีกทั้ง Musk ให้สัมภาษณ์ว่า “ในระยะยาว สิ่งเดียวที่สำคัญคือ Autonomy และ Optimus” พร้อมกล่าวว่าตนจะลดบทบาทในทำเนียบขาว และกลับมาโฟกัสที่ Tesla เป็นหลัก

.

- BYD (1211 HK) +2.49%หลังบริษัทลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ China Auto Rental (CAR) ณ สำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้น โดย Wang Chuanfu ประธานและซีอีโอของ BYD และ Hongfei Yu ประธาน CAR บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงลึกสำหรับแผนจัดซื้อรถยนต์ช่วงฤดูร้อนปี 2025 ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายจะผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดและตลาดรถเช่าในจีน

- ติดตามรายงานผลประกอบการฯ ในวันนี้ อาทิ Baidu (ตลาดคาดรายได้ -2% YoY และ EPS -25%), Snowflake(ตลาดคาดรายได้ +22% YoY และ EPS +52%)

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...