โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สสส.ผนึกกำลัง "สานสุขไทอีสาน" โมเดลเชื่อมประสานภาคีสุขภาวะทุกมิติ

The Better

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • THE BETTER
สสส. - ภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคอีสาน ผนึกกำลัง จ.นครพนม ‘สานสุขไทอีสาน’ขับเคลื่อนกลไกสุขภาวะเชิงพื้นที่ยกระดับการมีส่วนร่วม-พัฒนาองค์ความรู้ – เชื่อมภาคีทุกมิติ สร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

เวลา 13.30 น. ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้แผน 13 ด้านการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน และเยี่ยมชมการทำงานของภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคอีสานภายใต้โครงการสานสุขไทอีสาน โดยนพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. กล่าวว่า สสส.ได้สนับสนุนและร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพให้ทุกคนในสังคมไทยมีสุขภาพดี จากการดำเนินงานในพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีหน่วยงาน บุคคล กลุ่ม องค์กรชุมชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย ดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพหลากหลายลักษณะ การขับเคลื่อนงานในประเด็นที่หลากหลาย ตามบริบทของพื้นที่ ทำให้งานสร้างเสริมสุขภาพเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ทั้งงานเชิงประเด็น และเชิงพื้นที่ ครอบคลุมภาคอีสาน 20 จังหวัด จำนวน 342 โครงการ เกิดรูปธรรมความสำเร็จทั้งในด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีจากการกระบวนการแบบมีส่วนร่วม มีพื้นที่ตัวอย่าง บุคคลต้นแบบ เกิดเป็นชุดองค์ความรู้ที่สามารถใช้เป็นแนวความคิด และแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาวะของชุมชนสังคม

“จ.นครพนม มีการทำงานขับเคลื่อนผ่าน โครงการเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคอีสาน ‘สานสุขไทอีสาน’ มุ่งพัฒนาระบบกลไกสนับสนุน เพื่อสร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับงานสร้างเสริมสุขภาพของภาคีสุขภาวะ มีกลไกเชื่อมประสานระหว่างภาคีเครือข่ายภาคอีสาน ที่เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วม โดยมีบทบาทสำคัญในการประสานและส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันของภาคีและเครือข่ายในภูมิภาค กระตุ้นให้เกิดการยกระดับการทำงานแบบมีเป้าหมายร่วม รวมถึงสนับสนุนกิจกรรม และพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ผ่านประเด็นสุขภาวะที่สำคัญในพื้นที่ 6 ประเด็น 1. การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม 2. ผู้สูงอายุ 3. อาหารปลอดภัย 4. เด็กและเยาวชน 5. สุขภาพจิต 6. แอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด มีแนวทางการดำเนินงาน คือ 1. การพัฒนากลไกเชื่อมประสานภาคีเครือข่าย 2. การพัฒนาระบบสนับสนุน 3. การสนับสนุนพื้นที่กลางเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้” รองศาสตราจารย์นายแพทย์สรนิต กล่าว

นายประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนอาวุโส และรักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่า สํานักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ มีบทบาทเป็น ผู้สนับสนุน ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก และเสริมพลังในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของภาคีเครือข่าย เป็นตัวกลางเชื่อมประสานภาคี หนุนเสริมความเข้มแข็งให้ภาคีการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สสส. ร่วม มหาวิทยาลัยนครพนม ในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคอีสาน พัฒนากลไกเชื่อมประสานภาคีสุขภาวะในพื้นที่ภูมิภาค เพื่อเป็นกลไกกลางในการสนับสนุนภาคีเครือข่ายในภูมิภาค เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แชร์ประสบการณ์การทำงานแบบข้ามพื้นที่ ข้ามประเด็น พัฒนาระบบสนับสนุนเพื่อหนุนเสริมความเข้มแข็ง นำไปสู่ความร่วมมือกันระหว่างภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในการยกระดับการทำงานของภาคีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดรูปธรรมการบูรณาการทำงานของภาคีและยกระดับการขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ โดยการขับเคลื่อนงานโครงการกลไกเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายภาคอีสาน (สานสุข ไทอีสาน) ได้มีการสนับสนุนให้เกิดสร้างการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยน ออกแบบการทำงานร่วมกันของภาคีที่หลากหลายทั้งเชิงประเด็น เชิงพื้นที่ สนับสนุนงานวิชาการเพื่อขับเคลื่อนงาน สร้างการมีส่วนร่วมของภาคียุทธศาสตร์ หนุนเสริมศักยภาพคณะทำงาน ตลอดจนหนุนเสริมให้เกิดการยกระดับการทำงานทั้งการบูรณาการการทำงานร่วม ขยายผลงาน และสนับสนุนให้เกิดการผลักดันเชิงนโยบาย ซึ่งจะช่วยให้การขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของภาคีเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายคณิน เชื้อดวงผุย ผู้รับผิดชอบโครงการสานสุขไทอีสาน กล่าวว่า โครงการ‘สานสุขไทอีสาน’สนับสนุนการพัฒนากลไกเชื่อมประสานภาคี และระบบสนับสนุนการเชื่อมประสาน กระตุ้น ประสานและสร้างโอกาสให้เกิดเชื่อมประสาน ทุน ทรัพยากร สนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันหรือขยายงานของภาคีและเครือข่ายต่างๆ ในภูมิภาค ภายใต้องค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงของภาคีเครือข่ายภาคอีสาน ผ่าน 5 กลไกหลักในการเชื่อมประสาน ได้แก่ 1. คณะทำงานกลาง 2. คณะทำงานประเด็น 3. คณะทำงานวิชาการ 4. คณะทำงานสื่อ 5. แกนนำสุขภาวะในพื้นที่ ผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็นรองรับสังคมสูงวัยภาคอีสาน สร้างกลไกระดับเขตที่เข้าใจแนวคิดและหลักการในการเตรียมรองรับสังคมสูงวัย รวบรวมฐานข้อมูล ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System) ที่ใช้ในการ รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลเชิงพื้นที่ แหล่งเรียนรู้ และสื่อดิจิทัล สร้างชุดข้อมูลสังเคราะห์บทเรียนการดำเนินงานและนวัตกรรม 3D จนเกิดเป็นความร่วมมือเพื่อขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่เขตสุขภาพภาคอีสาน ส่วนการขับเคลื่อนประเด็นเด็กและเยาวชน เกิดการเชื่อมร้อยภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเยาวชน สร้างความร่วมมือภาคีเครือข่าย ยกระดับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...