โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

สังคมหลังความจริง: ทำไมคนถึงเชื่อข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้มากกกว่า

Amarin TV

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น.
ยุคที่อารมณ์ของคนมีอิทธิพลมากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริง ทำไมคนถึงเชื่อข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้มากกกว่า ? ถอดบทเรียน คำทำนายจากการ์ตูน “The Future I Saw”

ยุคที่อารมณ์ของแต่ละคนมีอิทธิพลมากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริง แม้ว่าเป็นวิทนยาศาสตร์ แต่คนก็ยังลังเลที่จะเชื่อ ? ทำไมคนถึงเชื่อข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้มากกกว่า ? ถอดบทเรียนจาก คำทำนายจากหนังสือการ์ตูน “The Future I Saw”

สังคมหลังความจริง : ทำไมคนถึงเชื่อข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้มากกกว่า

ศาสตราจารย์ คาซึยะ ยาโมริ จากสถาบันวิจัยการป้องกันภัยพิบัติแห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการป้องกันภัยพิบัติ

ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์และวิทยุสาธารณะของประเทศญี่ปุ่นNHK วิเคราะห์ประเด็นหลังเกิดเหตุการณ์ ผู้คนตื่นตระหนก คำทำนายจากมังงะญี่ปุ่นที่อ้างอิงจากความฝัน ถึงวันที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น 5 ก.ค. 2568

โดย ศาสตราจารย์ คาซึยะ ยาโมริ ชี้ว่า “ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วที่สถาบันสาธารณะจะออกแถลงการณ์เพื่อหักล้างข่าวลือและข้อมูลเท็จ”

ภูมิหลังของเรื่องนี้ก็คือว่า ปัจจุบันเราอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า“สังคมหลังความจริง”

“ซึ่งเป็นยุคที่สิ่งต่างๆ ที่ดึงดูดอารมณ์ของแต่ละคนจะมีอิทธิพล มากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริงเชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว”

“ยิ่งข้อมูลมีความสำคัญต่อคุณมากเท่าใด การให้คุณค่ากับความคิดเห็นที่สองและที่สามก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น”

“เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลภัยพิบัติ การตรวจสอบข้อมูลที่ถูกเปิดเผยโดยสถานีอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานในพื้นที่นั้นมีความสำคัญมาก”

“แม้ว่าข้อมูลจะอิงตามหลักฐาน แต่บางครั้งผู้คนก็ยังลังเลที่จะดำเนินการ ดังนั้น ในครั้งนี้ ฉันคิดว่าเราควรคิดว่าเหตุใดผู้คนจึงเชื่อคำทำนายดังกล่าว มากกว่าหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น”

เมื่อสังคมมีความหลากหลายมากขึ้น ความคิดที่ว่าไม่สามารถระบุความจริงเพียงหนึ่งเดียวได้ ก็เริ่มมีมากขึ้น ทัศนคติที่ว่า ‘ข้อมูลที่ได้รับจากสถาบันเฉพาะเท่านั้นที่เป็นความจริง ส่วนที่เหลือเป็นข้อมูลปลอม’ ตรรกะนี้มีแนวโน้มที่จะสร้างความไม่ไว้วางใจ

ศาสตราจารย์ คาซึยะ ยาโมริ ยังบอกอีกว่า แทนที่จะปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวและบอกว่าอย่าไปจริงจังกับมันเลย”

“เราควรเริ่มต้นด้วยการถอยกลับไปหนึ่งก้าว และวิเคราะห์ว่า เหตุใดข้อมูลที่ดูเหมือนว่าจะมีพื้นฐานอ่อนแอ จึงได้รับการยอมรับจากคนจำนวนมาก”

ภาพ : ศาสตราจารย์ คาซึยะ ยาโมริ (NHK)

หนังสือ “The Future I Saw” (อนาคตที่ฉันเห็น) มียอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่ม

“เรียว ทัตสึกิ” นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น จากเรื่อง “The Future I Saw” ดึงดูดความสนใจจากหลายๆ คนมาได้ก่อนหน้านี้ตั้งแต่การทำนายเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น ในปี 2011 ซึ่งได้เขียนไว้ในหนังสือของเขาชื่อ “The Future I Saw, Complete Edition” ที่ตีพิมพ์ในปี 2021

โดยได้บรรยายถึงความฝันที่สามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ในวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2021 ซึ่งระบุว่า

1. “ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2025”

2. “ทันใดนั้น พื้นทะเลที่อยู่กึ่งกลางระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ก็ระเบิด”

3. “คลื่นสึนามิขนาดใหญ่ซัดเข้าใส่ประเทศต่างๆ รอบมหาสมุทรแปซิฟิก คลื่นสึนามิมีความสูงเท่ากับคลื่นยักษ์ อาจสูงถึง 3 เท่าของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น”

ในบทส่งท้าย เขายังระบุวันที่ไว้ว่า “หากวันที่คุณฝัน เป็นวันที่มันกลายเป็นความจริง หายนะครั้งใหญ่ครั้งต่อไปก็คือวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2568”

หนังสือ “The Future I Saw” กำลังขายดีในญี่ปุ่น โดยมีรายงานว่าหนังสือมียอดขาย 1.06 ล้านเล่ม รวมถึงเวอร์ชันดิจิทัล ในโตเกียวและพื้นที่อื่นๆ หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาจีนอีกด้วย

ภาพโฆษณาแขวนในรถไฟ สำหรับ “The Future I Saw: Complete Edition” ของ “เรียว ทัตสึกิ” ที่โตเกียว

ภาพ : sankei

ข้อมูลอ้างอิงจาก nhk , sankei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...