โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮุน มาเนต โต้แม่ทัพภาคที่ 2 ทันควัน สั่งปิดด่านช่องสะงำมีผลทันที

PostToday

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น.

หลังจากแม่ทัพภาคที่ 2 สั่งปิดด่านพรมแดน “ช่องสายตะกู” จ.บุรีรัมย์ ชายแดนกัมพูชา ยกระดับปกป้องอธิปไตยไทย ไม่อนุญาตให้มีการเข้า-ออกเลย มีผลทันที วันที่ 21 มิ.ย. 68 เป็นต้นไปนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้ออกโพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่า

“เมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ได้รายงานต่อข้าพเจ้าว่า หน่วยทหารภาค 2 ของกองทัพไทยได้มีประกาศแจ้งว่า ฝ่ายไทยจะทำการปิดด่านชายแดนช่องสะเต็ก-จ๊อบกกี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ข้าพเจ้าได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัยในการดำเนินการปิดด่านดังกล่าวในฝั่งกัมพูชาอย่างถาวร และนอกเหนือจากด่านนี้ ข้าพเจ้าได้สั่งการให้ปิดด่านพรมแดนอีกแห่งหนึ่งคือ “ด่านช่องสะงำ” ในเขตอำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัยด้วย โดยให้แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวต่อฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการ

นับตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568 กองทัพไทยได้ดำเนินมาตรการปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียว และปรับเปลี่ยนเวลาการเปิด-ปิดด่านโดยไม่ได้หารือหรือพิจารณาผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชนของทั้งสองประเทศ

ขอยืนยันว่า กัมพูชาไม่เคยมีเจตนาในการสร้างความเดือดร้อนแก่พลเมืองทั้งของกัมพูชาและไทยที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านด่านพรมแดน หากแต่เมื่อฝ่ายกองทัพไทยยังคงใช้วิธีการเช่นนี้เพื่อสร้างแรงกดดันต่อกัมพูชา กัมพูชาก็มีความสามารถและสิทธิอันชอบธรรมที่จะตอบโต้ได้ในทันทีเช่นกัน

น่าประหลาดใจที่ผู้นำทางการเมืองของไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีของไทย ได้แสดงความปรารถนาในการเจรจาทวิภาคีเพื่อฟื้นฟูการเปิดด่านพรมแดนให้กลับสู่ภาวะปกติ แต่ในขณะเดียวกัน กองทัพไทยกลับดำเนินการปิดด่านหรือเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิดตามอำเภอใจโดยฝ่ายเดียวอย่างต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นกลยุทธ์การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับกองทัพไทยหรือไม่ เนื่องจากปรากฏว่าไม่มีข้อตกลงหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในระดับภายในของฝ่ายไทย – ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้มีการเจรจาทางการทูตเพื่อเปิดด่าน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งกลับดำเนินการปิดด่านฝ่ายเดียวอย่างไม่ประนีประนอม

สำหรับกัมพูชา เรามีความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานตั้งแต่ระดับผู้นำสูงสุดของประเทศไปจนถึงเจ้าหน้าที่ในแนวหน้า หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง หน่วยงานระดับชาติ ระดับท้องถิ่น รวมถึงกองทัพ จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด

ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดด่านพรมแดนระหว่างกัมพูชากับไทย ข้าพเจ้าขอยืนยันจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาอีกครั้งว่า ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมีการเจรจาทวิภาคี ในการเปิดด่านพรมแดน

หากฝ่ายไทยมีความตั้งใจจริงที่จะเปิดด่านพรมแดนให้กลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม สิ่งนั้นสามารถกระทำได้อย่างง่ายและรวดเร็ว โดยฝ่ายกองทัพไทยซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นปิดด่านฝ่ายเดียวตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เพียงแค่ดำเนินการเปิดด่านดังกล่าวกลับมาในรูปแบบเดียวกันตามเดิม ฝ่ายกัมพูชาจะดำเนินการเปิดด่านของตนทั้งหมดภายในไม่เกิน 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น

นี่คือทางออกที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจาใด ๆ หรือเสียเวลาในการพูดคุยเพิ่มเติม สิ่งที่จำเป็นมีเพียง “เจตจำนงที่แท้จริง” ของฝ่ายไทยในการเปิดด่านพรมแดนให้กลับสู่ภาวะปกติ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...