โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฮเปอร์มาร์เก็ต VS ซูเปอร์เซ็นเตอร์! ใครจะรุ่ง ใครจะร่วง

ThaiFranchiseCenter

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 23.16 น.

ตลาดค้าปลีกในเมืองไทยยังเป็นธุรกิจที่เติบโตแม้สภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นนัก คาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าประมาณ 4.25 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทยจะมีด้วยกัน 6 รูปแบบคือ

  • ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (Grocery Store) - ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ที่ดูแลทุกอย่างภายในร้านเองคนเดียว
  • ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store) เช่น ร้านขายเครื่องสำอาง, ร้านหนังสือ, ร้านเพ็ทช็อป, ร้านขายยา ฯลฯ
  • ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) เช่น ร้านมินิมาร์ททั่วไป, 7-Eleven
  • ห้างสรรพสินค้า (Department Store) เช่น สยามพารากอน , เซ็นทรัล , เดอะมอลล์
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) เช่น Lotus’s , Big C Extra
  • ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Discount Store, Hypermarket) เช่น Makro, Big C Hypermarket

ตัวอย่างของค้าปลีกในรูปแบบที่ 1-4 ค่อนข้างที่จะเห็นความต่างชัดเจน แต่หลายคนไม่เข้าใจว่าระหว่าง ไฮเปอร์มาร์เก็ต กับ ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่ดูเผินๆ เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่าง อาจจะพูดได้ว่า ไฮเปอร์มาร์เก็ต คือรูปแบบที่ฮิตมากในอดีตแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนเทรนด์ของซูเปอร์มาเก็ตจึงมาแรงกว่าในปัจจุบัน

ถ้าดูตามประวัติจะพบว่า ไฮเปอร์มาเก็ตเริ่มต้นในปี 2536 โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นเจ้าแรกที่เข้ามาบุกเบิกธุรกิจค้าปลีกประเภทนี้ที่สาขาแจ้งวัฒนะ ใช้ชื่อว่า “Big C Supercenter” ต่อมาใน ปี 2537 กลุ่ม CP หรือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เปิด “Lotus Supercenter” ในศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ด้วยพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร และในปี พ.ศ.2538 ห้างคาร์ฟูร์ (Carrefour) จากฝรั่งเศส ร่วมทุนกับเซ็นทรัล ตั้งบริษัท CENCAR บริหารค้าปลีกรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างเต็มตัว โดยสาขาแรกตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 3 (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นถนนรามคำแหง)

ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก็ให้ความสนใจรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตและเริ่มขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Big King กลุ่มเมอรี่คิงส์, Save Co. ของกลุ่มเมเจอร์, เมโทร,T SQUARE กลุ่มตั้งฮั่วเส็ง อมรพันธุ์, เอดิสัน, เอ็กเซล, บิ๊กเบลล์, นิวเวิลด์, อิมพีเรียล และสยามจัสโก้

แต่น่าเสียดายที่จุดอ่อนของ ไฮเปอร์มาร์เก็ตด้วยความที่มีขนาดใหญ่ทำให้การบริหารสลับซับซ้อนกว่าธุรกิจค้าปลีกทั่วไป และจำเป็นต้องบริหารต้นทุนให้ต่ำ ใช้ค่าใช้จ่ายน้อย สวนทางกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้ ไฮเปอร์มาเก็ตหลายแห่งล้มหายตายจาก หรือต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบขนาดให้เล็กลงเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

ขณะที่ซูเปอร์มาเก็ตดูท่าจะมาแรงกว่าในสังคมยุคใหม่นี้ธรรมชาติของซูเปอร์มาร์เก็ต คือเน้นขายของหลากหลาย ดังนั้นซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละที่มักจะมีพื้นที่กว้าง ๆ เน้นขาย Volume มาก ๆ ทำให้เราเห็นซูเปอร์มาเก็ตส่วนใหญ่ไปตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าก็เพราะเหตุผลในหลากหลายปัจจัย

ทั้งการเติมสินค้าที่สะดวก และเป็นการบริหารจัดการพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นซูเปอร์มาเก็ตตั้งอยู่บนพื้นที่ปกติในแหล่งใกล้ชุมชนต่างๆ ทั้งนี้ในภาพรวมของ ไฮเปอร์มาร์เก็ต VS ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พอจะสรุปความต่างให้เห็นภาพคือ

ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Hypermarket)

  • พัฒนามาจากแนวคิดของประเทศในแถบยุโรป
  • เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่รวมซูเปอร์มาร์เก็ต + ห้างสรรพสินค้าเข้าด้วยกัน
  • เน้นสินค้าราคาถูก ปริมาณมาก
  • พื้นที่กว้าง แบ่งโซนชัดเจน เช่น อาหาร, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้า
  • พื้นที่ของไฮเปอร์มาร์เก็ตจะมีขนาดกว่า 10,000 ตารางเมตร
  • การบริหารจัดการมีความซับซ้อนกว่าร้านค้าปลีกแบบอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น Makro, Big C Hypermarket

ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supercenter)

  • พัฒนาจากแนวคิดของประเทศสหรัฐอเมริกา
  • คล้ายไฮเปอร์มาร์เก็ตแต่มีความ "ไลฟ์สไตล์" มากขึ้น
  • มีทั้งสินค้าทั่วไปและบริการอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โซนความงาม
  • มีการตกแต่งให้ชวนเดิน เหมาะกับครอบครัวและการพักผ่อน
  • เป็นรูปแบบธุรกิจค้าปลีกที่ปรับให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น : Lotus´s , Big C Extra

ปัญหาที่ธุรกิจค้าปลีกไม่ว่าจะรูปแบบไหนต้องพบเจอมากที่สุดในตอนนี้คือกำลังซื้อที่ลดลงสวนทางกับต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เราจึงได้เห็นกลยุทธ์การตลาดต่างๆ ของธุรกิจค้าปลีกที่จัดมาเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากที่สุด

เรียกว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดวัดกันที่พลังในการบริหาร การวางแผนการตลาดที่ดี รวมถึงธุรกิจค้าปลีกยุคนี้ใครสายป่านยาวกว่าหนากว่าก็ได้เปรียบทำให้ค้าปลีกรายเล็กๆ แทบลืมตาอ้าปากกันไม่ได้เลยทีเดียว

------------------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...