โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งผลิตน้ำต้มใบกระท่อมปรุงรส ยึดของกลางกว่าสองพันขวด และยาต้องสงสัย

77kaoded

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.12 น. • 77Kaoded

พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย นายแพทย์ วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ร่วมกันนำหมายค้น บุกทลายแหล่งผลิตน้ำต้มใบกระท่อมปรุงรส ยึดของจำนวน 2,445 ขวด และยาบรรจุขวดแก้วสีชา ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มี 5 รายการ จำนวน 58 ชิ้น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 36 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 250,000 บาท ด้านเจ้าของอ้างตอนแรกต้มธรรมดา และผสมไซรัป คิดว่าจะไม่ผิดกฎหมายอะไร เพราะยังไม่ได้ถึงขั้นที่ผสมยาแก้ไอ ทำมาได้ประมาณสี่เดือน รายได้ดี หลังจากนั้น ตนเองจึงได้หันมาเริ่มผสมสี และใส่ยาแก้ไอ หลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งอาจจะต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย นายแพทย์ วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ภก.รังสรรค์ วงษ์บุญหนัก รอง นพ.สสจ.สมุทรปราการและเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นนำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำหมายค้น ตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 480/8 ซอยช้อยเพ็ง หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมยึดและอายัด น้ำต้มใบกระท่อมปรุงรสจำนวน 2,445 ขวด และยาบรรจุขวดแก้วสีชา ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มี 5 รายการ จำนวน 58 ชิ้น และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 36 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 250,000 บาท

โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ได้รับรายงานจากสายข่าวว่า สถานที่ข้างต้นมีการลักลอบขายผลิตภัณฑ์อาหารที่ผิดกฎหมาย จึงได้ยื่นขอหมายค้นต่อศาล แล้วเข้าทำการตรวจค้น เมื่อมาถึงพบนายโน้ต (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 29 ปี แสดงตนเป็นผู้ดูแล และนำตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้น พบผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มี 13 รายการ เป็นจำนวน 2,445 ชิ้น ผลิตภัณฑ์ยา ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มี 5 รายการ จำนวน 58 ชิ้น และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ 36 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 250,000 บาท จึงได้ตรวจยึดและอายัดไว้เป็นของกลางแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินตามกฎหมาย

พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง พอมีการปราบปรามหนักขึ้น กลุ่มผู้ค้าก็หันมาใช้การเลี่ยงเป็นน้ำผลไม้ น้ำไซรับ น้ำเชื่อมต่างๆ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ละเลยหรือปล่อยผ่าน และปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่มาตรวจค้นร้านนี้ พบว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำกระท่อมผสมหัวเชื้อของน้ำผลไม้ ถึงแม้ว่าการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ จะไม่พบเครื่องจักรในการผลิต แต่ก็มั่นใจในหลักฐาน ที่จะเอาผิดผู้ค้าได้เช่นกัน และขวดบรรจุน้ำที่พบนั้น ถือเป็นอาหารที่ไม่ได้มีการขออนุญาต หรือฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านนายแพทย์ วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทาง อย.ได้ร่วมกัน ปคบ.และ สสจ.จังหวัดสมุทรปราการ ในการร่วมกันปราบปรามในการใช้น้ำกระท่อมไปปรุงเป็นยา 4×100 จากการลงพื้นที่และตรวจพบนั้น พบว่าเป็นน้ำกระท่อมผสมในหัวเชื้อน้ำหวาน มีทั้งหมด 13 รส เป็นการผลิตอาหารที่ไม่ได้อนุญาตให้ผลิต ซึ่งของกลางที่พบ ไม่ต่ำกว่าสองพันขวดมูลค่ากว่า 200,000บาท นอกจากนั้น ยังพบยาแผนปัจจุบัน ที่เป็นการขายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน ซึ่งยาเหล่านี้เป็นยาที่เจอบ่อย ในการเอาไปเป็นส่วนผสมของยา 4 x 100 ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำแก้ไอ ยาทามาดอ และยาจำพวกยาแก้แพ้ ที่เอามาผสมเพื่อให้เกิดอาการเคลิ้มและมึนเมา ซึ่งถือว่ามีความผิด เบื้องต้นแจ้งข้อหา คือการผลิตอาหารที่ไม่อนุญาตให้ผลิต มีอัตราโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี นอกจากนั้น ยังมีความผิดในเรื่องของการจำหน่ายยาที่ไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

นายณรงค์ศักดิ์ เพชรนิล อายุ 29 ปี ผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ เผยว่า ตนเองเป็นเจ้าของร้านต้มขายน้ำกระท่อม ซึ่งก่อนหน้านี้ขายน้ำต้มใบกระท่อมธรรมดา และผสมไซรัป ตอนแรกคิดว่าจะไม่ผิดกฎหมายอะไร เพราะยังไม่ได้ถึงขั้นที่ผสมยาแก้ไอ ทำมาได้ประมาณสี่เดือน แล้วรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายเหลือประมาณ 2-3 หมื่นบาท หลังจากนั้น ตนเองจึงได้หันมาเริ่มผสมสี และใส่ยาแก้ไอ ซึ่งปกติแล้วคนในละแวกนี้จะมารับ และนำไปจำหน่ายเอง ส่วนหลังจากนี้ไป ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งอาจจะต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...