โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

NIA เปิดตัว Acceleration Program ใน 5 กลุ่ม “เกษตร - อาหาร - การแพทย์และสุขภาพ - พลังงาน - ท่องเที่ยว/ซอฟต์พาวเวอร์/สังคม” เพื่อปั้น “สตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น” เชื่อมไทยกับตลาดโลกให้เกิด Impactful Innovation ต่อประเทศไทย

Manager Online

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 10.15 น. • MGR Online

NIA เปิดตัว Acceleration Program ใน 5 กลุ่ม “เกษตร - อาหาร - การแพทย์และสุขภาพ - พลังงาน - ท่องเที่ยว/ซอฟต์พาวเวอร์/สังคม” เพื่อปั้น “สตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น” เชื่อมไทยกับตลาดโลกให้เกิด Impactful Innovation ต่อประเทศไทย คนไทย สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษหัวข้อ “Future Forward: Thailand’s Startup Ecosystem Outlook 2025” ในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัปทั้งหมด 2,100 ราย มีอัตราเติบโตสะสมจากปี 2564 – 2567 เพิ่มถึง 3.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ สตาร์ตอัประดับ Seed หรือสตาร์ตอัปในระยะเริ่มต้นของธุรกิจมีอัตราการเติบโตถึง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 กับปี 2567 โดยสตาร์ตอัประดับ Seed คือกลุ่มเป้าหมายที่ NIA และหน่วยงานภาครัฐจะต้องเข้าไปช่วยผลักดันให้มีการเติบโตมากขึ้นเพื่อก้าวสู่การเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของประเทศ

ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัปในระดับยูนิคอร์นเพียง 3 ราย ได้แก่ FLASH Express, Ascend Money และ LINE MAN Wongnai ซึ่งยังถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา สวีเดน จีน อินเดีย หรือแม้แต่อินโดนีเซียในภูมิภาคอาเซียน

“การเพิ่มขึ้นของยูนิคอร์นเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่จะให้ยูนิคอร์นเกิดขึ้นเองคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มยูนิคอร์น จะเพิ่มอย่างไร สิ่งแรกคือต้องมีตลาดให้ใหญ่ขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ NIA จึงมองว่าการปั้นสตาร์ตอัปให้มีความเชื่อมโยงกับตลาดใหญ่จะต้องใช้ Acceleration Program หรือโปรแกรมเร่งการเติบโตของธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตลาดต่างประเทศให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.กริชผกา กล่าว

ผอ. NIA กล่าวอีกว่า Acceleration Program ที่ NIA จะดำเนินการในปีนี้จะแตกต่างจากที่ผ่านๆ มา ซึ่งเดิมเป็นเพียงการบ่มเพาะความรู้ แต่ ปีนี้จะมี “เม็ดเงินสนับสนุน” เพื่อให้สตาร์ตอัปสามารถนำไปลงทุนหรือขยายธุรกิจได้จริง โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ AGROWTH สำหรับสตาร์ตอัปด้านเกษตร กลุ่มที่สอง Thai Kitchen – สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มที่สาม SpearH – สำหรับธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ กลุ่มที่สี่ CLIMATE X – สำหรับพลังงานและสิ่งแวดล้อม และกลุ่มที่ห้า Social Impact – สำหรับสตาร์ตอัปด้านการท่องเที่ยว ซอฟต์พาวเวอร์ และสังคม

“ถามว่าเราทำ Acceleration Program ทั้ง 5 กลุ่มเพื่ออะไร ตอบว่าเพื่อให้เกิด Impactful Innovation หรือนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างชัดเจนต่อผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทย เราต้องเคลมให้ได้ว่ามีผู้ประกอบการเกิดขึ้นกี่ราย มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนมีการขยายตัวต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เราทำเพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย เพื่อผู้ประกอบการไทยที่เราดูแล และเพื่อให้ภาพอัตลักษณ์นวัตกรรมของคนไทยเกิดขึ้นได้ในเวทีโลก” ดร.กริชผกา ระบุ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...