โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สามีโดดขึ้นกระบะช่วยภรรยาท้องถูกแก๊งเชิดรถ-เงิน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 01.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สมุทรปราการ 28 พ.ค. – ชายวัย 27 ปี เข้าร้องทุกข์ หลังถูกแก๊งขายรถผ่านออนไลน์ หลอกโอนเงิน ก่อนขับรถที่มีภรรยาท้อง 8 เดือน นั่งอยู่ หลบหนี โชคดีกระโดดขึ้นรถช่วยภรรยาทัน

กล้องวงจรปิด ภายในปั๊มน้ำมันในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ บันทึกภาพขณะคนร้าย 2 คน สวมเสื้อสีเหลืองและดำ อาศัยจังหวะเผลอ ขับรถกระบะที่มีภรรยาผู้เสียหายท้อง 8 เดือน ออกไป ก่อนที่ตัวผู้เสียหายจะรีบวิ่งออกมาจากร้าน กระโดดขึ้นท้ายกระบะทันที

ต่อมา นายมานพ (ผู้เสียหาย) ได้นำหลักฐานมาร้องทุกข์กับมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โดยเล่าว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ทักเฟซบุ๊กติดต่อขอซื้อรถหลุดจำนำ โดยขอซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นร็อคโค่ แบบแคป สีเขียว ในราคา 640,000 บาท โดยนายแบงค์ ได้ส่งเอกสารหลักฐานการจำนำและชื่อเจ้าของรถให้กับตนเองดู พร้อมทั้งบอกว่า “ถ้าชอบและถูกใจให้โอนเงินมัดจำ 7,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 627,000 บาท ให้โอนในวันรับรถ ส่วนอีก 13,000 บาท เป็นค่านายหน้า”

ต่อมา วันที่ 23 พ.ค. ตนพร้อมด้วยภรรยา ซึ่งท้องแก่ 8 เดือน นัดส่งมอบรถกับนายแบงค์ บริเวณหน้าร้านกาแฟ ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย ได้มีนายสันติ นายทนงศักดิ์ และชายอีก 1 คน คาดว่าน่าจะเป็นนายแบงค์ นำรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งมอบให้กับตนเอง พร้อมทั้งบอกให้โอนเงินส่วนที่เหลือ 627,000 บาท ภรรยาของตนเองจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว พร้อมทั้งขึ้นไปนั่งบริเวณเบาะหน้ารถยนต์คันที่ตกลงซื้อ หลังโอนเงินเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่า นายสันติ ได้ตะโกนใส่ตนว่า “มึงโอนให้ใคร กูไม่รู้จัก” ก่อนจะรีบขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์ ขับออกไปทันที ทั้งที่ภรรยาของตนนั่งอยู่ในรถ ส่วนนายทนงศักดิ์ และนายแบงค์ ได้แยกย้ายกันหลบหนี หลังได้เงินไปแล้ว

ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกระโดดขึ้นท้ายรถปิกอัพ ก่อนใช้มือต่อยกระจกจนแตก แล้วมุดเข้าไปในห้องโดยสาร พร้อมทั้งตะโกนให้นายสันติหยุดรถ ก่อนที่นายสันติจะเปิดประตูและวิ่งหนีหายไป ตนพยายามตะโกนขอให้ชาวบ้านแถวนั้นช่วยโทรแจ้งตำรวจก่อนจะมีพลเมืองดีให้ซ้อนท้าย รถ จยย. เพื่อติดตามตัวนายสันติกับพวก

จนกระทั่ง นายสันติกับนายทนงศักดิ์ กลับมาที่รถ โดยมีตำรวจสายตรวจ สภ.บางพลี มาที่เกิดเหตุและนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน โดยตำรวจบอกว่า นายสันติกับนายทนงศักดิ์ เป็นผู้เสียหายและเป็นเจ้าของรถ ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ตนเองรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางมาพร้อมกับภรรยา เพื่อมาร้องมูลนิธิเพราะตนเองรู้สึกว่าตำรวจไม่ให้ความเป็นธรรม

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 สองสามีภรรยา เดินทางมาพบกับพันตำรวจเอก ไพโรจน์ เพชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี เพื่อติดตามความคืบหน้าและร้องทุกข์ ยื่นพยานหลักฐาน เช่น คลิปวงจรปิด แชต และสลิปโอนเงิน แจ้งความข้อหาเพิ่มเติม ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน และกักขังหน่วงเหนี่ยว และขอเปลี่ยนพนักสอบสวนที่ทำคดีนี้ เนื่องจากพบว่าโพสต์ข่มขู่ผู้เสียหายในเพจข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...