โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาเศรษฐีเทคเลิกพูดเรื่องการเมือง หันมาทุ่มเทกับวิทยาศาสตร์ - เอไอ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.40 น.

ในปี 2015 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานบริหารเมตา และภรรยาของเขา ดร.พริสซิลลา ชาน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงลูกสาวแรกเกิด พร้อมประกาศสร้าง Chan Zuckerberg Initiative (CZI) เพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

เป้าหมายในตอนนั้นไม่เล็กเลย ทั้งปฏิรูปการศึกษา ยกระดับความเท่าเทียม มีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะ และท้ายที่สุดคือการรักษาโรคทุกชนิดในศตวรรษนี้ แต่ในปี 2024 เป้าหมาย 3 ใน 4 ข้อแรก ถูกยกเลิกไปแล้วอย่างเงียบๆ เหลือไว้เพียงข้อสุดท้าย ‘วิทยาศาสตร์’

หลังจากเดินหน้าผลักดันโครงการเพื่อสังคมในหลากหลายด้านมานานกว่า 8 ปีCZI ได้ประกาศเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ โดยหันมาโฟกัสด้าน วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ เพียงด้านเดียว พร้อมประกาศตัวเป็น Science-first Philanthropy อย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสแรงกดดันทางการเมือง และการทบทวนบทบาทองค์กรการกุศลในยุคหลัง Facebook เผชิญข้อวิจารณ์รุนแรงในประเด็นบทบาทของแพลตฟอร์มต่อสังคมสหรัฐ

ลดบทบาทเพื่อสังคม เพิ่มน้ำหนักเพื่อชีววิทยา

สำนักข่าว The New York Times เขียนรายงานฉบับนี้ไว้ว่า ซักเคอร์เบิร์ก เคยให้คำมั่นว่าจะใช้ทรัพย์สินจากธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์ และส่งเสริมความเท่าเทียม

โดยช่วงแรกองค์กรเน้นสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา ความหลากหลาย (Diversity, Equity, Inclusion: DEI) นโยบายท้องถิ่น และโรงเรียนเพื่อเด็กด้อยโอกาสใน Bay Area แต่ในปี 2023 งบประมาณกว่า 69% ขององค์กรถูกจัดสรรเพื่อโครงการด้านวิทยาศาสตร์ เพิ่มขึ้นจากเพียง 29% เมื่อปี 2019 ขณะที่งบด้านการศึกษาเหลือเพียง 12% และโครงการด้านที่อยู่อาศัยถูกยุติทั้งหมด

ดร.ชาน ย้ำว่า องค์กรยังยึดมั่นในพันธกิจ แต่ก็ยอมรับว่า จะลดการใช้คำเหล่านี้ในเชิงสัญลักษณ์ลง ขณะที่ซักเคอร์เบิร์กกล่าวตรงๆ ว่า “เราจะจ้างคนที่เก่งที่สุด ไม่ว่าจะมีแบ็กกราวด์แบบใด”

ภายในองค์กรเองมีการเลิกจ้างหรือโยกย้ายบุคลากรที่รับผิดชอบด้านความหลากหลาย พร้อมทั้งลบข้อความสนับสนุนความหลากหลายออกจากเว็บไซต์ ภายหลังการประชุมภายในที่ผู้บริหารระดับสูงกล่าวถึงการเปลี่ยนจุดยืนต่อแนวทางการสรรหาบุคลากรโดยอิงความสามารถ (merit-based) เป็นหลัก

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ CZI คือ การสร้างความผิดหวังอย่างมากให้กับเครือข่ายภาคประชาชนที่เคยได้รับการสนับสนุนและร่วมงานกับองค์กรนี้มาก่อน

“พวกเขาไม่ได้ถอนตัวแบบทันทีทันใด แต่เป็นการถอยออกทีละนิด จนสุดท้ายแทบไม่เหลืออะไรให้สนับสนุน เหมือนกับความตายจากบาดแผลพันแผล (death by a thousand cuts) ที่ค่อยๆ ทำลายองค์กรและความหวังของผู้ที่เคยพึ่งพิง” แคทเธอรีน เบรซี ซีอีโอของ TechEquity ซึ่งเคยได้รับทุนสนับสนุนกว่า 2 ล้านดอลลาร์จาก CZI กล่าว

แหล่งข่าวใกล้ชิด CZI เปิดเผยว่า หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญของการเปลี่ยนทิศทางคือ ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มทุนของการลงทุนด้านการเมืองและการศึกษา

ตลอดจนแรงกดดันจากฝั่งอนุรักษ์นิยมในสหรัฐ หลัง CZI บริจาคเงินกว่า 400 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิจารณ์ว่าเป็นการใช้เงินซื้ออิทธิพลในชื่อที่สื่อฝ่ายขวาเรียกว่า Zuckerbucks (ข้อครหาว่าซื้ออิทธิพลการเลือกตั้งปี 2020) และเมื่อ Facebook ถูกโยงกับการปลุกปั่นความเกลียดชังในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ CZI ก็ถูกลากไปเป็นเป้าโจมตีตามไปด้วย

นับจากนั้นเป็นต้นมา ซักเคอร์เบิร์กและชานค่อยๆ ลดบทบาทด้านสังคมการเมืองอย่างเงียบๆ แล้วหันเข้าสู่สิ่งที่ควบคุมได้ เช่น เอไอ, โมเลกุล และการวิจัยแบบล้ำยุค

โดยเฉพาะ ดร.ชาน ซึ่งเคยมีบทบาทเด่นในการสนับสนุนองค์กรเพื่อความยุติธรรมทางสังคม ก็เริ่มถอนตัวจากบอร์ดบริหารหลายแห่ง รวมถึงการปิดโรงเรียน Primary School ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อเด็กในครอบครัวยากจน

รายงานยังชี้ว่า ภายในปี 2022 โครงการ CZI เริ่มพิจารณาลดค่าใช้จ่ายหลังธุรกิจ Meta ประสบปัญหาราคาหุ้นตกต่ำ เธอเริ่มตั้งคำถามกับค่าใช้จ่ายภายในองค์กร

CZI ยุคใหม่กำลังทุ่มทรัพยากรไปยังจุดตัดระหว่างชีววิทยา และปัญญาประดิษฐ์ โดยมีโครงการหลักคือ Biohub ที่เชิญนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากมหาวิทยาลัยมาร่วมมือเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น การเข้าใจระบบเซลล์ของมนุษย์แบบครบถ้วน หรือการพัฒนาเครื่องมือเอไอสำหรับการวินิจฉัยโรค

ดร.ชาน ให้สัมภาษณ์ในจดหมายภายในว่า “เราได้เรียนรู้ว่าจุดไหนคือพื้นที่ที่เราสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด” และ CZI จะยังคงลงทุนในโครงการด้านการศึกษาและชุมชนในระดับที่ “เหมาะสม” แม้จะไม่ใช่แกนหลักอีกต่อไป

บทสรุป: ถอยเพื่อรุก หรือยอมจำนนทางการเมือง?

ในสายตาของหลายฝ่าย การเปลี่ยนแปลงของ CZI อาจเป็นเพียงกระบวนการโฟกัสเป้าหมายที่มีศักยภาพจริง เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ และการวิจัยระดับลึก แต่สำหรับนักเคลื่อนไหว และพันธมิตรเก่า การถอยห่างจากภารกิจที่เคยเป็นรากฐานขององค์กร กลับสร้างความผิดหวัง

กรณีของ CZI สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกใน ‘ยุคทุนนิยมการกุศล’ (Philanthrocapitalism) คือ เมื่อกลุ่มทุนคิดว่าความเหลื่อมล้ำซับซ้อนเกินไป แก้ไม่ได้ง่ายๆ และทำให้เขาถูกเกลียด พวกเขาจึงหันไปลงทุนกับเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ และเอไอแทน

อ้างอิง: Tech Policy และ The New York Times

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...