โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิธรรม ลั่นมหาดไทยไร้สิงห์น้ำเงิน รวมเป็นหนึ่งแก้ปัญหาประเทศ

PostToday

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.08 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.45 น.

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ เป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อวางแนวทางและนโยบายการทำงานมีผู้บริหารระดับสูง ปลัดกระทรวง รองปลัด ผู้ตรวจราชการ อธิบดี ที่ปรึกษา หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง 15 จังหวัดเข้าร่วมประชุม

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงาน กำนัน และผู้ใหญ่บ้านได้รับฟังอย่างทั่วถึง

ย้ำ! ไม่มี “สิงห์ดำ-สิงห์แดง” มีแต่ “สิงห์มหาดไทย”

ในการประชุมครั้งนี้ นายภูมิธรรมได้กล่าวถึงหลักการสำคัญในการทำงานว่า "วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ได้เข้ามารับฟังข้อสรุปเบื้องต้นของการทำงานที่ผ่านมา ยินดีและขอบคุณที่ให้การต้อนรับ หวังว่าการทำงานต่อไปข้างหน้าของเราจะร่วมมือกันทุกส่วน เพื่อทำให้มหาดไทยเป็นหนึ่งเดียวในการที่จะแก้ไขขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล สามารถทำให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤต"

นายภูมิธรรม ยังเน้นย้ำถึงความเป็นปึกแผ่นของบุคลากรกระทรวงมหาดไทย โดยระบุอย่างชัดเจนว่า "อีกเรื่องหนึ่งผมอยากเห็นความเป็นปึกแผ่นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่นี่ไม่มีสิงห์แดง สิงห์ดำ สิงห์ขาว สิงห์เขียว สิงห์ทอง สิงห์น้ำเงินไม่มี มีแต่สิงห์ของมหาดไทย ผมไม่นิยมสนับสนุนให้เล่นพรรคเล่นพวก ผมต้องการคนมีความสามารถ ถ้ามีความสามารถก็ทำงานพิสูจน์ตัวเองได้เลย ผมยินดีทั้งนั้น จุดสำคัญที่สุดคือจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร" โดยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะให้การทำงานในกระทรวงมหาดไทยยึดถือความสามารถเป็นหลัก ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก

ฮึ่ม! ข้าราชการใกล้เกษียณ “เกียร์ว่าง” รับไม่ได้

นายภูมิธรรมยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยชี้ชัดว่า "ที่ผ่านมาต้องมาดูว่าอะไรที่เป็นเรื่องนโยบายก็ต้องดำเนินการ เป็นเรื่องชัดเจน ตนคิดว่าหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้านโยบายออกมาแล้วไม่ขยับ ไม่เข้มข้น ไม่ดำเนินการเป็นสิ่งที่ตนรับไม่ได้"

พร้อมกันนี้ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังข้าราชการที่ทำงานไม่เต็มที่ โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้เกษียณอายุราชการว่า "ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่ยังนิ่งเฉย ทำไม่เต็มหน่วย หรือใกล้จะเกษียณแล้วไม่ทำอะไรเลย ถ้าไม่มีปัญหาสำคัญไม่เป็นไร ถ้ามีปัญหาสำคัญต้องจัดการให้จบ ตนยังอยากเห็นกระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขวิกฤติของพี่น้องประชาชน"

ประกาศ “ซีล สต๊อป เซฟ” ยาเสพติดทั่วประเทศ “เรือธง” อันดับหนึ่ง

ปัญหา ยาเสพติด ถูกยกให้เป็น“เรือธง” อันดับหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งดำเนินการให้เห็นผล นายภูมิธรรมกล่าวว่า"ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตชีวิต ยาเสพติด โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดเป็นเรือธงอันดับหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยต้องเห็นผล อย่างน้อยต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงความคืบหน้าในช่วงที่ตนมา" โดยเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ตนได้เริ่มแก้ไขปัญหายาเสพติดในโครงการ “ซีล สต๊อป เซฟ” ใน 14 จังหวัด และจะขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องการเห็นความจริงจังจากภาครัฐ

นายภูมิธรรมยังได้กล่าวถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ระบุว่าชาวบ้านรู้ว่าใครค้ายาเสพติดในพื้นที่ และมีการสมคบคิดกับเจ้าหน้าที่รัฐในบางกรณี “เขาบอกว่าชาวบ้านในหมู่บ้านรู้หมดว่าใครขาย เขามาถามตนว่ารัฐบาลเอาจริงหรือเปล่า เขาบอกว่ารู้หมดว่าหมู่บ้านนี้ใครขาย ใครเป็นแหล่งกระจาย ใครสมคบกับข้าราชการ ดังนั้น วันนี้ต้องหยุด ประชาชนพูดกับตนว่านายอำเภอ ผู้กำกับ ผู้ว่าฯ ผู้การไม่ค่อยรู้ ชาวบ้านพูดกับตนแบบนี้ ตนก็จะมาตรวจสอบดูเพราะมันเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเป็นคนควบคุมในจังหวัดทั้งหมด ผู้การจังหวัดเป็นอีกเรื่องที่ต้องควรรู้ โดยภาพรวมที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เริ่มต้นสำหรับมหาดไทยถือเป็นเรือธงสำคัญที่จะต้องดำเนินการให้ได้”

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด นายภูมิธรรมจะทำงานร่วมกับศูนย์ยาเสพติดของ ป.ป.ส. ทหาร และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประชุมบูรณาการร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ และในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ตนรับผิดชอบดูแลตำรวจ กลาโหม ยุติธรรม และหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมด จึงมั่นใจว่าเมื่อกลไกทั้งหมดมารวมกันภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย การทำงานจะมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น

ปราบปรามผู้อิทธิพล อาชญากรข้ามชาติ และนำนโยบายรัฐบาลสู่รูปธรรม

นอกจากยาเสพติดแล้ว นายภูมิธรรมยังให้ความสำคัญกับการปราบปราม ผู้อิทธิพล อาชญากรข้ามชาติ และ ภัยร้ายแรงต่างๆ ที่นับวันยิ่งมีลักษณะข้ามชาติมากขึ้น โดยกล่าวว่า "ขณะนี้จากการรวบรวมข้อมูลชั้นต้น เรารู้หมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนสำคัญ เราสืบสาวไปได้หมด บัญชีม้าที่เกิดขึ้น ผ่านใครไปบ้าง" พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไกของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ที่ตนดูแลอยู่ เพื่อสืบสาวเส้นทางการเงิน และเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีการทยอยเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องให้เห็น

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อ้างถึงพระบรมราโชวาทที่มอบให้กับรัฐมนตรีทุกคนว่า "พระองค์ท่านพูดชัดเจนว่าให้มาช่วยกู้ภัยพิบัติ จัดการวิกฤต ดูแลทุกข์สุขของประชาชน

ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เราได้รับพระราชทานมอบภารกิจให้เราพยายามทำสิ่งเหล่านี้" พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยนำนโยบายของรัฐบาลไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

"ผมอยากเน้นย้ำภารกิจที่สำคัญต้องสอดคล้องกับรัฐบาล วันนี้ผมยังไม่ค่อยเห็นว่าเอานโยบายรัฐบาลมาทำให้ทะลุและสำเร็จจนเป็นรูปธรรม ดังนั้น หน่วยงานต่างๆ ต้องนำนโยบายมาขับเคลื่อนให้สำเร็จ เรามีเวลาทำไม่ได้มาก ฉะนั้นเราต้องทำตรงนี้ให้เต็มที่"

นายภูมิธรรมได้กล่าวสรุปปิดท้ายว่า “ความมั่นคงของประชาชน คือความมั่นคงของรัฐ ฉะนั้น มหาดไทยจะต้องเป็นแกนกลางในการทำงานทุกมาตรการ ความมั่นคงของประชาชนก็คือความมั่นคงในทุกมิติ ไม่ใช่หมายรวมเฉพาะเรื่องทหาร ตำรวจ การบำบัดทุกข์บำรุงสุขเป็นสิ่งรวมกัน” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมของกระทรวงมหาดไทยในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนในทุกด้าน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...