รมว. คลังผุดแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” ได้ส่วนลดภาษี หวังกระตุ้นตลาดกระบะ
รมว. คลัง ผุดแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” ให้นำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่โดยให้ส่วนลดทางภาษี เน้นรถกระบะ เตรียมชงโครงการคุณสู้เราช่วย เฟส 2 เข้าครม. ภายใน 2 สัปดาห์
23 มิ.ย. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยปรับลดลงมาเล็กน้อย เนื่องจากมีการออกมาตรการแก้หนี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างปรับเกณฑ์โครงการคุณสู้เราช่วย หรือ คุณสู้เราช่วย เฟส 2
โดยจะขยายเกณฑ์เพื่อให้ลูกหนี้เข้าร่วมมาตรการได้มากขึ้น เช่นมาตรการ “จ่าย ปิด จบ” จากเดิมที่กำหนดหนี้เสียไม่เกิน 5,000 บาท ปรับเป็น หนี้เสียแบบไม่มีหลักประกันภาระหนี้ไม่เกิน 10,000 บาท ต่อบัญชี โดยคาดว่าจะเสนอ โครงการคุณสู้เราช่วย เฟส 2 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2 สัปดาห์
“ปัจจุบันหนี้เสียหรือ NPL ในระบบอยู่ที่ 1.22 ล้านล้านบาท โดยเป็นส่วนที่ต่ำกว่า 1 แสนบาทประมาณ 65-66% หรือคนที่เป็น NPL รวมมีอยู่ 5 ล้านกว่าบัญชี เป็นหนี้ที่ต่ำกว่า 1 แสนบาทประมาณ 3 ล้านบัญชี ดังนั้นถ้าเราแก้หนี้ต่ำกว่า 1 แสนได้หนี้ตรงนี้ก็จะลดลง”
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างหาแนวทางที่ทำให้ลูกหนี้ที่หลุดจากการเป็นหนี้เสียแล้วหลุดจากประวัติของเครดิตบูโรด้วยเพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้
ขณะที่ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการ Non-Bank ทั้งผู้ประกอบการบัตรเครดิต และ สินเชื่อรถยนต์ เพื่อให้ร่วมทำมาตรการแก้หนี้และลดหนี้ครัวเรือนด้วย
“ถ้าเราจะทำเรื่องนี้ก็ต้องรอให้คุณสู้เราช่วยผ่านไปก่อนระดับหนึ่ง จะได้วางมาตรการใหม่ ผมเข้าใจว่า Non-Bank ก็ได้สำรองหนี้เสียส่วนนี้ไปแล้ว”
ขณะที่ยังมีแนวคิดในการทำโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อช่วยให้รถกระบะใหม่ขายได้มากขึ้น โดยจะให้นำรถกระบะเก่าอายุ 20-25 ปี นำมาแลกรถคันใหม่โดยจะให้เงื่อนไขทางภาษีพร้อมกับใช้กลไกการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (บสย.) ด้วย
“แนวคิดคือให้นำรถเก่ามาแลก แล้วก็จะลดภาษีรถใหม่ให้”
สำหรับการมอบนโยบายให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในวันนี้ นายพิชัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธอส. ได้เดินหน้าแก้ไขหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะในส่วนของหนี้ค้างชำระ 1-3 เดือน หรือ SM เพื่อไม่ให้ขยับลงเป็นหนี้เสียหรือ NPL ขณะที่ ธอส. ได้เข้าไปรุกตลาดสินเชื่อบ้านระดับสูงมากว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อทำให้สถาบันการเงินอื่นๆ ลงมาแข่งขันด้วยเนื่องจากประชาชนมีทางเลือกในการขอสินเชื่อมากขึ้น