“พืชกระท่อมตรัง” ผ่านมาตรฐาน EU ส่งออกยุโรป-สาธารณรัฐเช็ก ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจใหม่
ตรัง พืชกระท่อมตรังสายพันธุ์ก้านเขียวหางกั้ง จากแปลงเกษตรมาตรฐาน EU ใน อ.สิเกา จ.ตรัง ส่งตรงตลาดยุโรปผ่าน MOU กับสาธารณรัฐเช็ก ยกระดับจากพืชพื้นบ้านสู่พืชเศรษฐกิจโลก เกษตรกรปลื้ม รายได้ดีทั้งเจ้าของสวนและแรงงานท้องถิ่น
นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกอบต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง พาผู้สื่อข่าวชมต้นกระท่อม สายพันธุ์ “ก้านเขียวหางกั้ง” ขนาดใหญ่ เกิน 1 คนโอบ อายุกว่า 50 ปี ซึ่งยืนต้นสูงคณะหง่าน เห็นได้ชัด ซึ่งต้นกระท่อมดังกล่าวเป็นต้นแม่พันธุ์ที่ได้ได้ทำการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน และ นางกัญญา ถ่ายย้วน ภรรยา เก็บเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์ โดยไม่ต้องต้นพันธุ์จากที่อื่น เพื่อรักษาความแท้ของสายพันธุ์ก้านเขียวหางกั้ง ที่ใบหนา น้ำหนักดี สีเขียวเข้ม และได้นำต้นพันธุ์ที่เพาะไปปลูกในแปลง ตอนนี้มีอายุได้ 3 ปี ให้ผลผลิตและสามารถเก็บผลผลิต นำไปตากแห้งส่งขายให้แก่สมาคมการค้าสมุนไพรและกระท่อมไทย
โดยนายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกอบต.กะลาเส บอกว่า แปลงของตนได้ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานจากสมาคมฯ และผ่านการรับรองแปลงผลิต หรือ GAP จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว ได้มาตรฐาน EU ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ใช้แร่ภูเขาไฟ และน้ำหมักจุลินทรีย์ช่วยไล่แมลง ซึ่งเป็นสูตรที่ทางสมาคมฯทำข้อตกลงกับอียูไว้ และเป็นมาตรฐานที่ทำให้สามารถส่งตลาด EU ได้ และได้นำตัวอย่างใบไปตรวจหาสารไมทราไจนีนจาก 2 แหล่ง คือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสมาคมการค้าสมุนไพรและกระท่อมไทยก็นำไปตรวจ พบว่ามีค่าสารไมทราไจนีน 1.63 จึงสามารถเก็บส่งขายให้กับสมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนรับซื้อจากเกษตรกร ส่งไปขายที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งจะเป็นฮับกระจายสินค้าพืชกระท่อมในประเทศอียู คาดว่าน่าจะทำให้ยกระดับกระท่อมไทยได้อีกระดับหนึ่งสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจ
โดยตอนนี้ EU ทำข้อตกลงไว้รับซื้อเดือนละ 70 – 80 ตันแห้ง ต้องบดผงแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ของไทย ซึ่งของตน 2 แปลง เนื้อที่รวม 17 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละประมาณ 2,000 -2,500 กิโลกรัมสด จากนั้นนำไปสับและตากแห้ง ซึ่งอัตราส่วน 3 กิโลกรัมสด จะได้เท่ากับ 1กิโลกรัมแห้ง ดังนั้น 2,500 กิโลกรัมสด ตนจะได้ประมาณ 800 กิโลกรัมแห้ง โดยEU รับซื้อตามค่าของสารไมทราไจนีน ซึ่งหากค่าสารไมทราไจนีน 1.63 ราคาขายจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาทแห้ง ถ้าเป็นใบสดกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะเป็นแค่ใบไม้ แต่เราต้องดูแลอย่างดีให้ได้มาตรฐานตามที่อียูกำหนด ถือว่าเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรของพี่น้องเกษตรกรในประเทศได้เป็นอย่างดี
ส่วนลูกจ้างที่มาเก็บใบกระท่อม จะได้กก.ละ 15 บาท บางรายเก็บได้วันละกว่า 300 บาท บางรายได้วันละ 500 บาท ซึ่งทุกคนก็ดีใจมีรายได้ทุกวัน เพราะทั้งหมดเป็นลูกจ้างของสวน ทำอาชีพเก็บปาล์มน้ำมัน และเก็บพืชกระท่อม ทำให้มีรายได้ทุกวัน