โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“พืชกระท่อมตรัง” ผ่านมาตรฐาน EU ส่งออกยุโรป-สาธารณรัฐเช็ก ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจใหม่

77kaoded

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 21.12 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.43 น. • 77Kaoded

ตรัง พืชกระท่อมตรังสายพันธุ์ก้านเขียวหางกั้ง จากแปลงเกษตรมาตรฐาน EU ใน อ.สิเกา จ.ตรัง ส่งตรงตลาดยุโรปผ่าน MOU กับสาธารณรัฐเช็ก ยกระดับจากพืชพื้นบ้านสู่พืชเศรษฐกิจโลก เกษตรกรปลื้ม รายได้ดีทั้งเจ้าของสวนและแรงงานท้องถิ่น

นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกอบต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง พาผู้สื่อข่าวชมต้นกระท่อม สายพันธุ์ “ก้านเขียวหางกั้ง” ขนาดใหญ่ เกิน 1 คนโอบ อายุกว่า 50 ปี ซึ่งยืนต้นสูงคณะหง่าน เห็นได้ชัด ซึ่งต้นกระท่อมดังกล่าวเป็นต้นแม่พันธุ์ที่ได้ได้ทำการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน และ นางกัญญา ถ่ายย้วน ภรรยา เก็บเมล็ดไปเพาะขยายพันธุ์ โดยไม่ต้องต้นพันธุ์จากที่อื่น เพื่อรักษาความแท้ของสายพันธุ์ก้านเขียวหางกั้ง ที่ใบหนา น้ำหนักดี สีเขียวเข้ม และได้นำต้นพันธุ์ที่เพาะไปปลูกในแปลง ตอนนี้มีอายุได้ 3 ปี ให้ผลผลิตและสามารถเก็บผลผลิต นำไปตากแห้งส่งขายให้แก่สมาคมการค้าสมุนไพรและกระท่อมไทย

โดยนายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกอบต.กะลาเส บอกว่า แปลงของตนได้ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานจากสมาคมฯ และผ่านการรับรองแปลงผลิต หรือ GAP จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว ได้มาตรฐาน EU ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ใช้แร่ภูเขาไฟ และน้ำหมักจุลินทรีย์ช่วยไล่แมลง ซึ่งเป็นสูตรที่ทางสมาคมฯทำข้อตกลงกับอียูไว้ และเป็นมาตรฐานที่ทำให้สามารถส่งตลาด EU ได้ และได้นำตัวอย่างใบไปตรวจหาสารไมทราไจนีนจาก 2 แหล่ง คือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสมาคมการค้าสมุนไพรและกระท่อมไทยก็นำไปตรวจ พบว่ามีค่าสารไมทราไจนีน 1.63 จึงสามารถเก็บส่งขายให้กับสมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนรับซื้อจากเกษตรกร ส่งไปขายที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งจะเป็นฮับกระจายสินค้าพืชกระท่อมในประเทศอียู คาดว่าน่าจะทำให้ยกระดับกระท่อมไทยได้อีกระดับหนึ่งสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจ

โดยตอนนี้ EU ทำข้อตกลงไว้รับซื้อเดือนละ 70 – 80 ตันแห้ง ต้องบดผงแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ของไทย ซึ่งของตน 2 แปลง เนื้อที่รวม 17 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละประมาณ 2,000 -2,500 กิโลกรัมสด จากนั้นนำไปสับและตากแห้ง ซึ่งอัตราส่วน 3 กิโลกรัมสด จะได้เท่ากับ 1กิโลกรัมแห้ง ดังนั้น 2,500 กิโลกรัมสด ตนจะได้ประมาณ 800 กิโลกรัมแห้ง โดยEU รับซื้อตามค่าของสารไมทราไจนีน ซึ่งหากค่าสารไมทราไจนีน 1.63 ราคาขายจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาทแห้ง ถ้าเป็นใบสดกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจเพราะเป็นแค่ใบไม้ แต่เราต้องดูแลอย่างดีให้ได้มาตรฐานตามที่อียูกำหนด ถือว่าเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรของพี่น้องเกษตรกรในประเทศได้เป็นอย่างดี

ส่วนลูกจ้างที่มาเก็บใบกระท่อม จะได้กก.ละ 15 บาท บางรายเก็บได้วันละกว่า 300 บาท บางรายได้วันละ 500 บาท ซึ่งทุกคนก็ดีใจมีรายได้ทุกวัน เพราะทั้งหมดเป็นลูกจ้างของสวน ทำอาชีพเก็บปาล์มน้ำมัน และเก็บพืชกระท่อม ทำให้มีรายได้ทุกวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...