ซื้อจริง จับจริง นำไปใช้ประโยชน์จริง กรมประมง เผยยอดรับซื้อ ปลาหมอคางดำ 1 เดือน
ซื้อจริง จับจริง นำไปใช้ประโยชน์จริง กรมประมง เผยยอดรับซื้อ ปลาหมอคางดำ 1 เดือน 2,298,422 กิโลกรัม เน้นย้ำความเชื่อมั่น แก้ปัญหาการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 23 มิ.ย.2568นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผลักดันให้รัฐบาลจัดงบประมาณ งบกลางเร่งด่วน เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ จำนวน 97,817,400 บาท ให้แก่กรมประมง เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหา
ภายใต้ 2 มาตรการหลัก ดังนี้
มาตรการที่ 1
การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด จำนวน 92,004,056 บาท
มาตรการที่ 2
การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ จำนวน 5,813,344 บาท โดยกรมประมงได้ดำเนินการรับซื้อปลาหมอคางดำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ผ่านจุดรับซื้อในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่
- จันทบุรี
- ระยอง
- กรุงเทพมหานคร
- สมุทรปราการ
- สมุทรสาคร
- สมุทรสงคราม
- ราชบุรี
- นครปฐม
- เพชรบุรี
- ประจวบคีรีขันธ์
- ชุมพร
- สุราษฎร์ธานี
- นครศรีธรรมราช
- สงขลา
แบ่งเป็น ราคารับซื้อปลาหมอคางดำ 15 บาท/กิโลกรัม (จ่ายให้กับชาวประมงหรือผู้จับปลามาขาย) และราคาค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการรวบรวม 5 บาท/กิโลกรัม (จ่ายให้กับผู้รวบรวมหรือแพปลาที่เข้าร่วมโครงการฯ)
ปัจจุบันกรมประมงได้รับซื้อปลาหมอคางดำจากบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรและจากธรรมชาติ และได้จัดส่งให้กรมพัฒนาที่ดินและการยางแห่งประเทศไทยนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อในภาคเกษตร รวมแล้วกว่า 2,298,422 กิโลกรัม จากเป้าหมาย 3,000,000 กิโลกรัม (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2568)
นอกจากการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพแล้ว กรมประมงได้ดำเนินการสนับสนุนปัจจัยในการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากบ่อเพาะเลี้ยง อาทิ กากชา ปลาผู้ล่า และเครื่องมือประมงต่าง ๆ ที่ใช้ในการกำจัดปลาหมอคางดำ
เพื่อช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเตรียมบ่อ ภายหลังจากนำปลาจากบ่อมาขาย รวมถึงยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจและแนะนำวิธีการเตรียมบ่อเพื่อเพาะเลี้ยง
ตลอดจนการให้ข้อมูลและนวัตกรรมต่าง ๆ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางเลือก รวมถึงรณรงค์ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการเปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำแล้ว กรมประมง
โดยสำนักงานประมงจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดยังได้ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ทำกิจกรรมลงแขกลงคลองอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนปัจจัย อาทิ เครื่องมือการทำประมงให้ชุมชน เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป
นอกจากมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดและการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำที่กรมประมงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว ปัจจุบันยังมีมาตรการทางกฎหมาย เพื่อการป้องกันการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น
โดย กรมประมง บังคับใช้กฎหมายภายใต้มาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีปลาหมอคางดำเป็น 1 ใน 13 ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง
อนึ่ง มาตรา 144 ได้กำหนดโทษไว้ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมประมง ได้ดำเนินการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในแต่ละพื้นที่ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์และเร่งรัดให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีปลาหมอคางดำอยู่ในบ่อเร่งกำจัดออกจากบ่อ
รวมถึงตรวจสอบที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำหรือมีเหตุให้สงสัยว่ามีการจำหน่ายปลาหมอคางดำให้กับโครงการของราชการ แบบมีการวนจำหน่ายซ้ำ และหากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมาย ก็จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทันที
ซื้อจริง จับจริง นำไปใช้ประโยชน์จริง กรมประมง เผยยอดรับซื้อ ปลาหมอคางดำ 1 เดือน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซื้อจริง จับจริง นำไปใช้ประโยชน์จริง กรมประมง เผยยอดรับซื้อ ปลาหมอคางดำ 1 เดือน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th