โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เลิกกั๊กแล้วรัก (กันก่อนนะ) จากคู่แข่ง สู่คู่ค้า ไวรัล “มาม่า x ไวไว” บทใหม่ของศัตรูในตำนาน

Thairath Money

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.46 น.
ภาพไฮไลต์

ในยุคที่ GMM Grammy และ RS ยังจับมือกัน หรือการควบรวมกิจการของสองยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมอย่าง TRUE และ DTAC ได้สะท้อนให้เห็นว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้…” ในยุคนี้

มาม่า x ไวไว เมื่อคู่แข่งตลอดกาลมาเพื่อครองใจผู้บริโภค

และปรากฏการณ์ล่าสุดที่ตอกย้ำแนวคิดนี้อีกครั้ง คือการเคลื่อนไหวที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการสินค้าอุปโภคบริโภค เมื่อสองแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “มาม่า” และ “ไวไว” สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่บนโลกโซเชียล

จุดเริ่มต้นของกระแสไวรัลนี้เกิดขึ้นเมื่อเพจเฟซบุ๊ก “Mamalover” ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังอย่าง “มาม่า” ภายใต้การนำทัพของตระกูล “พะเนียงเวทย์” อัปเดตรูปโปรไฟล์ เป็นโลโก้แบรนด์คู่แข่งอย่าง “ไวไว” พร้อมติดแฮชแท็ก #แวะกินยี่ห้ออื่นบ้างนะงับ ทำเอาหลายคนเกิดคำถามว่านี่จะเป็นการ “ควบรวมกิจการ” หรือ “การคอลแลป” ของสองแบรนด์ดังใช่หรือไม่ ?

เพราะไม่นานนัก ทางด้านเพจ “ไวไว” ก็ตอบรับอย่างอบอุ่นด้วยการโพสต์รูปในทำนองเดียวกันพร้อมแคปชั่น “น้องไวไว ขอบคุณน้องม่ามากนะงับ” เตรียมพบกับความหลากหลายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขอขอบคุณ Mamalover

เนื่องจาก ไวไว และมาม่า นับว่าเป็นคู่แข่งทางการตลาดกันมาอย่างยาวนาน เมื่อการที่ยักษ์ใหญ่สองแบรนด์ในอุตสาหกรรมเดียวกันเล่นใหญ่ขนาดนี้ ย่อมสร้างเสียงกระพือและจุดประกายคำถาม ความสงสัยในหมู่ผู้บริโภคบนโลกโซเชียลทันทีว่า นี่คือสัญญาณของการ “ควบรวมกิจการ” หรือจะเป็นการ “คอลแลป” ครั้งประวัติศาสตร์? หรือไม่ บวกกับคอมเมนต์ต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น เช่น“ถึงกับต้องขยี้ตาดูชื่อเพจให้แน่ใจ” หรือ “อย่าบอกนะว่าควบรวมแล้วจริง ๆ”

ความสำเร็จของแคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างบทสนทนาระหว่างสองแบรนด์ แต่ยังกระตุ้นให้เกิด การตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) จากแบรนด์อื่น ๆ ที่เข้ามาเกาะกระแส ไม่ว่าจะเป็น Jones' Salad ที่มาคอมเมนต์“กินบะหมี่แล้ว อย่าลืมกินผักกันด้วยนะจ๊ะ”, โดมินหมี่ (DominMie) ที่มาฝากร้าน “แวะอุดหนุนแบรนด์ #โดมินหมี่ บ้างนะคะ”, ไปจนถึงBonchon Chicken Thailand “ถ้าไม่รู้จะเลือกอะไร แวะมานี่ได้นะเตงงงงง” และTops Thailand - ท็อปส์ ไทยแลนด์ “ถ้าเลือกไม่ได้ที่ท็อปส์เรามีให้ช็อปทั้ง 2 ยี่ห้อ ทุกรสชาติ เลยน้าา” ล้วนเข้ามาสร้างสีสัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกลยุทธ์ที่สามารถดึงดูดความสนใจได้อย่างกว้างขวาง

เบื้องหลังความสำเร็จ ไม่ใช่การควบรวม แต่คือกลยุทธ์ "Co-opetition"

ท่ามกลางความสงสัย พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า“การแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้ทุกคนต้องแข่งกันพัฒนา สุดท้ายประโยชน์สูงสุดก็จะเป็นของผู้บริโภค” #มาม่าสนับสนุนความหลากหลายเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค

คำชี้แจงนี้เผยให้เห็นแก่นของกลยุทธ์ที่เรียกว่า Collaboration Marketing หรือหากจะให้เจาะจงยิ่งขึ้นในกรณีนี้คือ “Co-opetition” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างคำว่า Competition (การแข่งขัน) และ Cooperation (ความร่วมมือ) หมายถึง การที่คู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันหันมาร่วมมือกันในบางมิติ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยที่ยังคงแข่งขันกันในตลาดเช่นเดิม

แล้วทำไมกลยุทธ์นี้จึงทรงพลัง?

นั่นก็เพราะการที่มาม่าและไวไว ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (โดยมาม่าครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ประมาณ 48-50% เลือกใช้กลยุทธ์นี้ ได้สร้างประโยชน์หลากหลายมิติ ได้แก่

  • สร้างกระแสไวรัลและตอกย้ำการรับรู้ ทั้งสองแบรนด์สามารถสร้างบทสนทนาในวงกว้าง (Organic Reach) โดยแทบไม่ต้องใช้งบประมาณยิงโฆษณามหาศาล การกระทำที่คาดไม่ถึงนี้ทรงพลังกว่าแคมเปญการตลาดแบบเดิม ๆ หลายเท่า

  • สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย การตลาดแบบขี้เล่นและเป็นกันเองทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตชีวา ลดภาพลักษณ์ความเป็นองค์กรขนาดใหญ่ และสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริโภคยุคใหม่ การใช้ความเท่าเทียมทางเพศมาเป็นความเท่าเทียมทางแบรนด์

  • ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดคู่กัน การจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่เป็นการประกาศศักดาและครองพื้นที่สื่อทั้งหมด

  • กระตุ้นตลาดโดยรวม การเคลื่อนไหวนี้กระตุ้นให้ผู้บริโภคนึกถึงและอยากบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น สร้างไวรัลให้กับอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภคได้ในทางเดียวกัน

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์ “มาม่า x ไวไว” ไม่ใช่แค่การตลาดแบบผิวเผิน แต่เป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภูมิทัศน์สื่อยุคใหม่ ที่ความคิดสร้างสรรค์และการกล้าที่จะฉีกกรอบเดิม ๆ สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตาย และท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือ“ผู้บริโภค” ที่มีทางเลือกและได้รับความสุขจากแบรนด์ที่พวกเขารักนั่นเอง

อ่านข่าวการตลาดและเทรนด์ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...