โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปส. ร่วม อย. แถลงจับ "หมอแอร์" ข้อหาร่วมกันค้ายาเสียสาว พบเงินหมุนเวียนมากกว่า 400 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.32 น.

พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร ,พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส. พลตำรวจตรี นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม “หมอแอร์” สวมชื่อคนตายโกงยาเสียสาว รวม 450 ล้าน

พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า ทาง ผบ.ตร. ได้รับการประสานงานจากทาง อย. เมื่อเดือน ก.ย.67 ว่าพบการสั่งซื้อวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 จึงมอบหมายให้ตำรวจ ปส. ดำเนินการ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 5 คน จับกุมในที่เกิดเหตุ 2 คน รวมเป็น 7 คน พร้อมของกลาง

พล.ต.ท.สันติ กล่าวว่า ทางตำรวจ ปส. ได้รับการสานงานและได้รับการร้องทุกข์จาก อย. เกี่ยวกับพฤติกรรมการทำความผิดในกลุ่มนี้ ตั้งแต่ได้รับการประสานเมื่อเดือน ก.ย. 67 จึงรวบรวมหลักฐานมาโดยตลอด รวมไปถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งพฤติการณ์จะเห็นตั้งแต่การสั่งซื้อให้นายทุนไปจำหน่าย แล้วนำไปขายให้ผู้ค้ารายย่อย จึงดำเนินการสอบสวนจนเห็นการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ มีพยานหลักฐานที่ได้จากคดีนี้ชัดเจนจนสามารถขอศาลออกหมายจับ

สำหรับกรณีที่ผู้ต้องหาขบวนการนี้เป็นตำรวจ ทาง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำว่า หากมีข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ขอให้มั่นใจว่า ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ด้านพลตำรวจตรี นพสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก อย. มีข้อสงสัยว่า มีการนำยาออกฤทธิ์ประเภท 2 ออกจากระบบ ซึ่งทาง ตำรวจปส. ไปเฝ้าติดตามจนทราบว่า มีการนำยาออกนอกระบบจริง และนำไปไว้ที่แฟลตตำรวจ ย่านพญาไท โดยจะมีลูกน้องของหมอคนดังกล่าวทำหน้าที่เฝ้า และนำส่งอะพาร์ตเม้นต์ย่านวังทองหลาง ซึ่งมีผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 เป็นผู้ดูแลอยู่ มีหน้าที่ในการเก็บรักษาและจำหน่ายยาให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งตำรวจ ปส. ได้ติดตามต่อว่า ได้มีการไปขายให้ผู้ต้องหาที่ 5 นำเข้าไปในพื้นที่นครปฐม และมีการจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสามารถจับผู้ต้องหาได้ 3 คน เป็นการตรวจยึดยาออกฤทธิ์ประเภท 2 เป็นการออกหมายในคดี 5 หมาย และออกหมายค้น 9 หมาย

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และข้อหา สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่สมคบกันแล้ว

ด้านนายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯประจำรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบเรื่องของสารควบคุมต่างๆ ที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งสำนักงาน อย. ได้แจ้งข้อมูลพบการซื้อวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ทั้ง อัลปราโซแลม ซึ่งเป็นยาที่ทำให้คลายเครียด หรือใช้ในเรื่องการรักษายาซึมเศร้า

ในปี 2565 มี 5 คลินิก สั่งซื้อตัวยาดังกล่าวเข้ามาหลายประเภท ยอดสั่งซื้อประมาณ 1 ล้าน ในปี 2566 เพิ่มเป็น 7 คลินิก ยอดสั่งซื้อมากกว่า ล้าน ในปี 2567 เพิ่มเป็น 11 คลินิก ยอดสั่งซื้อ 7-8 ล้าน และปี 68 มีการขยายตัวเพิ่มเป็น 12 คลินิก อย. จึงตั้งข้อสังเกต ว่ามีการเกี่ยวข้องกับคุณหมอที่รักษาผู้ป่วยเกี่ยวกับจิตเวช จึงมีการขออนุญาตซื้อยาดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามระเบียบราชการ แต่พบความผิดปกติคือมีการสั่งซื้อยาจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่า รพ. จึงมีการเตรียมขยายผลว่าเกิดอะไรขึ้น

ทั้งนี้ทาง อย. จะได้รับการรายงานจากคลินิกกลับมาว่า ทางคลินิกได้ขายยาให้ใคร ซึ่งการรายงานมีบัญชีรายชื่อของผู้ป่วยแฝงไปด้วยคนเสียชีวิต มาสวมชื่อซื้อยา พบว่า 12 คลินิก มีการซื้อยาแตกต่างกันไปแล้วนำยามาอนุมัติการสั่งซื้อมาที่ อย. ซึ่ง อย.จะส่งทางไปรษณีย์ และพบว่า คนที่ชำระเงินเป็นหมอแอร์เป็นคนชำระเงินเพียงผู้เดียว หลังจากนี้จะเป็นเรื่องการนำไปส่งคลินิก โดยจะรวบรวมให้ไรเดอร์ไปรับยาตามจุดต่างๆ เช่น แฟลตตำรวจ ซึ่งเป็นที่พักเก็บยา

อย่างไรก็ตาม แนวทางหลังจากนี้ อย. จะร่วมกับ ตำรวจ ปส. รวมทั้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในการตรวจคลินิกดังกล่าวเพื่อขยายผลในเรื่องนี้ต่อไป โดยหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นจะมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่บุกไปตรวจค้น 11 จุดพื้นที่เป้าหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...