โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘อย่าเริ่มทำสงครามราคา’ คำเตือนที่ผู้นำตลาดอย่าง MK ขอเมิน ก่อนเปิดฉากท้าชน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ด้วยอาวุธที่ชื่อว่า ‘บุฟเฟต์’

THE STANDARD

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.20 น. • thestandard.co
‘อย่าเริ่มทำสงครามราคา’ คำเตือนที่ผู้นำตลาดอย่าง MK ขอเมิน ก่อนเปิดฉากท้าชน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ด้วยอาวุธที่ชื่อว่า ‘บุฟเฟต์’

‘อย่าเริ่มทำสงครามราคา’ ถือเป็นอีกหนึ่งประโยคทรงพลังในซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแส Talk of the Town อย่าง ‘สงครามส่งด่วน’ ที่ดึงความสนใจให้กับกลุ่มผู้ชมที่อยู่ในแวดวงธุรกิจไม่น้อย สำหรับประเด็นเรื่อง ‘การทำสงครามราคา’ ที่สะท้อนบทเรียนจริงในโลกธุรกิจที่เรามักจะเห็นกันอยู่ไม่น้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ซึ่งประโยคนี้กำลังเกิดขึ้นกับหม้อสุกี้ที่มีมูลค่าราว 1.5-2 หมื่นล้านบาท เมื่อยักษ์ใหญ่ผู้ครองตลาดอย่าง MK หยิบเอาไม้เด็ด ‘บุฟเฟต์’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการแข่งขันที่ดุเดือดและการชูจุดขายด้านราคาที่ได้ทดลองเปิดเต็มตัวอยู่แล้ว แต่รอบนี้ทำในสเกลที่ใหญ่ขึ้นใน 200 กว่าสาขาทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่ทุกสาขา แต่เฉพาะสาขาโลตัส บิ๊กซี และสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น

‘บุฟเฟต์ 299’ หมัดน็อกหวังทวงบัลลังก์

โปรโมชันดังกล่าวจัดขึ้นด้วยราคาที่ ‘เร้าใจ’ อย่าง 299 บาท/คน โดยเป็นราคา Net แล้ว สามารถเลือกกินได้ทั้งหมด 19 เมนู มีไฮไลต์ที่ล่อใจลูกค้าอย่าง ‘เนื้อบริสเก็ตออสเตรเลีย’ แถมถ้ามา 4 คนกุ้งแม่น้ำฟรีแบบไม่อั้นไปเลย

https://www.facebook.com/share/p/1C9wnun7mR/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แหล่งข่าวที่อยู่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารให้ความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การออกโปรโมชันดังกล่าวของ MK อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากนักด้วยคู่แข่งที่ดึงลูกค้าไปทุกวัน แถมฐานแฟนก็มีกำลังซื้อที่น้อยลง บีบให้ MK ต้องหาหนทางใหม่เพื่อดึงลูกค้ากลับมาที่ร้าน ‘บุฟเฟต์’ จึงเป็นทางออกเดียวที่ทำได้ในเวลานี้

“ถามว่าราคา 3 ใบแดงมีทอนเป็นราคาที่คุ้มไหม ต้องบอกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีเพราะถ้าแพงกว่านี้กลุ่มลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคาก็อาจจะไม่เข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นราคาก็ยังอาจจะแพงไปสักหน่อย หากลดลงมาได้อยู่ที่ราว 250-270 บาทน่าจะได้ใจกว่านี้” แหล่งข่าวกล่าว “เพราะบุฟเฟต์เป็นเกมที่วัดกันที่วอลุ่ม ดังนั้นราคาต้องป๋าไปเลย ไม่อย่างนั้นวอลุ่มไม่ถึงก็อาจจะไม่คุ้มทุนได้”

ถึงอย่างนั้นก็เข้าใจได้ว่า ทำไม MK ถึงต้องตั้งราคานี้ เพราะความเป็น ‘ฟูลเซอร์วิสเรสเตอรองต์’ ได้มาพร้อมกับต้นทุนต่างๆ ที่สูงลิ่ว ทั้งค่าเช่าสถานที่ พนักงาน และวัตถุดิบ

แต่บุฟเฟต์เป็นเกมที่วัดกันเรื่อง ‘วอลุ่ม’ ดังนั้นจึงต้องมาลุ้นกันว่าลูกค้าจะตอบรับมากแค่ไหน ซึ่งอาจจะได้ทั้งลูกค้าเก่าที่กลับมากิน รวมถึงลูกค้าใหม่ที่มองว่ามีความคุ้มค่ามากขึ้นก็อาจจะลองเดินเข้าร้านมา เพราะจ่ายเพิ่มไม่กี่บาทจากบรรดาคู่แข่งอื่นๆ ที่ทำบุฟเฟต์เช่นเดียวกัน

เดิมพันที่สะดุด: เสียงสะท้อนเกมเสี่ยงและแผลแรกของยักษ์ใหญ่

ทว่าแหล่งข่าวอีกรายกลับให้ความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การจัดในระยะเวลาเพียงแค่ 3 สัปดาห์ หรือตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 อาจจะเป็น “ช่วงเวลาที่น้อยไปสักนิด เพราะเมื่อมองแบรนด์ใหญ่อื่นๆ จะจัดราว 4-6 สัปดาห์ที่จะช่วยทำให้ภาพของแคมเปญยิ่งใหญ่และได้ใจคนมากกว่านี้ แต่หากมองว่านี่เป็นการลองตลาดระยะเวลาเท่านี้ก็อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ รวมถึงไม่ทำให้แบกต้นทุนที่มากเกินไป”

แน่นอนเมื่อประกาศออกมากระแสก็มีทั้งบวกและลบ ไม่ว่าจะเป็นการยินดีที่เห็นยักษ์ใหญ่ปรับตัวเพื่อออกมาสู้กับคู่แข่ง แต่เหรียญย่อมมี 2 ด้าน ลูกค้าบางคนก็มองว่าแคมเปญนี้ยังไม่เต็มที่ด้วยเมนูที่มีให้เลือกจำกัดเมื่อเทียบกับเชนสุกี้อื่นๆ ที่ให้รวมแล้วกว่า 40 เมนู แถมยังมีราคาที่ถูกกว่า

กระแสด้านลบยิ่งมีเพิ่มขึ้นเมื่อวันแรกของแคมเปญลูกค้าที่ออกไปกินพบกับความ ‘ไม่ประทับใจอย่างแรง’ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของร้าน พนักงาน รวมไปถึงเมนูที่ควรจะสต็อกไว้เต็มที่กลับหมดก่อนโดยเฉพาะในหมู่เนื้อสัตว์ จนทำให้เย็นวันเดียวกัน ทาง MK ต้องออกมาโพสต์ขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทางทีมงาน MK ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง
สำหรับผู้ที่มาทานโปร MK คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299.-
แล้วพบกับบริการที่ล่าช้า…

Posted by MK Restaurants on Monday, June 9, 2025

https://www.facebook.com/share/p/16euECSAsW/

‘ตี๋น้อย’ สวนหมัดกลับ บทเรียนการตลาดจาก ‘ปลาเล็กที่ทรงพลัง’

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นบทความที่เราได้ยกประโยคอย่าง ‘อย่าเริ่มทำสงครามราคา’ มา เพราะเมื่อ MK ประกาศโปรโมชันนี้ออกมา ทุกคนต่างมองว่านี่คือการเล่นสงครามราคากับ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ น้องเล็ก (ที่ตัวไม่เล็กแล้ว) และนับวันกลายเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ MK ขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยราคาเมื่อรวมน้ำกับ VAT แล้วต่างกันไม่กี่สิบบาท

ดังนั้นในเย็นวันแรกของโปรบุฟเฟต์ MK ทางสุกี้ตี๋น้อยก็ขอออกมาเล่นเกมราคาด้วยการประกาศออกราคา 199 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่มและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ลดลง 20 บาทเมื่อเทียบกับราคาปกติ โดยจัดตั้งแต่วันที่ 11-30 มิ.ย. 68 ซึ่งการออกโปรนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ฉลองยอดติดตามใน Facebook ครบ 1 ล้านผู้ติดตาม

https://www.facebook.com/share/p/1ASERyjJG1/

การออกหมัดสวนในครั้งนี้ของสุกี้ตี๋น้อยถึงกับทำให้แหล่งข่าวในแวดวงร้านอาหารบอกกับ THE STANDARD WEALTH ทำให้ “สุกี้ตี๋น้อยกลายเป็น ‘ปลาเล็กที่ทรงพลัง’ ออกหมัดที่ลีลาดี แยบยลและเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ MK เลยทันที”

ที่บอกว่าลีลาดีกับแยบยลนั้นเป็นเพราะสุกี้ตี๋น้อยเลือกที่จะประกาศล่วงหน้า 2 วันก่อนที่โปรโมชันจะเริ่ม ทำให้ลูกค้ามีโอกาสนัดแนะกันไปกินเป็นกลุ่ม ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มักไปกันหลายคน อีกทั้งการเลือกจัดเฉพาะวันธรรมดาอย่างจันทร์-ศุกร์ ยังเป็นการดึงให้ลูกค้าเข้าร้านในช่วงที่ไม่ใช่ ‘พีคไทม์ (Peak Time)’ อีกด้วย

สำหรับราคาแม้จะลดแค่ 20 บาท แต่แหล่งข่าวก็ให้มุมมองว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจแบบนี้ ผู้บริโภคมักจะมองเรื่องการจ่ายเพื่อความคุ้มค่า จ่ายเพื่อความอิ่ม โดยมองเรื่องของรสชาติเป็นเรื่องรองลงมา ไม่เหมือนกับลูกค้ากลุ่มบนที่จะมองจากรสชาติ

สมรภูมิสุกี้ที่ลุกเป็นไฟครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าแค่การห้ำหั่นกันด้วยโปรโมชันชั่วคราว แต่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญที่สั่นคลอนความเชื่อเดิมๆ ของผู้เล่นในตลาด การเคลื่อนไหวของ MK ที่ตั้งใจจะทวงบัลลังก์คืน กลับกลายเป็นการเปิดแผลให้เห็นความอุ้ยอ้ายของยักษ์ใหญ่

และในทางกลับกัน ก็ได้ฉายภาพความเก๋าเกมของ ‘ปลาเล็ก’ อย่างสุกี้ตี๋น้อยให้เด่นชัดยิ่งขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะในศึกระยะสั้น แต่อยู่ที่ว่าเมื่อสงครามราคาที่ตัวเองเป็นคนเริ่ม กลับถูกคู่แข่งเป็นผู้กำหนดกติกาและจังหวะของเกม ผู้นำตลาดที่แบกรับทั้งต้นทุนและภาพลักษณ์เดิมๆ จะปรับตัวเพื่อเอาชนะในเกมที่ตัวเองไม่ได้ถนัดนี้ได้อย่างไร

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองยิ่งกว่าผลประกอบการในไตรมาสถัดไป คือ ‘คุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity)’ ที่ถูกนำมาเป็นเดิมพันในสงครามครั้งนี้ การลงมาเล่นในเกมที่เน้น ‘ความคุ้มค่า’ และ ‘ปริมาณ’ อาจทำให้ MK ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ แต่ก็เสี่ยงที่จะลดทอนภาพลักษณ์พรีเมียมที่สั่งสมมานานลงไปเช่นกัน

นี่จึงเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภาพใหญ่ของวงการธุรกิจยุคใหม่ ที่ความใหญ่ไม่ได้การันตีชัยชนะเสมอไป แต่เป็นความเร็วในการปรับตัวและความเข้าใจในตัวผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งต่างหาก ที่จะเป็นอาวุธตัดสินว่าใครจะยืนหยัดอยู่ได้ในสนามรบที่เปลี่ยนแปลงทุกวินาที

ภาพปก: Igor Link / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...