โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เกาหลีใต้อัปเดตผลสอบสวนคดีเจจูแอร์ พบเครื่องยนต์ยังทำงานหลังนกบินชน

Manager Online

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 16.11 น. • MGR Online

รอยเตอร์ – รายงานล่าสุดจากทีมสอบสวนเกาหลีใต้ระบุเครื่องบินเจจู แอร์ที่ชนขณะลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติมูอันหลังถูกนกบินชนเมื่อเดือนธันวาคม แท้จริง แล้วยังสามารถบินต่อได้เนื่องจากเครื่องบินที่เสียหายยังทำงานอยู่ หลังจากนักบินปิดเครื่องยนต์อีกตัว

เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่ได้จัดทำรายงานขั้นสุดท้ายที่ระบุสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่เริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องยนต์สองตัวของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ลำดังกล่าวเผยแพร่ออกมา โดยรายงานฉบับอัปเดตเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ระบุว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายได้รับความเสียหายน้อยกว่าด้านขวาหลังถูกนกบินชน แต่กลับถูกปิดหลังจากนั้น 19 วินาที ขณะที่เครื่องยนต์ด้านขวากระตุกและปล่อยควันดำและเปลวไฟปะทุ ทว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่า เครื่องยนต์ยังมีกำลังและสามารถบินต่อได้

เมื่อนักบินพยายามนำเครื่องลงจอด ล้อกลับไม่กาง ทำให้ท้องเครื่องบินไถลบนรันเวย์และพุ่งชนแนวกั้นคอนกรีต ส่งผลให้ไฟลุกไหม้และมีผู้เสียชีวิต 181 คน รอดชีวิตเพียง 2 คน อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดนี้ไม่ได้ระบุเหตุผลในการดำเนินการของนักบิน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อุบัติเหตุทางอากาศส่วนใหญ่เกิดจากหลายปัจจัย และเตือนไม่ให้ให้น้ำหนักมากเกินไปกับหลักฐานที่ยังไม่สมบูรณ์

จนถึงตอนนี้ผู้คนพากันโฟกัสที่ความเป็นไปได้ที่นักบินอาจปิดเครื่องยนต์ตัวที่เสียหายน้อย และกระตุ้นความทรงจำถึงเหตุการณ์เครื่องโบอิ้ง 738-400 ตกในเค็กเวิร์ธ อังกฤษ เมื่อปี 1989 ที่นักบินปิดเครื่องยนต์ตัวที่ไม่เสียหายโดยไม่ตั้งใจ

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงการสื่อสารของลูกเรือและมาตรการฉุกเฉิน

แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว (21 ก.ค.) ว่า การสอบสวนที่นำโดยเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้มี “หลักฐานชัดเจน” ว่า นักบินปิดเครื่องยนต์ด้านซ้ายที่เสียหายน้อยหลังนกบินชน โดยอ้างอิงจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ และสวิตช์ที่พบในซากเครื่องบิน

รายงานฉบับอัปเดตยังระบุถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องยนต์ด้านขวาที่เสียหายรุนแรงอาจยังทำงานและทำให้เครื่องบินไปต่อได้นานกว่านั้น แต่ไม่ได้ระบุว่า เครื่องยนต์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน หรือตัวเลือกอื่นๆ สำหรับลูกเรือในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นก่อนที่เครื่องบินจะหันหัวกลับและลงจอดบนรันเวย์ในทิศทางตรงข้ามกับแผนการเดิมและโดยที่ล้อไม่กาง

รายงานฉบับอัปเดตจากคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศยานและรถไฟของเกาหลีใต้ (ARAIB) ระบุว่า เครื่องยนต์ทั้งสองตัวได้รับความเสียหายและสั่นหลังจากที่นกบินชน โดยเครื่องยนต์ด้านขวาเสียหายภายในมากกว่า แต่ไม่ได้ระบุว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายเสียหายอย่างไร

เกร็ก เฟธ อดีตเจ้าหน้าที่สอบสวนของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของอเมริกา ตั้งข้อสังเกตว่า รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายทำงานอย่างไร รวมถึงสถานะของระบบต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเครื่องยนต์ และสำทับว่า แม้นำเสนอข้อเท็จจริงใหม่ๆ บางอย่าง แต่กลับไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงอีกหลายอย่างซึ่งส่งผลให้รายงานดู “คลุมเครือ”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชี้ว่า รายงานเบื้องต้นมักมีข้อมูลกระจัดกระจายและการวิเคราะห์จำกัด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นที่เผยแพร่ในเดือนมกราคมระบุว่า พบขนและคราบเลือดนกในเครื่องยนต์ทั้งสองตัวที่ผลิตโดยซีเอฟเอ็ม อินเตอร์เนชันแนลที่เป็นของจีอีและซาฟรองของฝรั่งเศส และการตรวจสอบเครื่องยนต์เมื่อเดือนพฤษภาคมไม่พบข้อบกพร่องอื่นๆ นอกเหนือจากความเสียหายจากการชนของนกและจากการที่เครื่องบินพุ่งชนแนวกั้น

ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการบรรยายสรุปรายงานอัปเดตแล้วแต่ขอให้งดเผยแพร่ เนื่องจากดูเหมือนเป็นการกล่าวโทษบางส่วนต่อนักบินโดยที่ยังไม่ได้ศึกษาปัจจัยอื่นๆ

ทางด้านสหภาพนักบินของเจจูวิจารณ์ว่า ARAIB กำลังสร้างความเข้าใจผิดโดยระบุเป็นนัยว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายไม่มีปัญหา ทั้งที่การตรวจสอบพบขนและเลือดนกในเครื่องยนต์ทั้งสองตัว สหภาพนักบินและตัวแทนครอบครัวผู้เสียชีวิตยังเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐานเพื่อสนับสนุนรายงานดังกล่าว

แหล่งข่าวคนหนึ่งที่เข้าร่วมฟังการบรรยายสรุปยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนแจ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า เครื่องยนต์ด้านซ้ายกระตุกโดยอ้างอิงข้อมูลกล่องดำ

นอกจากนั้นครอบครัวผู้เสียชีวิตยังต้องการให้การสอบสวนโฟกัสที่แนวกั้นที่ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณวิทยุสำหรับนำทางการลงจอด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า มีแนวโน้มทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอุบัติเหตุของเจจู แอร์

กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ระบุว่า มีสนามบินในประเทศ 7 แห่งที่รวมถึงมูอันที่ต้องทำการปรับปรุง เนื่องจากใช้แนวกั้นที่ทำจากคอนกรีตหรือเหล็กกล้าแทนที่จะใช้วัสดุอื่นที่จะแตกออกจากกันเมื่อถูกกระแทก

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...