โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สู่ยุคใหม่! บอลไทย บอลนอก “AIS+JAS” ปิดดีลยาว

Ballthai

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.08 น.

ถ้าใครติดตามข่าวฟุตบอลไทยช่วงนี้ ก็คงจะเห็นข่าวใหญ่ที่โผล่มาเต็มหน้าไทม์ไลน์เลยนะครับ นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องของ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก จากเดิมที่เป็นของ True ตอนนี้ก็ถึงเวลาเปลี่ยนมือเป็นของกลุ่มใหม่แล้ว นั่นคือ AIS และ JAS ครับ

โดยทั้งคู่คือผู้ชนะการประมูลสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก สำหรับฤดูกาล 2025/26 ไปจนถึง 2028/29 หรืออีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นดีลใหญ่ที่หลายคนจับตากันมานาน และวันนี้ก็มีความชัดเจนแล้วว่า ใครจะเป็นเจ้าของสิทธิ์ในยุคใหม่ของฟุตบอลลีกบ้านเรา

บริษัทที่มาชนะการประมูลก็คือ ไมโม่เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ AIS ร่วมมือกับ จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ JAS โดยชนะการประมูลเหนือคู่แข่งอีก 2 ราย คือ Bright Now ของ TrueVisions Now และ BG Sports ซึ่งก็ถือว่าเป็นทีมผู้เข้าประมูลที่แต่ละเจ้าแข็งโป๊กกันหมดเลย

Thai-League

ถามว่าทำไม AIS กับ JAS ถึงน่าสนใจ? ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วช่วงหลังๆ มานี้ AIS ก็เริ่มรุกหนักเรื่องคอนเทนต์กีฬาอยู่แล้ว พอวันนี้คว้าลิขสิทธิ์ไทยลีกมาได้อีก

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะนายกสมาคมฟุตบอลฯ และซีอีโอของไทยลีก ก็บอกเลยว่าไม่ได้อยู่เฉยๆ ครับ มีการนัดคุย มีการเจรจากับผู้ที่สนใจเข้าประมูลกันหลายรอบมาก โดยเน้นว่า ต้องได้ดีลที่เป็นประโยชน์กับสมาคมฯ และสโมสรสมาชิกให้มากที่สุด

จนสุดท้ายก็มาลงเอยกับกลุ่ม AIS – JAS นี่แหละ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ตัวเลขเต็มๆ หรอกครับว่า ประมูลไปเท่าไหร่ ได้เงินมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ สโมสรในไทยลีก 1 จะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 10 ล้านบาท เหมือนเดิมแน่นอน นี่คือขั้นต่ำที่ทางสมาคมฯ ยืนยันไว้แล้ว

นอกจากเรื่องไทยลีกแล้ว เรื่องที่ใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเลยก็คือ ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ครับ เพราะปีนี้ True ก็พลาดบัลลังก์ของตัวเองไปเหมือนกัน โดย JAS ได้ลิขสิทธิ์แบบ “เต็มระบบ” สำหรับการถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ เอฟเอ คัพ ยาวๆ ไปเลย 6 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025/26 ถึง 2030/31

JAS ไม่ได้มาคนเดียวครับ พวกเขามากับพันธมิตรอย่าง Monomax และ สยามสปอร์ต ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนบอลตัวจริงก็ต้องรู้จักทีมพากย์ระดับตำนานของสยามสปอร์ตกันอยู่แล้ว ทั้ง “บอ.บู๋” – บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร, “แจ็คกี้” – อดิสรณ์ พึ่งยา, “บิ๊กจ๊ะ” – สาธิต กรีกุล และ “ตังกุย” – ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา

Thai-League

ทีมนี้เขาจะมารวมตัวกันจัดเต็มสำหรับการพากย์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า ส่วนไทยลีก ต้องรอยืนยันอีกรอบ นอกจากแฟนบอลในไทยแล้ว JAS ยังมีสิทธิ์ถ่ายทอดในกัมพูชาและลาวด้วยนะครับ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของบริษัทไทยในเวทีระดับภูมิภาคเลยล่ะ

เมื่อพูดถึงความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ก็อดพูดถึง True ไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา True คือเจ้าประจำของทั้งไทยลีกและพรีเมียร์ลีก พอวันนี้หลุดลิขสิทธิ์ทั้งสองรายการใหญ่ ก็เหมือนยุคทองของ True ในวงการฟุตบอลจะชะลอลง

แต่จะบอกว่า “หมดแล้วจริงหรือ?” ก็ยังเร็วไป เพราะการเปลี่ยนมือแบบนี้ในวงการสิทธิ์ถ่ายทอดมันวนเวียนกันได้เสมอครับ อีก 4-6 ปีข้างหน้า ใครจะกลับมาชิงก็ยังไม่แน่นอน

Thai-League

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเลยก็คือ คนดูบอลไทยจะต้องเริ่ม ปรับตัว กับช่องทางใหม่ครับ จากเดิมที่อาจจะชินกับ True ตอนนี้ใครเป็นลูกค้า AIS ก็น่าจะสบาย เพราะได้ทั้งบอลไทยและมีโอกาสชมบอลอังกฤษอีกด้วย

ถามว่าดีไหม? มันก็ดีตรงที่การแข่งขันแบบนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดีขึ้น ทำราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น และหาทางทำให้คนดูรู้สึกคุ้มค่า เพราะถ้าทำได้ไม่ดี คนก็ย้ายไปหาเจ้าอื่นได้เหมือนกัน

เครดิตรูป : MONOMAX , บอ.บู๋ , Thai League

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...