“ชาญชัยและคณะ” ส่งหลักฐานเพิ่ม 11 รายการ ปมโครงการรัฐฝ่าฝืน ม.144
“ชาญชัยและคณะ” ช่วยหาหลักฐานส่ง ป.ป.ช. เพิ่ม 11 รายการ พ่วง จี้คดี ม.144 เร่งส่งศาล รธน. ย้ำ รัฐบาลสั่ง 5 แบงค์รัฐกู้ 3.5 หมื่นล้าน มัดแน่น แนะต้องชำระชดเชยเงินต้นและดอกเบี้ยคืนตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะคือ นายสมชาย แสวงการ อดีตสว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ปี 2560 นายนิติธร ล้ำเหลือ และพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตสว.
เดินทางมายื่นหลักฐานและเอกสารเพิ่มเติม หลังจากที่เคยได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ถึงการทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 กรณี ครม.รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินและครม.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ,คณะกมธ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ,รวมทั้งสส.และสว.ได้มีมติสั่งตัดงบประมาณรวม 35,000 ล้านบาท ที่ให้5 ธนาคารของรัฐไปกู้มาเพื่อใช้หนี้ (1.) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้ (2.) ดอกเบี้ยเงินกู้ (3.) เงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฏหมาย โยกไปใช้ในโครงการแจกเงินหมื่น ดิจิทัล วอลเล็ต โดยไม่ได้สั่งการระงับหรือยับยั้ง เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2568 ขณะนี้เป็นเวลาครบ 60 วันแล้ว จึงขอติดตามเรื่องดังกล่าว เพราะตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป.ป.ช. และรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าต้องดำเนินการโดยพลัน
“เอกสารหลักฐานที่นำส่งมอบเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช.วันนี้ ประกอบด้วย 1.)เรื่องการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 1
2.)เรื่องการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สินสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 2
3.)เรื่องปรับปรุงแผนงานบริหารหนี้ ประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่3
4.)เรื่องการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2568 5.)เรื่องการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สินสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 1
6.)เอกสารงบประมาณฉบับที่3 งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 เล่มที่ 14 รัฐวิสาหกิจ สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี
7.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รายงานการสอบบัญชีและงบการเงิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2567
8.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรายงานการสอบบัญชีและงบการเงินธนาคารออมสินและบริษัทย่อยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2567
9.) การเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ของสำนักงบประมาณเดือนส.ค. 2567
10.)สำเนาเอกสาร ด่วนที่สุดที่ นร. 0903/204 ล.ว. 24 มิ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็น แนวทางการเสนอและการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี2569 ในการดำเนินการดังกล่าวต้องปฏิบัติตาม ม.144 วรรคหนึ่งและวรรคสองของรัฐธรรมนูญปี2560 และพ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลังปี 2561โดยเคร่งครัด
11.) บันทึกการประชุมคณะกรรมการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2568 ครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 09.30 น. ทั้งหมดนี้ เป็นหลักฐานเอกสารการกู้เงินตามมติ ครม.โดย5ธนาคารรัฐวิสาหกิจของรัฐ ที่ไปกู้มีวัน เวลา และโครงการตามนโยบายธุรกรรมของรัฐรองรับว่าเป็นเรื่องอะไร“ นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากเอกสารที่แนบมานี้จะเห็นว่ารัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร, ผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย แต่รัฐบาลไม่มีเงินจึงสั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งห้าแห่งไปทำธุรกรรมตามนโยบายของรัฐ ตามมติครม. อนุมัติให้สถาบันการเงินเหล่านี้ไปกู้เงินและเป็นไปตามกรอบ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะพ.ศ. 2548 และถือเป็นเงินที่กำหนดให้จ่ายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน, ธุรกิจขนาดกลางกลางขนาดย่อม, เกษตรกรหรือผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในอัตราดอกเบี้ยต่ำตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ. 2561 โดยให้สำรองจ่ายเงินช่วยเหลือไปก่อนจากนั้นรัฐบาลก็จะจัดสรรงบประมาณ(ภาษี) มาใช้คืนเงินต้น หรือ ดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งห้าแห่งในภายหลังโดยตั้งงบประมาณรายจ่ายมาชำระหนี้ให้เป็นรายปีๆไป จนกว่าจะใช้หนี้หมดเท่ากับรัฐบาลกู้เงินจากธนาคารห้าแห่งโดยปริยาย ดังนั้นการที่มีการแปรญัตติปรับลด หรือ ตัดทอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ที่ตั้งไว้เพื่อชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งห้าแห่งเพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการแจกเงิน 10,000 ดิจิทัลวอลเล็ต จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 มาตรา 144 ที่ห้ามไม่ให้มีการ แปรญัตติลด หรือตัดทอนรายจ่ายเกี่ยวกับเงินที่รัฐบาลมีข้อผูกพัน ต้องชำระ ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฏหมาย เช่น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 มาตรา 20(5) กำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไปชดเชยความเสียหายจากการดำเนินโครงการตามมาตรา 28 ให้ในโอกาสแรกที่กระทำได้ นอกจากนี้ คณะ กมธ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ยังมีการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ให้กับกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในการพิจารณาของ สส., สว.หรือคณะ กมธ. ทั้งการเสนอ การแปรญัตติ หรือ การกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ สส., สว. หรือ กมธ. มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณจะกระทำมิได้