โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จากเหรียญพดด้วงสู่เวทีการเงินโลก ถอดรหัสความสำคัญ IMF-WBG Annual Meetings 2026 และประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.43 น.

ในปี 2569 ที่จะมาถึง สายตาของประชาคมโลกจะจับจ้องมายังประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group - WBG) หรือที่รู้จักกันในชื่อ IMF-WBG Annual Meetings 2026 ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองในรอบ 35 ปีที่ไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นศูนย์กลางของการหารือทางเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี พ.ศ. 2534 การกลับมาครั้งนี้จึงนับเป็นการตอกย้ำศักยภาพ ความพร้อม และบทบาทสำคัญของประเทศไทยบนเวทีโลก

IMF และ WBG คืออะไร ทำไมการประชุมนี้จึงมีความสำคัญ

ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ มาทำความรู้จักกับสององค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลกนี้กันก่อน เริ่มจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2537 มีภารกิจหลักในการส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินของโลก สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ผ่านการให้คำปรึกษาทางการเงิน การสนับสนุนด้านนโยบาย และการฝึกอบรม ขณะที่ กลุ่มธนาคารโลก (WBG) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีเดียวกัน มีพันธกิจหลักในการลดความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้การสนับสนุนทางการเงิน โครงการพัฒนา และแบ่งปันองค์ความรู้ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งแวดล้อม
การประชุมประจำปีของทั้งสององค์กรนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาจากกว่า 191 ประเทศทั่วโลก จะมารวมตัวกันเพื่อหารือประเด็นสำคัญและเร่งด่วนของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน ไปจนถึงการลดความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทำไมต้องเป็นประเทศไทย

การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ IMF-WBG Annual Meetings 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศ:

  • ศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน: ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความมั่นคงทางการเงินและนโยบายที่เปิดกว้างต่อการลงทุน

  • ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน: ระบบการเดินทางคมนาคมที่ทันสมัย โรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน และที่สำคัญคือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประชุมที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญอย่าง APEC 2022 มาแล้ว

  • ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ: การเคยเป็นเจ้าภาพในปี 2534 แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความสามารถในการจัดการประชุมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น

โอกาสทองของคนไทยทุกภาคส่วน

การเป็นเจ้าภาพ IMF-WBG Annual Meetings 2026 ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับประเทศ แต่คือ "โอกาสทอง" ที่จะสร้างผลเชิงบวกในหลากหลายมิติ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น

  • ยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น:การเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกเช่นนี้ เป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการพัฒนา ตอกย้ำความพร้อมและความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการประชุมและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น:คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 - 18,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้จ่ายทั้งในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และธุรกิจบริการอื่น ๆ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

  • ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างความร่วมมือ:เวทีนี้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้พบปะกับนักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริหารระดับสูงจากทั่วโลก นำไปสู่การเจรจาทางการค้า การลงทุน และการสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

  • เผยแพร่ Soft Power ไทยสู่สายตาโลก:นี่คือโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้นำเสนอเอกลักษณ์และความงดงามของวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดง อาหารไทยขึ้นชื่ออย่างแกงมัสมั่น (ที่ CNN Travel ยกให้เป็นอันดับ 1 ของโลก) ผ้าไทยอันวิจิตร และศิลปวัฒนธรรมไทยซึ่งจะเป็นการนำเสนอ Soft Power ที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไทยมากขึ้นในอนาคต

โลโก้การประชุม สัญญะแห่งความเป็นไทยบนเวทีโลก

หนึ่งในความภาคภูมิใจของการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้คือ โลโก้การประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 ที่ออกแบบโดยคนไทย โดยนำลวดลายไทยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏบน เหรียญพดด้วง มาลดทอนรายละเอียดให้มีความทันสมัยและจดจำง่าย
โลโก้นี้ผสมผสานสัญลักษณ์สำคัญอย่าง ลายประจำยาม ซึ่งเป็นลวดลายมงคลที่พบในงานศิลปะไทย สื่อถึงการปกป้องคุ้มครองและความงดงามทางวัฒนธรรม ลายพระแสงจักร อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่นคง เชื่อมโยงกับตราประจำแผ่นดินไทยและเหรียญโบราณ สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะเจ้าภาพระดับโลก และการออกแบบตัวอักษร "THAILAND" ที่นำ ICON ลายไทยมาตกแต่งตัวอักษร "I" อย่างมีเอกลักษณ์ แสดงถึงความทันสมัยและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมสื่อถึงการเปิดรับความร่วมมือระดับนานาชาติ
การออกแบบที่ผสานความดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยนี้ เป็นการประกาศให้โลกได้รับรู้ถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันแข็งแกร่งของไทย ควบคู่ไปกับการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

แนวคิดเบื้องหลังงานกราฟิก: สานสัมพันธ์ สื่อวัฒนธรรมไทย

งานกราฟิกที่ใช้ในการจัดงานครั้งนี้ ถือกำเนิดจากแนวคิดหลัก 4 ประการ ได้แก่ งานเฉลิมฉลอง (festive), ความน่าเชื่อถือ (reliable), ความสัมพันธ์ (relationship) และ วัฒนธรรม (cultural) เมื่อนำแนวคิดเหล่านี้มาผสมผสานและตีความให้เข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทย จนได้แรงบันดาลใจจาก "การจักสาน" ซึ่งนอกจากจะสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยอันงดงามแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของการถักทอ ความร่วมมือร่วมใจ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการใช้สีสันจากเงินตราที่สะท้อนบทบาทสำคัญของประเทศ สำหรับชุดสีที่เรานำมาใช้นั้น ได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากสีของธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ไทย เพื่อให้เกิดความหลากหลายและสื่อความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สีเขียว จากธนบัตรชนิดราคา 20 บาท สีฟ้าและสีน้ำเงิน จากธนบัตรชนิดราคา 50 บาท สีชมพูม่วง จากธนบัตรชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท สีส้มเหลือง จากธนบัตรชนิดราคา 1000 บาท และสุดท้ายคือ สีขาวเงิน จากเหรียญกษาปณ์ไทย
การเลือกใช้ชุดสีนี้ยังเป็นการสื่อถึงความรับผิดชอบอันสำคัญของทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศ และทั้งสององค์กรยังเป็นเจ้าภาพหลักในการประชุม Annual Meetings ในปี 2569 ที่ประเทศไทยอีกด้วย

ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

การเป็นเจ้าภาพ IMF-WBG Annual Meetings 2026 คือ หมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำสถานะและบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก เพื่อการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเผยแพร่วัฒนธรรมอันงดงามของไทยให้เป็นที่ประจักษ์ มาร่วมนับถอยหลังและภาคภูมิใจไปพร้อมกัน กับการที่ประเทศไทยจะได้ยกระดับบทบาทและศักยภาพบนเวทีโลก สร้างผลกระทบเชิงบวกแก่คนไทยทุกภาคส่วน และเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...