โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มันไทยหวั่นจีนพลิกจากคู่ค้าเป็นคู่แข่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ส.ค. 2568 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2568 เวลา 03.07 น.
Agriculture is harvesting tapioca from cassava farms. Large cassava roots. Harvest or dig Root. Cassava planting area of Thai farmers in rural areas.

ชาวไร่มันคาดผลผลิตมันสำปะหลังปลายปีนี้ทะลัก 25-28 ล้านตัน หวั่นถูกกดราคาหนัก แถมเจอนำเข้าจากลาว แทนกัมพูชาที่มีปัญหาปิดด่าน เร่งรัฐช่วยเหลือ ขยายตลาดส่งออกแป้งมันไทย ทั้งอินเดีย-เกาหลีใต้ หวั่นลูกค้าหลักอย่างจีน พัฒนาพันธุ์เพิ่มผลผลิต หันมาส่งออกแข่ง

นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังไทยฤดูกาลผลิต 2568/69 คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 25-28 ล้านตันหัวมันสด โดยคาดว่าเกษตรกรจะเริ่มขุดมันในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมนี้ ขณะที่ผลผลิตหัวมันสดในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา สปป.ลาว ก็จะออกในช่วงใกล้เคียงกัน ดังนั้น ช่วงนี้ผลผลิตยังไม่มาก ไม่มีผลต่อแรงกดดันราคามันสำปะหลังมากนัก สำหรับราคามันสำปะหลัง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.50-2.70 ต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับเชื้อแป้งด้วย ส่วนต้นทุนการผลิตปัจจุบันยังสูงอยู่ ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.9 ตัน

“ไทยยังมีการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา เนื่องจากว่าความต้องการมันสำปะหลังภายในประเทศมีจำนวนมาก ขณะที่ผลผลิตไม่เพียงพอ และจากสถานการณ์การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่ผลผลิตออกน้อย แต่ต้องดูช่วงปลายปีว่าจะมีผลกระทบอย่างไร แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการอาจจะต้องหันไปนำเข้าจาก สปป.ลาวมากขึ้น หากสถานการณ์การปิดด่านชายแดนยังไม่คลี่คลาย”

ส่วนสถานการณ์ราคามันเส้นในต่างประเทศ เฉลี่ยอยู่ที่ 220-230 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งราคาส่งออกยังเป็นไปในทิศทางที่ดี ยังสามารถส่งออกและแข่งขันได้ โดยเฉพาะในตลาดแป้งมันและเอทานอล ตลาดสำคัญยังเป็นตลาดจีน และหากยังไม่เจอปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบ เชื่อว่าการส่งออกมันสำปะหลังของไทยยังมีโอกาสเป็นไปได้

ขณะที่ความต้องการมันสำปะหลังเพื่อผลิตเอทานอลใช้ในกลุ่มพลังงาน ต้องยอมรับว่า จากนโยบายด้านพลังงานปัจจุบันปรับจาก E20 เหลือ E10 ส่งผลทำให้ความต้องการมันสำปะหลังลดลง จากปกติหากใช้ E20 ความต้องการหัวมันสดจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันความต้องการหัวมันสดเฉลี่ยไม่เกิน 2 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณซัพพลายภายในประเทศ จึงเป็นปัจจัยที่จะต้องผลักดันการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น

นายรังษีกล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาด้านโรคใบด่างในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบว่ามีการกระจายพื้นที่การแพร่ระบาดไปกว่า 40 จังหวัด หรือคิดเป็น 77% ของพื้นที่ปลูก ซึ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมีประมาณ 55 จังหวัดทั่วประเทศ เกษตรกรมีการแก้ไข โดยใช้ท่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค เช่น พันธุ์อิทธิ1 อิทธิ2 อิทธิ3 ที่มีการวิจัยขึ้นมา และได้มีการเพาะปลูกเพื่อกระจายให้กับเกษตรกร โดยดำเนินการปีนี้เป็นปีที่ 2 กระจายท่อนพันธุ์ไปแล้วกว่า 1 ล้านลำ อย่างไรก็ดี ปัญหานี้ยังคงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคให้ได้โดยเร็ว

นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง กล่าวระหว่างเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้า และการลงทุนมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และความเห็นต่อผลการศึกษาของโครงการ” ว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในปี 2568 คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 22 ล้านตันหัวมันสด และคิดเป็นมันเส้นประมาณ 3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ล้านตัน

โดยประเทศไทยส่งออกมันเส้นตลาดหลักยังคงเป็นตลาดจีน และถ้าไทยยังต้องการที่จะแข่งขันในพืชเกษตรได้ ไทยจำเป็นจะต้องแก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำ ในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ แก้ปัญหาของโรคใบด่าง เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปลูกพืชชนิดเดียวกัน

ด้านนายกิตติ สุขสมิทธิ์ เลขาธิการสมาคมแป้งมันสำปะหลัง กล่าวว่า การส่งออกแป้งมันของไทยยังถือว่าเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 เนื่องจากคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่จากปัญหาของโรคใบด่างและต้นทุนการผลิตที่สูง เป็นสิ่งที่ต้องมีการปรับปรุงและลดต้นทุน พร้อมทั้งเพิ่มผลผลิต หาจุดเด่นของสินค้า เพราะอนาคตสินค้าแป้งมันไทยอาจจะทดแทนจากสินค้าเกษตรตัวอื่นได้ และการนำเข้าอาจจะไหลไปนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้น นอกจากนี้พบว่าจีนมีการพัฒนาผลผลิตภายในประเทศ

โดยเฉพาะพืชเกษตรมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลต่อความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย

“อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ราคามีปรับขึ้นลงบ้าง ขณะที่ความต้องการในต่างประเทศก็ยังมีความต้องการแป้งมันสำปะหลังในตลาดถึง 100 ล้านตัน แต่เราผลิตได้ 4-5 ล้านตัน โดยเห็นว่าหน่วยงานของภาครัฐ อาจจะต้องเร่งเจรจาเปิดตลาดการนำเข้าสินค้าแป้งมันของไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดอินเดียก็เป็นตลาดที่ยังน่าสนใจ หรือเกาหลีใต้ เป็นต้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มันไทยหวั่นจีนพลิกจากคู่ค้าเป็นคู่แข่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...