ผู้เลี้ยงกุ้งเชื่อกุ้งไทยไม่กระทบ “ภาษีทรัมป์”
สงขลา – ผู้เลี้ยงกุ้งสงขลาเชื่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยไม่กระทบทั้งบวกและลบกรณีภาษีทรัมป์ที่ประกาศแล้วร้อยละ 19 เนื่องจากการส่งออกกุ้งกระจายความเสี่ยงในหลายประเทศ ในขณะที่ส่งออกไปอเมริกาเพียงร้อยละ 30 ปัญหาใหญ่กว่าคือโรคระบาด
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังประธานาธิปดีโดนัล ทรัมป์ประกาศอัตราภาษีนำเข้า ของไทยที่ร้อยละ 19 ซึ่งเป็นอัตราที่เชื่อว่าส่งผลกระทบลดน้อยลง โดยในส่วนอุตสาหกรรมกุ้งไทยนั้น ผู้เลี้ยงกุ้งเชื่อว่า ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งในเชิงบวกและลบ นายปรีชา สุขเกษม กล่าวในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากประเทศไทยผลิตกุ้งได้ปริมาณมากกว่า ความต้องการบริโภคภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำกุ้งส่วนเกินจากการผลิต ไปขายยังตลาดต่างประเทศ ในอดีตไทยเคยส่งออกกุ้งไปอเมริกา มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบันมีคู่แข่งที่สำคัญคือ เอกวาดอร์ และอินเดีย ได้แย่งส่วนแบ่ง การตลาดส่วนใหญ่ในอเมริกาไป ส่วนแบ่งการตลาดของกุ้งไทยเหลือแค่ประมาณ30% ของการส่งออกไปอเมริกา จากผลผลิตมวลรวมกุ้งภายใน ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย
ไทยได้กระจายความเสี่ยงทางการตลาดโดยการ แบ่งสัดส่วนส่งออกกุ้ง ไปตลาดจีน ญี่ปุ่น กลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียน และส่งเสริมบริโภคตลาดภายในประเทศได้ดีขึ้นผลกระทบจาก ระบบภาษีทรัมป์ 19% จึงไม่ส่งผลร้ายแรง ต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย มากนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน ในอาเซียนด้วยกับ เช่นเวียดนาม 20% รายอื่นๆเท่ากับประเทศไทยเราคือ19%
“ก่อนหน้านี้ ผู้เลี้ยงกุ้งบางส่วนชะลอการเลี้ยงเนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของภาษีอเมริกา แต่เมื่อมีความชัดเจนขึ้น ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง สามารถวางแผนธุรกิจในการผลิตกุ้ง ได้ดีมากขึ้น สามารถวางแผนกำหนดแนวทางได้ชัดเจนมาก ที่สำคัญ จุดแข็งของกุ้งไทย คือ เป็นกุ้งคุณภาพเราดี รสชาติอร่อย ปลอดภัย กุ้งไทย มีคุณภาพดีที่สุดในโลก “
นายปรีชากล่าว และว่า อุปสรรคใหญ่ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่เจอในปัจจุบัน คือ ปัญหาการผลิต ที่ต้องเจอกับโรคระบาด เช่นกันภาวะขี้ขาวในกุ้ง ภาวะ EMS โรคตัวแดงดวงขาว และโรคอุบัติใหม่อื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของต้นทุนแฝง ทำให้ต้นทุนการผลิต ที่สูงขึ้น แต่ราคากุ้งถูกลง นโยบายรัฐที่ขาดแรงสนับสนุน และความต่อเนื่อง ทางนโยบาย ทำให้ขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา เกษตรกร บริหารความเสี่ยงทางนโยบายของรัฐบาล ด้วยการชลอการผลิต ทำไห้ผลิตมวลรวมลดลง อุปสรรคด้านอื่นๆ เช่นเรื่องสภาวดิน ฟ้า อากาศ แปรปรวน จากภาวะโลกร้อน และภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานและไร้แนวทางที่ชัดเจนในการป้องกัน แก้ไข ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้น่ากังวลกว่า ภาษีนำเข้าของอเมริกา
/////////