“เฟด” แบ่งขั้ว! “วอลเลอร์” หนุนลดดอกเบี้ย ก.ค. ชี้เงินเฟ้อจากภาษีทรัมป์แค่ชั่วคราว
"เฟด" แบ่งขั้ว! “วอลเลอร์” ตัวเต็งประธานเฟดคนใหม่ หนุนลดดอกเบี้ย ก.ค. ชี้เงินเฟ้อจากภาษีทรัมป์แค่ชั่วคราว ด้านเจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายรายยังลังเล
วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.28 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Christopher Waller) ผู้ว่าการเฟด กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เฟดอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเชื่อว่าเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นเพียงชั่วคราว และกล่าวเสริมว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง”
ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายคนแสดงความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับผลของภาษีต่อเงินเฟ้อ สะท้อนความเห็นที่แบ่งขั้วภายในเฟด
อัลแบร์โต มูซาเล็ม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่ายังไม่ตัดสินใจว่าเงินเฟ้อจากภาษีจะเป็นเพียงครั้งเดียวหรือยาวนานขึ้น โดยชี้ว่าต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อดูผลกระทบจากภาษีในราคาจริง ๆ
ขณะที่ แมรี เดลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น โดยคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และมองว่าการประชุมเดือนกันยายนเป็นจังหวะเหมาะสม
วอลเลอร์ ซึ่งมีแนวโน้มอาจได้เป็นประธานเฟดคนใหม่แทนเจอโรม พาวเวล เมื่อครบวาระในพฤษภาคมปีหน้า ได้ออกมาแสดงจุดยืนหลายครั้งว่าควรเริ่มลดดอกเบี้ยโดยเร็ว เขากล่าวว่า “เราแทบไม่เห็นเงินเฟ้อจากภาษี ณ ตอนนี้ ดังนั้นผมจึงเสนอว่าเราสามารถเริ่มลดดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบันได้”
มุมมองของวอลเลอร์สอดคล้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของประเทศ และมองว่าเงินเฟ้อยังไม่สูง
ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่าเฟดควรรีบลดดอกเบี้ยลง เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ พร้อมทั้งชมหุ้น Nvidia และกล่าวว่า “อเมริกากลับมาแล้ว”
แต่เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนยังไม่แน่ใจว่าเงินเฟ้อจากภาษีจะจบลงเร็ว ๆ นี้ และต้องการเวลาประเมินข้อมูลเพิ่มเติม โดยพาวเวลเองเน้นว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจช่วยให้เฟดมีเวลาประเมินผลกระทบจากภาษี
รายงานการประชุมของเฟดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า สมาชิกบางคนไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยในปีนี้ เพราะมองว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เห็นว่าแรงกดดันจากภาษีอาจมีแค่เพียงเล็กน้อยและชั่วคราว จึงควรลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ และมีบางคนเสนอว่าควรลดดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนกรกฎาคม
มูซาเล็ม เตือนว่าหากภาษีกระทบสินค้ากึ่งสำเร็จรูปอย่างเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ก็จะกระทบต้นทุนสินค้าโดยรวม แม้แต่สินค้าที่ไม่ได้มาจากต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด และคาดว่าผลของภาษีจะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงฤดูร้อนถึงเดือนกันยายน และอาจส่งผลต่อความคาดหวัง เรื่องเงินเฟ้อของภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งไวต่อระดับราคาหลังจากที่เงินเฟ้อเกินเป้าหมาย 2% มานานหลายปี
เดลี มองว่ามี 2 ความเป็นไปได้จากภาษี คือ เกิดผลกระทบล่าช้าแต่เป็นเพียงชั่วคราว ธุรกิจสามารถปรับตัวจนราคาสินค้าไม่เพิ่มขึ้นมาก และกล่าวว่า “ด้วยแนวโน้มเหล่านี้ ฉันเชื่อว่าเราควรพิจารณาปรับดอกเบี้ยเพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจและนโยบายยังอยู่ในจุดที่ดี”
อ้างอิง : finance.yahoo.com