โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชาวบ้านชายแดน" ดีใจ "ทหารกัมพูชา" ยอมถอนกำลัง จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.
ภาพไฮไลต์

ชาวบ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ดีใจ "ทหารกัมพูชา" ยอมถอนกำลัง จะได้ใช้ชีวิตทำมาหากินกันตามปกติ พร้อมเรียกร้องให้คุยกันด้วยสันติวิธี ไม่อยากให้เกิดศึกสงคราม

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านสายโท 5 ใต้ และบ้านสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่อยู่ใกล้ และมีพื้นที่รอยติดต่อกับบริเวณ ด่านพรมแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู กับช่องจุ๊บโกกี อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา

ก่อนหน้านี้ กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงนามในคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 เรื่อง การควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ตามคำสั่งกองทัพบก ที่ 8062568 เรื่องการควบคุมการเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา โดยให้ปรับเปลี่ยนวันเวลา การเปิด-ปิด จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู-จุ๊บโกกี จากเปิดได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ได้ปรับเปลี่ยนเป็น เปิดวันอังคาร-พุธ และวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ซึ่งจะอนุญาตให้คนผ่านเข้าออกไม่เกินตลาดของสองประเทศ

รวมถึงจากกรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทย โดยกองกำลังสุรนารี ได้มีการเจรจากับฝ่ายทหารของกัมพูชา โดยในเบื้องต้นได้ข้อยุติว่า กองกำลังทหารทั้งสองฝ่าย จะถอยออกจากจุดที่มีการปะทะกันเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 กลับไปยังจุดเดิมที่เคยอยู่เมื่อปี 2567 และฝ่ายกัมพูชาได้ยอมปิดกลบแนวสนามเพลาะป้องกัน เตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ หรือแนวคูเลต ให้กลับคืนสภาพเดิม ซึ่งขณะนี้ทหารของทั้งสองฝ่ายได้ถอยกลับไปยังจุดเดิมแล้ว

จากการลงสำรวจพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้กับแนวชายแดน ต่างรู้สึกดีใจที่จะได้ใช้ชีวิตเดินทางไปไหนมาไหน รวมถึงออกไปทำนา ทำไร่ ทำสวน และจับกลุ่มคุยกันตามปกติ ซึ่งหลังจากมีการเจรจากัน ของทหารฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชา ที่จะยอมถอนกำลังออกจากบริเวณพื้นที่ และปิดกลบแนวคูเลตดังเดิม ชาวบ้านต่างรู้สึกดีใจที่สถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้านพื้นที่ส่วนใหญ่ อยากให้ทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการเจรจาพูดคุยกันด้วยสันติวิธี และไม่อยากให้เกิดสงคราม หรือการสู้รบกันเกิดขึ้นของทั้ง 2 ประเทศ เพราะถือเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง และอยากจะเห็นประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ได้อยู่ร่วมกันและทำมาค้าขายกันอย่างปกติสุข

ทางด้าน นางทองม้วน กล้าหาญ อายุ 66 ปี อยู่บ้านสายโท 6 ใต้ ม.5 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เผยว่า ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตกันอยู่ตามปกติ ไม่ได้มีความวิตกกังวลอะไร เพิ่งกลับจากไปทำไร่ทำสวนมา และอยากให้ทั้ง 2 ประเทศอยู่ด้วยกันอย่างมิตรที่ดี อยากให้ดีกัน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดวิตก

ขณะที่ นางปิ่น สะอิ้งรัมย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านสายโท 6 ใต้ ม.5 ต.จันทบเพชร เผยว่า ไม่อยากให้เกิดสงครามเพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กันแบบปกติสุข อยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย เจรจาตกลงกันด้วยดี เพื่อประชาชนจะได้ไปมาหาสู่และค้าขายกันตามปกติ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้สึกวิตกกังวลอะไร แต่ก็ไม่ประมาทและก็ได้เตรียมตัวให้พร้อมไว้แล้วเช่นกัน

น.ส.ชุติกาญจน์ กาญจนสิริวิโรจน์ อายุ 20 ปี ชาวบ้านสายโท 6 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เผยว่า ยังใช้ชีวิตกันตามปกติดี อยากให้มีการเจรจากันตกลงกันด้วยสันติวิธี เพื่อที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศได้ใช้ชีวิตกันตามปกติ

ส่วน นางแสนสุข สุขกิจ อายุ 64 ปี อยู่บ้านหนองดุม สายโท 5 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด เผยว่า อยากให้มีการพูดคุยตกลงกันด้วยดี อยู่กันแบบพี่น้อง เพราะทั้ง 2 ประเทศ ก็บ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น อยากให้ประณีประณอมกัน และไม่อยากให้เกิดสงคราม.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ชาวบ้านชายแดน" ดีใจ "ทหารกัมพูชา" ยอมถอนกำลัง จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...