วีรบุรุษท้าตาย! ชายยอมถูกงูกัดกว่า 200 ครั้ง เพื่อช่วยโลกจากพิษงู
ไม่มีใครกล้าทำแบบเขา! ชายจากสหรัฐฯ ผู้ยอมถูกงูกัด 200 ครั้ง สร้างตำนานการทดลองสุดระห่ำ หวังสร้างเซรุ่มรุ่นใหม่เพื่อช่วยผู้คนนับล้านทั่วโลก
8 มิ.ย. 2568 สื่อต่างประเทศเผย ภารกิจเสี่ยงตายของชายผู้เชื่อว่าเซรุ่มงูต้องก้าวไปไกลกว่านี้ “เรื่องจริง” ของคนที่ยอมให้ร่างกายรับพิษงูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้การแพทย์โลก
นาย ทิม ฟรีด (Tim Friede) จากสหรัฐฯ ผู้ที่กำลังรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2001 (พ.ศ. 2544) โดยในวันถัดมา เขาจึงตัดสินใจลงไปยังห้องใต้ดิน และทำการปล่อยให้งูพิษซึ่งมีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกจำนวน 2 ตัว “กัด” มาที่เขา! หลังจากนั้น 4 วันต่อมา เขาจึงได้ฟื้นจากอาการโคม่าในที่สุด
“ผมรู้ดีว่าความรู้สึกตอนตายเพราะพิษงูมันเป็นยังไง” ทิม ฟรีด กล่าวกับสำนักข่าวต่างประเทศ ผ่านวิดีโอคอลจากบ้านของเขาในเมืองทู ริเวอร์ส ในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา
ประสบการณ์แบบนี้ อาจทำให้คนส่วนใหญ่เข็ดขยาดกับงูไปตลอดชีวิต แต่สำหรับชายมะกันรายนี้ มันแค่ทำให้เขาสัญญากับตัวเองว่า “จะระมัดระวัง” ให้มากขึ้นในครั้งต่อไป!
มีการเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2000 - 2018 (พ.ศ. 2543 - 2561)ตลอด 18 ปี เขายอมให้งูกัดตัวเองมากกว่า 200 ครั้ง และฉีดพิษงูเข้าสู่ร่างกายมากกว่า 650 ครั้ง
AP
โดย ทิม ทนความเจ็บปวดนี้เพราะต้องการสร้างภูมิคุ้มกันต่อพิษงูอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เรียกว่า “มิทริดาติสม” (mithridatism) และ “ไม่ควรลองทำเองที่บ้านโดยเด็ดขาด”
หลังจากผ่านไป 2 - 3 ปี ทิม ฟรีด เริ่มที่จะเชื่อว่า“เขาเชื่อว่าเลือดของเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเซรุ่มแก้พิษงูแบบใหม่” ชายผู้ที่อดีตเคยเป็นช่างซ่อมรถบรรทุกที่ไม่มีใบปริญญา ได้ต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน
แต่เมื่อเดือนที่แล้ว งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารชื่อดัง “Cell” เผยว่า แอนติบอดีจากเลือดของเขาสามารถปกป้องร่างกายจากพิษงูหลากหลายชนิด
โดยนักวิจัยหวังว่าภูมิคุ้มกันระดับสูงของฟรีด อาจนำไปสู่การพัฒนาเซรุ่มแก้พิษงูชนิดไปทั่วโลก! ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันเซรุ่มแก้พิษงูส่วนใหญ่สามารถป้องกันพิษได้เพียงงูพิษชนิดเดียวหรือไม่กี่ชนิด จากทั้งหมดกว่า 600 ชนิดทั่วโลก
ด้านองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) รายงานว่า “มีผู้เสียชีวิตจากงูกัดมากถึง 138,000 ราย ต่อปี ขณะที่อีกประมาณ 400,000 ราย ต้องสูญเสียแขนขาหรือมีความพิการจากงูกัด” ซึ่งตัวเลขดังกล่าว คาดว่าต่ำกว่าความจริงมาก เพราะยังมีผู้ประสบภัยที่โดนงูกัดอีกส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ “ยากจน” และ“ห่างไกล” อีกจำนวนมาก
“เจ็บทุกครั้งที่ถูกกัด” ทีม ฟรีด ถูกงูกัดครั้งแรกตอนอายุได้เพียง 5 ขวบ ซึ่งเป็นงูการ์เตอร์ที่ไม่มีพิษร้ายแรงต่อมนุษย์ “ผมกลัว ผมร้องไห้ แล้วผมก็วิ่งหนีไป” ชายมะกันกล่าวในวัย 57 ปี
จากนั้นเขาเริ่มนำงูกลับมาที่บ้าน และทำการซ่อนมันไว้ในขวดดอง ทว่า แม่ของเขาก็กลับไปขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะความสนใจใน “งู” ของ ทิม ฟรีด ยังคงเต็มเปี่ยม
โดยสถานการณ์เริ่มจริงจังขึ้น หลังเขาได้เข้าเรียนคลาสสอนวิธี “รีดพิษงู” เพื่อเก็บพิษจากงู มันทำให้เขาถึงกับอึ้งว่า “วิธีการผลิตเซรุ่มแก้พิษงูแทบไม่อะไรเปลี่ยนแปลงเลยตลอด 125 ปีที่ผ่านมา”
AP
การทดลองทั่วไปของนักวิทย์ฯ “จะทำการฉีดพิษงูในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปในสัตว์ เช่น ม้า เพื่อให้สัตว์สร้างแอนติบอดีซึ่งนำมาใช้เป็นเซรุ่มแก้พิษงูสำหรับมนุษย์”
อย่างไรก็ตาม เซรุ่มแก้พิษงูนี้มักได้ผลกับงูพิษเพียงชนิดเดียวเท่านั้น และมากไปกว่านั้น ยังมีแอนติบอดีจากม้าที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ภาวะช็อกแบบแพ้รุนแรง (anaphylactic shock) สามารถเกิดขึ้นได้อีกด้วย
โดย ทิม ฟรีด เล่าว่า “ผมคิดว่า ถ้าพวกเขาผลิตเซรุ่มแก้พิษงูจากม้าได้ แล้วทำไมผมจะใช้ตัวเองในฐานะ ‘สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม’ ชนิดหนึ่งไม่ได้ล่ะ?” เขาจึงเริ่มทดลองกับพิษงูด้วยตัวเอง จากงูพิษชนิดร้ายแรงหลายชนิดที่หามาได้ เช่นงูเห่าคอบร้า, งูไทแปน, งูแบล็กแมมบา, และงูหางกระดิ่ง
รู้สึก “ภูมิใจ” เป็นอย่างมาก! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ที่ ทิม ฟรีด ติดต่อด้วย เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิคุ้มกันของเขากลับ“ปฏิเสธ” ที่จะร่วมมือมาตลอด จนกระทั่งในปี 2017 (พ.ศ. 2560) นักภูมิคุ้มกันวิทยาเจคอบ แกลนวิลล์ (Jacob Glanville) ซึ่งเคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนที่ใช้ได้กับโรคหลายชนิด เริ่มหันมาให้ความสนใจกับเซรุ่มแก้พิษงู
โดย เจคอบ บอกกับทางสื่อว่า “ตอนแรก ทางเรากำลังมองหา นักวิจัยงูที่อาจเคยโดนงูกัดโดยบังเอิญสัก2 - 3 ครั้ง ก่อนที่พวกเราจะเจอคลิปวิดีโอของ ทิม ที่โดนงูกัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง”
AP
AP
เมื่อทั้งสองได้พูดคุยกันเป็นครั้งแรก เจคอบ บอกกับ ทิม ว่า“ผมรู้ว่ามันฟังดูแปลก ๆ นะ แต่ผมอยากได้เลือดของคุณมาศึกษาจริง ๆ” โดยทาง ทิม ได้ตอบกลับในทันทีว่า“ผมรอที่จะได้ยินคำนี้มานานแล้ว!”
เซรุ่มแก้พิษงูที่อธิบายไว้ในงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร “Cell” มีส่วนประกอบสำคัญคือ“แอนติบอดี 2 ชนิดจากเลือดของ ทิม ฟรีด และ ยาชื่อว่า varespladib” ซึ่งในการทดลองกับหนู เซรุ่มนี้สามารถป้องกันพิษงูได้เต็มที่จาก 13 ใน 19 สายพันธุ์ที่นำมาทดสอบ และให้การป้องกันบางส่วนกับอีก 6 สายพันธุ์ที่เหลือ
โดยนักวิจัยหวังว่า “ในอนาคตจะสามารถพัฒนาสูตรที่ครอบคลุมงูพิษได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม งูแมวเซา (vipers)” ซึ่งกำลังมีแผนจะทดลองเพิ่มเติมกับ สุนัขในออสเตรเลีย ในขั้นต่อไป
AP
แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทิม ฟรีด ในวัย 57 ปี จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ความเสี่ยง และคำดูแคลนจากผู้คนในวงการวิทยาศาสตร์ แต่ในวันนี้ ความกล้าท้าความตายของเขากำลังถูกมองในมุมใหม่ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการปูทางสู่เซรุ่มแก้พิษงูที่อาจช่วยชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลก
“มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมอีกต่อไปแล้ว มันคือเรื่องของชีวิตคนอื่นที่เราสามารถที่จะช่วยเหลือได้ในอนาคต” ทิม ฟรีด กล่าว
จากเด็กชายที่แอบซ่อนงูไว้ในขวดดอง กลายมาเป็นบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับการปฏิวัติวงการแพทย์ด้วยเลือดและแผลเป็นของตัวเอง และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง กำลังจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การรักษาพิษงูของโลกไปตลอดกาล
AP
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วีรบุรุษท้าตาย! ชายยอมถูกงูกัดกว่า 200 ครั้ง เพื่อช่วยโลกจากพิษงู
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th