CPALL เผยกำไรโค้งแรกปีนี้ แตะ 7.58 พันลบ. โต 20% รับรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ 7-eleven หนุน
CPALL เผยกำไรโค้งแรกปีนี้ แตะ 7.58 พันลบ. โต 20% รับรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ 7-eleven หนุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 68 17:39 น.
CPALL เผย Q1/68 มีกำไร 7,585 ลบ. โต 20% จากปีก่อน รับรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ 7-eleven หลังได้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงต้นปี ทั้ง Easy E-Receipt - โอนเงินเฟสสอง ฯลฯ หนุน
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 7,585.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,265.84 ล้านบาท หรือ 20% เนื่องจากการดำเนินงานโดยรวมของทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-eleven )
โดยในไตรมาส 1/68 บริษัทฯ มีรายได้รวม 252,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 4.8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจร้าน สะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ตามการบริโภคภายในประเทศที่ยังมีการขยายตัวจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต้นปี อาทิ มาตรการ Easy E-Receipt และมาตรการเงินโอนเฟสสอง รวมถึงการ ท่องเที่ยวในไตรมาสนี้ที่ยังคงดีต่อเนื่อง นอกจากนี้กลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจยังคงเป็นปัจจัยเสริมในการเติบโตของ รายได้อีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 113,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 84,663 บาท และยอดขายเฉลี่ย ของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณ 88 บาท ในขณะที่ จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 963 คน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต้นปี และจำ นวนนักท่องเที่ยวทั้ง ไทยและต่างประเทศที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน
ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมกับ โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับความพยายามในการเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า ผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภาวะปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วน ประมาณ 11% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ