โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

งานวิวาห์ของคู่รักนักสร้างสรรค์ จิณัฎฐ์ณิชา สุนทรวิเนตร์ – ต่อศักดิ์ ชื่นประภา

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • HELLO! Magazine Thailand

Light and Lasting คือนิยามแห่งงานมงคลสมรสของคู่รักนักสร้างสรรค์ผู้เปี่ยมด้วยสไตล์และวิสัยทัศน์อย่าง คุณจือ-จิณัฎฐ์ณิชา สุนทรวิเนตร์ และคุณเต้ย-ต่อศักดิ์ ชื่นประภา พิธีฉลองสมรสจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงาม ณ โรงแรมเสล จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา

คุณจือ-จิณัฎฐ์ณิชา คือผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่ง Double V Group กลุ่มธุรกิจออกแบบ สร้างบ้าน และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่เติบโตอย่างมั่นคงภายในระยะเวลาไม่ถึงทศวรรษ โดยมีชื่อเสียงด้านงานออกแบบที่ผสานความหรูหรา ความเป็นอยู่ และตัวตนของเจ้าของบ้านไว้อย่างงดงาม ผลงานของเธอได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ อาทิ รางวัล Top 100 Architect and Designer of the World จากนิวยอร์ก และการปรากฏตัวบนหน้าปกนิตยสารไลฟ์สไตล์ชั้นนำมากมาย

นอกจากบทบาทในวงการออกแบบแล้ว คุณจือยังเป็นผู้สืบทอดสายเลือดของตระกูลนักสื่อสารที่ทรงอิทธิพล หลานสาวของคุณวิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ พิธีกรชื่อดังผู้ทรงคุณวุฒิแห่งวงการโทรทัศน์ไทย และลูกสาวของคุณชาญชัย-ปาริชาต สุขสัตยานนท์ ผู้สนับสนุนเบื้องหลังเส้นทางชีวิตที่งดงาม

ขณะที่ คุณเต้ย-ต่อศักดิ์ ชื่นประภา ลูกชายของคุณชูศักดิ์ – คุณต้องตา ชื่นประภา คือผู้ก่อตั้ง WOLF BKK เอเจนซี่โฆษณาสัญชาติไทยที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย และได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากกว่าร้อยรางวัล รวมถึง Cannes Lion และ D&AD ผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญดังอย่าง Central Midnight Sale , CP ส่งไก่ไปอวกาศ , KFC ข้าวร้านลุง และอีกมากมายที่ล้วนกวาดรางวัลจากทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานจัดงาน Adman 2025 ซึ่งเป็นรางวัลโฆษณาระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

การบรรจบกันของความเหมือนและความต่าง

คุณจือและคุณเต้ยได้ย้อนเล่าถึงเส้นทางความรักสุดโรแมนติก ที่เริ่มต้นขึ้นขณะที่ทั้งคู่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก

คุณจือ : “จือเดินทางไปงาน Milan Design Week ที่อิตาลี แต่ดันป่วยและออกไปไหนไม่ได้ อยู่แต่ในโรงแรม ไม่มีอะไรทำเลยเลยปัดแอพเล่นๆ ปรากฏว่าแมตช์กับพี่เต้ยที่ออนไลน์อยู่ที่เมืองไทย ได้คุยและ facetime กันแล้วรู้สึกว่าคลิกทันที พอบินกลับไทย จือตรงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พี่เต้ยก็เริ่มดูแลจือมาตั้งแต่วันนั้น เดตแรกของเราคือร้านชาบูใกล้ๆ กับโรงพยาบาล”

คุณเต้ย : “เจอกันครั้งแรกจือหน้าสดมาโรงพยาบาลเลย ในใจตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แค่อยากให้เขาหายป่วยเร็วๆ ในเรื่องความรู้สึกมันเดินไปข้างหน้าเร็วมาก เพราะเราได้คุยออนไลน์มาเป็นอาทิตย์ ได้เรียนรู้ว่าชอบอะไรคล้ายๆ กัน ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและดีไซน์เหมือนกัน แต่ความต่างก็มีอยู่บ้าง ผมอายุเลข 4 แล้ว ส่วนจือยังเลข 3 อายุค่อนข้างห่างกันพอสมควร ช่วง 3 เดือนแรกที่เริ่มคบหาดูใจ ต้องปรับตัวเข้าหากันค่อนข้างหนัก แต่สุดท้ายก็ผ่านมาจนเราได้แต่งงานกันในที่สุด”

ได้เรียนรู้ว่าชอบอะไรคล้ายๆ กัน ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและดีไซน์เหมือนกัน แต่ความต่างก็มีอยู่บ้าง

คุณเต้ย

ชีวิตคู่ที่ซัพพอร์ตและเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ด้วยบทบาทการทำงานในฐานะผู้นำองค์กร ทั้งสองไม่เพียงทำหน้าที่คู่ชีวิตที่ดี หากยังเป็นแรงสนับสนุนในการผลักดันความสำเร็จของกันและกัน

คุณจือ : “ย้อนไปปี 2023 จือเจอกับความยากลำบากในการทำธุรกิจ อยู่ตรงทางแยกว่าจะ Go Big หรือ Go Home แต่โชคดีมากที่มีพี่เต้ยอยู่เคียงข้าง มีคำพูดหนึ่งจากเขาที่ Powerful มากๆ ‘ต่อให้จือออกมาขายขนมจีน พี่ก็ยังจะรักจือ’ ทำให้รู้ว่าแม้เราจะไม่เหลืออะไรเลย คนนี้ก็พร้อมจะอยู่ข้างๆ กัน พอรู้ว่าไม่มีอะไรจะเสีย จือเลือกจะมุ่งหน้าไปอย่างเดียว จนตอนนี้มีบริษัทในเครือทั้งหมด 5 บริษัท รู้สึกขอบคุณพี่เต้ยมากๆ ที่พร้อมเป็นแบ็กอัพที่แข็งแรงให้กันเสมอ”

คุณเต้ย : “ความสุขของผมคือการได้เห็นเขามีความสุข คำพูดที่บอกไปผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ถ้าทำบริษัทแล้วเครียด ก็ไม่ต้องทำ หาอย่างอื่นที่ทำแล้วมีความสุขดีกว่า แต่จือก็เลือกจะไปต่อ ซึ่งในเวลานั้นต้องใช้ความกล้าสูงมาก ผมนับถือเขาในเรื่องนี้ อีกมุมหนึ่งจือก็ซัพพอร์ตผมเหมือนกัน กลับบ้านมาจะพยายามทำให้ผมอารมณ์ดีที่สุด หายเหนื่อย ดูแลดีทุกอย่าง”

โจทย์งานแต่งสุดชิลล์ Stress Free Wedding

เมื่อช่วงเวลาแห่งการใช้ชีวิตคู่อย่างเป็นทางการเดินทางมาถึง คุณเต้ยและคุณจือเลือกจะจัดงานแต่งงานเล็กๆ อย่างเรียบง่าย และให้สัญญากันว่าทุกขั้นตอนของการเตรียมงานจะผ่านไปอย่างมีความสุข ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ

คุณเต้ย : “ผมบอกจือว่าไม่อยากจัดงานใหญ่โต แค่กินข้าวกันในครอบครัวก็พอ ไม่อยากรบกวนใครด้วยความที่เกรงใจ แต่สุดท้ายเราก็อยากให้เพื่อนๆ ได้มาแชร์โมเมนต์ด้วยกัน สำหรับสถานที่ต้องเป็นเชียงใหม่เท่านั้น เพื่อให้คุณแม่ของจือสะดวกที่สุด เพราะท่านไม่ค่อยสบายด้วย ส่วนจำนวนแขกวางไว้ประมาณ 20 คน”

คุณจือ : “พอรู้ตัวเลข 20 คนจากพี่เต้ย จือคิดว่าคงจะเป็นงานในหมู่ญาติเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ได้โควต้าสำหรับเพื่อนมาอีก 10 คน รวมเป็น 30 คน ความรู้สึกแรกมองว่าน้อยไปหรือเปล่า ตอนหลังต้องขอบคุณเขาเลย เพราะแขกทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเป็นคนที่สำคัญกับพวกเราจริงๆ ตั้งใจอยากให้มองกลับมาแล้วเห็นแต่ความสุข ความใกล้ชิด ความอบอุ่น ซึ่งทุกขั้นตอนในการเตรียมงาน พี่เต้ยปล่อยให้จือตัดสินใจด้วยตัวเองเต็มที่ โจทย์ที่ตั้งไว้คือ Stress Free Wedding ไม่เครียด ไม่ทะเลาะ ห้ามร้องไห้ ห้ามเลิกกัน แค่นี้คือจบเลย”

สถานที่จัดงานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าประทับใจ

ทั้งคู่ได้เล่าเสริมถึงเรื่องราวเบื้องหลังในการจัดหาสถานที่ ก่อนจะมาลงตัวที่โรงแรมเสล จังหวัดเชียงใหม่

คุณจือ : “เราตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่จัดงานก่อนจัดงาน 2 อาทิตย์ การ์ดแจกไปแล้ว คุณพ่อเลยไปเซอร์เวย์ตามการ์ดเชิญ แล้วรู้สึกว่าการเดินทางค่อนข้างลำบากไปหน่อย เราเลยตัดสินใจบินไปเชียงใหม่แบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อดูสถานที่จริง โรงแรมอีกที่ที่เพื่อนแนะนำ และพอไปดูก็คิดว่าใช่แล้ว สวยดี แต่จุดเปลี่ยนอีกรอบ คือในช่วงเย็นเราได้ไปทานอาหารที่ร้านรสิก แล้วมีโอกาสได้พูดคุยกับเชฟ พอเขารู้ว่าเรามาดูสถานที่จัดงานแต่ง เลยแนะนำให้ลองไปดูที่โรงแรมเสล กินข้าวเสร็จเราก็เดินทางไปกันเลย ถึงโรงแรมช่วงประมาณสองทุ่ม ตอนนั้นฟ้ามืดหมดแล้ว แต่จือจินตนาการภาพการจัดงานในตอนกลางวันได้อย่างชัดเจน”

คุณเต้ย : “ที่นี่สวยมากจริงๆ เราตัดสินใจได้ทันทีก่อนบินกลับกรุงเทพฯ และโชคดีมากที่โรงแรมยังว่างในวันจัดงาน ทุกอย่างลงล็อก จือบอกว่าเราคงทำบุญมาดีแน่ๆ ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะเรามีกัลยาณมิตรที่ช่วยแนะนำสิ่งที่ดีให้ตลอด”

สะท้อนตัวตนบ่าวสาวผ่านรายละเอียดชุดวิวาห์สุดประณีต

ขึ้นชื่อว่าเป็น Cool Couple ที่หลงใหลในศิลปะและแฟชั่น คุณเต้ยและคุณจือได้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวผ่านชุดแต่งงานที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และ Craftsmanship

คุณเต้ย : “งานนี้ใช้สูทชุดเดียวจาก Sartoria Raffaniello ซึ่งผมเคยตัดสูทกับ Noriyuki Higashi มาหลายครั้ง พอจะแต่งงานก็อยากให้เขาตัดให้อีก ครั้งนี้รอสูทประมาณ 4 เดือน เรียกว่าเฉียดวันงานมากๆ เป็นสูท Double Breasted ผ้าลินิน W.Bill สีออฟไวต์ เนกไทจาก Tie Your Tie รองเท้าเป็นของ John Lobb ส่วนแหวนแต่งงาน จือซื้อให้ผมตอนไปเที่ยวนอร์เวย์ด้วยกัน เป็นของแบรนด์ Tomwood”

คุณจือ : “จือใช้ชุดแต่งงาน 2 ชุด ลุคแรกเป็นผลงานของดีไซเนอร์ไทย แบรนด์ MONIQUE Wedding แขกในงานตะลึงกับความอลังการของลุคนี้มาก จุดเด่นคือลายปักที่ออกแบบสำหรับจือโดยเฉพาะและชายกระโปรงที่ยาวสวยมาก อีกลุคหนึ่งก็ชอบไม่แพ้กัน ได้ดีไซเนอร์รัสเซีย Ekaterina Borisova ออกแบบและตัดเย็บให้ โจทย์ของชุดนี้คือเผยช่วงไหล่ เน้นความเฟมินีน มาพร้อมกับฟังก์ชั่นน่ารักๆ สามารถใส่เป็นเดรสยาวได้ พอถอดส่วนชายกระโปรงออกก็กลายเป็นเดรสสั้น จือเลือกแมตช์กับชุดเครื่องประดับไข่มุกและบลูแซฟไฟร์จาก Matara Bridal และรองเท้า Jimmy Choo สำหรับแหวนแต่งงานจือได้รับความเมตตาจากครอบครัวพี่เต้ย เป็นแหวนวินเทจที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณย่า ส่งต่อให้คุณพ่อสวมให้คุณแม่ จนมาถึงวันสำคัญของจือกับพี่เต้ย แหวนวงนี้มีคุณค่าทางจิตใจกับพวกเรามาก”

แหวนแต่งงานจือได้รับความเมตตาจากครอบครัวพี่เต้ย เป็นแหวนวินเทจที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณย่า

คุณจือ

งานแต่งงานขนาดเล็กที่เปี่ยมล้นด้วยความสุข

วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งสองได้จัดงานแต่งงานเล็กๆ ทว่ายิ่งใหญ่ในความรู้สึก และเต็มเปี่ยมด้วยพลังงานแห่งความสุข

คุณจือ : “ช่วงดึกของคืนก่อนวันงาน จือเช็กความเรียบร้อยทุกอย่างจนสบายใจ ก่อนจะเข้าห้องไปพักผ่อน แล้วตื่นมาประมาณตีห้าเพื่อแต่งหน้าแต่งตัว ซึ่งเราสองคนจองห้อง President Suite ไว้ ทำให้มีพื้นที่เพื่อเตรียมตัวของแต่ละคน ด้วยความที่เราอยากจะเซอร์ไพรส์กัน เพื่อจะเห็นลุคเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นครั้งแรกในวันนั้น ระหว่างทางจือกับพี่เต้ยจะไม่อัพเดตชุดให้กันดูเลย ต่างคนต่างเก็บเป็นความลับ ซึ่งก็เซอร์ไพรส์จริงๆ

“สำหรับพิธีการของเราเริ่มด้วยการเชิญแขกไปถ่ายรูปร่วมกันที่สนามหญ้าหน้าตึกสไตล์โคโลเนียล ภาพออกมาสวยและดูอบอุ่นมาก และมั่นใจได้เลยว่าทุกคนจะมีรูปที่ดี เพราะช่างภาพในงานมีมากถึง 5 คน ทั้งช่างภาพหลักของพี่เต้ย และช่างภาพของจือที่เน้นมุมแคนดิด ขอจัดเต็มไปเลย เพราะเราแต่งงานครั้งเดียว”

คุณเต้ย : “หลังจากถ่ายภาพร่วมกัน จะเป็นพิธียกน้ำชา เป็นช่วงที่ผู้ใหญ่จะมอบของมีค่าให้กับบ่าวสาว คุณพ่อจือมอบเงินก้นถุงให้เราเพื่อความเป็นศิริมงคล จากนั้นก็แลกกันสวมแหวน และเชิญแขกไปรับประทานอาหารร่วมกันที่ Window Restuarant เราจัดโต๊ะเรียงเป็นรูปตัวยู โดยมีโต๊ะของเราอยู่ตรงกลาง เรียกว่าเห็นหน้าเห็นตากันทุกคน ในงานเราเสิร์ฟอาหารไทยเพราะมีแขกผู้ใหญ่เยอะ ทุกอย่างรันไปได้ดีตลอดงาน ต้องขอบคุณทีมออร์แกไนเซอร์ Keep In Touch ด้วย มืออาชีพมากๆ รวมถึงเพื่อนของจือที่มาช่วยเรื่อง Wine Pairing ทำให้การจัดเลี้ยงสมบูรณ์แบบมากขึ้น”

แขกทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเป็นคนที่สำคัญกับพวกเราจริงๆ ตั้งใจอยากให้มองกลับมาแล้วเห็นแต่ความสุข ความใกล้ชิด ความอบอุ่น

คุณจือ

วันสำคัญที่ ‘คนที่เรารัก’ และ ‘คนที่รักเรา’ มารวมตัวกัน

เจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาดๆ ได้เผยถึงโมเมนต์สุดประทับใจในวันสำคัญที่ได้อยู่ท่ามกลางคนที่พวกเขารักและคนที่รักพวกเขา

คุณเต้ย : “โมเมนต์ประทับใจสำหรับผม คงเป็นการได้เห็นคนที่เรารักและคนที่รักเราได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนเป็นกันเองมาก บางคนไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ดูเข้ากันได้ดี ต้องยกความดีให้จือสำหรับการจัดที่นั่ง ให้แขกต่างชาตินั่งโต๊ะเดียวกับคนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งๆ หรือคนที่พูดเก่งเหมือนกันได้ร่วมโต๊ะคุยกันอย่างสนุกสนาน ญาติผมกับญาติจือที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกันในงานนี้ด้วย”

คุณจือ : “จือตั้งใจจัด Seating มากๆ พยายามดูว่าใครมีคาแร็กเตอร์ใกล้ๆ กัน ก็จัดให้มานั่งด้วยกัน อยากให้แขกที่มาร่วมงานมีความสุข ได้เก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ กลับไปด้วย ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่าอุตส่าห์แต่งหน้าทำผม 3-4 ชั่วโมงมาร่วมงาน แต่กลายเป็น Nobody แต่ละคนจะมีป้ายชื่อประจำที่นั่ง ทุกคนสำคัญสำหรับพวกเราจริงๆ”

โมเมนต์ประทับใจสำหรับผม คงเป็นการได้เห็นคนที่เรารักและคนที่รักเราได้มานั่งทานข้าวด้วยกัน รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนเป็นกันเองมาก

คุณเต้ย

ความรักสร้างความเปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานแต่งงานครั้งนี้ คือพรีเซนเทชั่นที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักอันน่าประทับใจของ ‘คู่รัก’ ที่ได้แปรเปลี่ยนเป็น ‘คู่ชีวิต’ ให้กันและกัน

คุณจือ : “ช่วงเวลาก่อนกินข้าว เราเปิดพรีเซนเทชั่นที่บอกเล่าเส้นทางความรัก รวมถึงอุปสรรคที่เราสองคนผ่านมาด้วยกัน ตอนนั้นน้ำตาเริ่มปริ่มๆ แล้ว แต่พอได้ฟังสปีชจากเพื่อนเจ้าสาว น้ำตาไหลออกมาเลย เขาบอกว่าวันนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความกล้าหาญของจือ กล้าที่จะเปิดใจให้พี่เต้ย กล้าที่จะปรับตัว ต้องเล่าว่ามีบางครั้งที่ทะเลาะกัน แต่นั่นคือช่วงเวลาที่ผ่านไปแล้ว ตอนนี้อารมณ์เย็นลงเยอะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดคุยกัน เรียนรู้กันไป เพราะเราอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา คงไม่หนีกันไปไหนอีกแล้ว”

คุณเต้ย : “ที่ผ่านมาจือก็สอนผมหลายอย่าง อย่างเช่นเรื่องการเป็นทีมเดียวกัน เมื่อก่อนไม่เคยมีคอนเซปต์นี้ในชีวิตเลย เรามองเรื่องความถูกต้องเป็นหลักเสมอ เขาบอกว่าการเป็นแฟนกันต้องเป็นทีมเดียวกัน ซัพพอร์ตกัน จะเกิดอะไรขึ้นก็ลองเข้าข้างกันไว้ก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขปัญหาทีหลัง พอจือพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็รู้สึกว่าจริง บางครั้งเราอาจทำสิ่งไม่ถูกต้อง แต่ก็ต้องการคนที่เข้าใจเราก่อน นี่เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ผมไม่ด่วนตัดสินอะไรไปก่อน และพร้อมจะให้อภัยจือเสมอ”

ทริปฮันนีมูน ปารีส-นิวคาสเซิล-เอดินบะระ-ลอนดอน

คุณเต้ยและคุณจือได้เผยปิดท้ายถึงทริปฮันนีมูนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่มีคุณค่าและประทับอยู่ในใจของคู่ตลอดไป

คุณเต้ย : “เราจะไปฮันนีมูนกัน 2 อาทิตย์ เริ่มจากปารีสเป็นเมืองแรก แล้วต่อด้วยนิวคาสเซิล ผมอยากพาจือไปดูเมืองแห่งทีมฟุตบอล Newcastle United ที่ผมเชียร์มานานกว่า 30 ปี ที่สำคัญเมืองนี้อาจจะกลายเป็นสถานที่ที่เราจะใช้ชีวิตในช่วงเกษียณด้วย การได้มาสัมผัสประสบการณ์ตรงน่าจะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น แต่ที่แน่ๆ นิวคาสเซิลเป็นเมืองน่ารัก และเป็นเมืองมหาวิทยาลัยด้วย ในอนาคตลูกก็สามารถมาเรียนต่อที่นี่ได้”

คุณจือ : “รู้สึกดีมากที่จะได้ไปนิวคาสเซิล จืออยากไปเห็นเมืองในฝันของพี่เต้ย จากนั้นจะเดินทางต่อไปที่เอดินบะระ และจบทริปที่ลอนดอนก่อนบินกลับไทยมาลุยงานกันต่อ ซึ่งเรายังมี Business Plan ที่คิดไว้อีกเยอะมาก หวังว่าโปรเจกต์ใหม่ๆ จะประสบความสำเร็จเหมือนที่ทำได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...